TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business โซเชียล โทเคน (Social Token) เทรนด์เปลี่ยนโลกบันเทิง-โฆษณา-สื่อ

โซเชียล โทเคน (Social Token) เทรนด์เปลี่ยนโลกบันเทิง-โฆษณา-สื่อ

เทรนด์ที่จะมาเปลี่ยนแปลงวงการบันเทิง วงการโฆษณา และวงการสื่อเทรนด์ถัดไป เรียกว่า โซเชียล โทเคน (Social Token) ซึ่งเป็นการสร้างเหรียญที่เป็นตัวแทนของทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ของผู้ทรงอิทธิพล (Influencer) หรือจะเรียกว่าเป็นเหรียญอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Coin) ที่จะเป็นตัวแทนชื่อเสียงดารา ให้ดาราหรือผู้ทรงอิทธิพล (Influencer) สามารถปฎิสัมพันธ์กับแฟนคลับของเขาได้

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง Bitkub และ Group CEO บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวกับ The Story Thailand ว่า โซเชียล โทเคน คือ แนวคิดภาพใหญ่ ซึ่งแต่ละวงการที่มีระบบนิเวศของตัวเอง (Network Effect) อย่าง Bitkub มี Kubber Coin วงการอินฟลูเอนเซอร์ก็มี Fans Token เป็นต้น ที่ Token สามารถชักจูงให้คนลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (Take Action)

วงการบันเทิงและสื่อ จะได้รับประโยชน์จากโซเชียล ​โทเคนก่อนวงการอื่น เพราะเป็นวงการที่มีกฎระเบียบน้อยที่สุด สามารถที่จะเปิดตัวบริการออกมาได้เลย แต่ความจริงแล้วสามารถ Tokenize ได้ทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ เพชร ทอง ที่ดิน เป็นต้น

“แต่วงการที่เร็วที่สุด คือ วงการบันเทิง จะเป็นวงการแรกที่จะมาเปลี่ยนวิธีการโฆษณาที่สามารถวัดผลได้แม่นยำมากขึ้น และยังแชร์โอกาสในการเข้าถึง Privilege ต่าง ๆ ได้เท่าเทียวกันผ่านโซเชียล โทเคน”

นอกจากนี้ ยังมาเปลี่ยนวงการสื่อได้ นักข่าวที่เขียนข่าวเก่ง ๆ สามารถรับเป็นไมโครเพย์เมนต์ผ่านมีเดีย โทเคน จากคนทั่วโลก โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ปัจจุบันมีแค่ 2 ทางเลือกสำหรับคนอ่านหรือดูข่าว คือ จ่ายค่าสมาชิกรายเดือน รายปี หรือไม่ต้องจ่ายเงินแต่จะมีโฆษณาเข้ามารบกวน

“โทเคน มันมีความสามารถทำให้เป็นหน่วยเล็ก ๆ ได้ สามารถจ่ายแค่ 1 บาทเพื่อจะอ่านข่าวเดียวหรือจ่ายแค่ 5 บาทเพื่อจะดูหนังเรื่องเดียว โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกทั้งเดือนผ่านเครดิตการ์ดได้แล้ว นักข่าวที่รับเหรียญจากคนทั่วโลก (อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมี 5,000 ล้านคน) ได้รับเหรียญจำนวนมาก สามารถนำมาขายที่ Bitkub แลกออกมาเป็นเงินบาทนำไปใช้ได้”

สำหรับโซเชียล โทเคน ตัวแรกที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย จะเกิดขึ้นภายในเดือนธันวาคมปีนี้ ซึ่ง Bitkub เพิ่งเปิดตัว Fans Token ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโซเชียล โทเคน (Social Token) โดยร่วมมือกับ 4 อินฟลูเอนเซอร์หลักในไทย คือ บี้ เดอะ สกา, เก๋ไก๋สไลเดอร์, สไปรท์เดอร์, คิวเท โอปป้า และปลื้ม จาก VRZO Channel ซึ่งเป็น Top Influencer ในประเทศไทยที่รวมกันแล้วมีคนติดตามทั้งหมด 40 ล้านคน

การสร้าง โซเชียล โทเคน เพื่อให้แฟนคลับตัวจริงที่ติดตามชมทุกคลิปวิดีโอ จะสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อรับเหรียญเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ได้เลย ใครดูวิดีโอมากก็จะได้เหรียญมาก และสามารถนำเหรียญนี้มาแลก (Redeem) เป็น Action Token ได้ เช่น บอกให้ บี้ เดอะ สกา ร้องเพลง Happy Birthday ที่มีชื่อของตัวเองอยู่ในเพลงด้วย

ซึ่งเป็น Win-Win เพราะบี้ เดอะ สกาก็จะได้รู้ว่าใครเป็น 100 Top แฟนคลับที่ดูทุกวิดีโอ ซึ่งเขาสามารถให้บริการคนที่เป็น 100 แฟนคลับตัวท็อปจริง ๆ ด้วยการทำบางสิ่งบางอย่างให้เป็นพิเศษ ​ฝั่งแฟนคลับก็ได้มูลค่าทางจิตใจเพราะเงินซื้อไม่ได้ เป็นสิ่งที่ศิลปินหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่เขาชื่นชอบทำอะไรที่เป็นพิเศษให้เขา

ปัจจุบันสามารถสร้าง โซเชียล โทเคน มาแทนที่อะไรได้หลายอย่างมาก อาทิ สร้างโซเชียล โทเคน แทนบัตรจับมือ ให้เก๋ไก๋สไลเดอร์สำหรับ 100 แฟนคลับตัวท็อป หรือจะแลกเป็นรูปภาพพิเศษ ซึ่งรูปจะเก็บอยู่ที่ NFT (Non-functable Token) ทุกเหรียญจะมีหน้าตาเหมือนกัน แต่ NFT คือ ทุกเหรียญจะไม่เหมือนกัน ซึ่งสามารถใช้เหรียญพวกนี้ฝังเข้าไปในรูปภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์เพลง ไฟล์หนัง เพื่อที่จะแทนค่าความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะว่านี่คือของแท้ เพื่อจะบอกว่า 100 รูปนี้เป็นรูปดิจิทัลจริงแท้ ใครจะกดแคปหน้าจอหรือก๊อปปี้ไปก็มีของปลอม แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ารูปนี้คือรูปจริงที่อยู่บนบล็อกเชน

“มีคนถามว่าจะมีมูลค่าได้อย่างไรเมื่อไฟล์รูป เพลง หนัง มันก๊อปปี้ได้ ฟังได้เหมือนกัน ดูได้เหมือนกัน มันเหมือนคนใส่นาฬิกาจริงกับนาฬิกาปลอม คนที่ใส่นาฬิกาจริง เป็นแฟนคลับตัวจริงของแบรนด์นี้ เขาก็ภูมิใจของเขา คนที่ใส่นาฬิกาปลอมก็ดูเวลาได้เหมือนกัน ที่ผ่านมาวงการเพลง วงการรูปภาพ ไม่มีตลาดของแท้เลย เพราะก๊อปปี้ได้หมด อะไรก็ตามที่อัปโหลดไปในโลกออนไลน์ก๊อปปี้ได้ไม่อั้น”

โซเชียล โทเคน กำลังจะสร้างตลาดที่เป็นแฟนคลับตัวยของแท้ ที่ทำให้คนมาซื้อขายบางสิ่ง อาทิ รูปเก๋ไก๋ ของแท้ ที่มีเพียง 100 รูปเท่านั้น ที่อยู่บนบล็อกเชน ที่ฝังด้วย NFT ทั้งนี้ ทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจได้หลากหลาย อาทิ แฟนคลับต้องตามดูวิดีโอ (สร้างยอดวิวในทางหนึ่ง) ได้เหรียญ​ เอาเหรียญมาแลกรูปของแท้ เอารูปของแท้มาแลกเป็นบัตรจับมือ

“สำหรับคนที่เป็นสายเปย์ อยากได้บัตรจับมือแต่ไม่อยากติดตามดูวิดีโอ ก็สามารถมารับซื้อเหรียญได้ที่ Bitkub จะมีคนมาวางออร์เดอร์ซื้อ และออร์เดอร์ขาย ทุกครั้งที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น เราจะแบ่ง Trading Fee ให้อินฟลูเอนเซอร์ เป็น ​Passive Income ให้อินฟลูเอนเซอร์ได้อีกด้วย”

Win-Win-Win

โซเชียล โทเคน ช่วยสร้าง Win-Win-Win ให้กับทุกฝ่าย อินฟลูเอนเซอร์ได้ Engagement เพิ่ม คนดูวิดีโอมากขึ้นเพื่อแลกเหรียญ คนที่ดูวิดีโอ ได้มูลค่าทางจิตใจ เพราะเหรียญที่ได้จากการดูวิดีโอ สามารถนำไปแลก Digital Collectable ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ ฝั่งที่อยากเจอศิลปินแต่ไม่มีเวลาตามดูวิดีโอ ห็สามารถมาตั้งโต๊ะรับซื้อเหรียญได้ ทำให้คนที่อยากหารายได้เสริมก็สามารถนั่งดูวิดีโอเพื่อเก็บเหรียญนำมาขายให้คนที่ไม่มีเวลาแต่มีเงินได้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนดูโฆษณาแล้วได้เงินเพิ่ม

“ก่อนหน้านี้คนอยากจะปิดโฆษณาแต่ตอนนี้เราสามารถใส่โฆษณาเข้าไปแล้วคนแย่งกันดูโฆษณาเพื่อที่จะได้เหรียญแล้วเอาเหรียญนี้มาขายเพื่อแลกเป็นเงินได้ภายใน 3 วินาที มาขายที่ Bitkub ซึ่งอาจจะมีการเก็งกำไรได้หากคิดว่าศิลปินคนนี้จะดังมากขึ้นในอนาคต แทนที่จะเก็งกำไรแค่ทอง ที่ดิน เราสามารถเก็งกำไรของชื่อเสียงของอินฟลูเอนเซอร์ได้แล้ว”

สิ่งนี้จะมาเปลี่ยนแปลงวงการบันเทิง อินฟลูเอนเซอร์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับได้เลย หรือแม้แต่โฆษณา เมื่อก่อนจะโฆษณาผ่านเพจ เพจอาจจะการันตีว่าจะมี 1 ล้านวิว ถ้าไม่ถึงต้องเอาเงินตัวเอง Boost ให้ถึง 1 ล้านวิว

ปัจจุบันหากแบรนด์จะโฆษณาผ่านโซเชียล โทเคน สามารถไปติดต่อที่ตัวศิลปินหรืออินฟลูเอนเซอร์ได้เลย ว่าจะการันตี 1 ล้านวิว วิวละ 1 บาท ศิลปินหรืออินฟลูเอนเซอร์ สามารถไปบอกแฟนคลับได้ว่า ใครดูวิดีโอนี้ก่อน 1 ล้านคนแรกจะได้ 1 ล้านเหรียญ ๆ ละ 50 สตางค์ จะมีคอนเทนต์แฝงในโฆษณานี้ 500,000 บาทแจกจ่ายให้คนดูโฆษณา อีก 500,000 บาทเข้าบริษัทหรือตัวศิลปินอินฟลูเอนเซอร์

“วงการบินเทิงเป็นวงการที่เปลี่ยนเร็ว อะไรที่ดีขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง ลูกค้าเลือกอยู่แล้ว ดูโฆษณาแล้วได้เงินใครจะไม่ชอบบ้าง แบรนด์ได้ข้อมูลคนดูโฆษณาที่วัดผลได้อย่างละเอียดแม่นยำ อะไรที่เป็น Network Effect จะยิ่งเติบโตเร็ว โซเชียล โทเคน ในวงการบันเทิงจะเติบโตเร็วกว่าวงการอื่น”

นอกจากนี้ โซเชียล โทเคน ยังสามารถนำมาปรับใช้กับองค์กรไม่แสวงผลกำไรได้ด้วย อาทิ เหรียญทำดี ใครปลูกต้นไม้ หรือเก็บขยะ สามารถได้โซเชียลโทเคน ไว้ลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น

“ที่ Bitkub เรามี Kubber Coin พนักงานมาเช้าจะได้ Kubber Coin เอาเหรียญนี้มาแลกเป็นการ์ดผู้บริหาร จะได้รางวัล อาทิ หยุดงานได้ฟรี 1 วัน หรือ มาสายได้ 1 วัน เป็นต้น หรือจ่ายค่าเครื่องดื่มที่ตู้กดน้ำที่บริษัทด้วย Kubber Coin ในอนาคตจะแลกเป็นตั๋วเครื่องบินในประเทศ แลกเป็นบัตรสตาร์บัคส์ เป็นต้น ยังโอนเหรียญนี้ให้กันได้เพื่อแทนคำขอบคุณสำหรับการทำอะไรให้กันได้ เป็นเหมือน Internal Dollar ซึ่งเป็นกลไกที่ทุกองค์กรสามารถนำไปใช้ได้

โซเชียล โทเคน เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วมาก ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ในอนาคต โซเชียล โทเคน จะสามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยน เหรียญข้ามระบบข้ามเครือข่ายได้ Bitkub จะเป็นแพลตฟอร์มให้แต่ละระบบนิเวศ สามารถสร้างเหรียญของตัวเอง ให้คนสร้างเหรียญกับคนใช้เหรียญมาเจอกัน และทำงานร่วมกันได้ด้วยภาษาเดียวกัน และสามารถมีปฏิสัมพันธ์ข้ามเครือข่ายได้ เช่น เก็บ Kubber Coin ไปแลกเปลี่ยนรูปภาพของเก๋ไก๋ หรือจะเปลี่ยนเป็นเหรียญทำดี เป็นต้น

STAY CONNECTED

5,407แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

อธิบาย Bitcoin การเงินแห่งอนาคต

ทำไมช่วงนี้ Bitcoin จึงเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง? Bitcoin คืออะไร? แตกต่างกับเงินที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างไร? ทำไม Bitcoin คือการเงินแห่งอนาคต?

KBTG ตั้ง SDX และ DevX ย้ำบทบาท Best Tech Company ใน Southeast Asia

เพื่อเป็นการตอดย้ำพันธกิจของ KBTG สู่การเป็น Best Tech Company ในภูมิภาค Southeast Asia รวมถึงการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลก KBTG ตั้งแผนกใหม่ คือ Software Development Excellence Department และเสริมทัพด้วยทีมใหม่ คือ DevX (Developer Experience)

เคลิ้มไปกับเฮมพ์ สร้างธุรกิจใหม่แสนล้าน

เวลานี้เทรนด์ธุรกิจใหม่ที่กำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น “เฮมพ์ หรือกัญชง” หลังราชกิจจานุเบกษา อนุญาตให้นำกัญชงใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม

ซัมซุงเปิดตัวไลน์อัพทีวีและจอภาพปี 2021

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ แนะนำผลิตภัณฑ์ภาพและเสียงรุ่นใหม่ ปี 2021 ได้แก่ Neo QLED (นีโอ คิวแอลอีดี), MICRO LED (ไมโคร แอลอีดี)

เอไอเอส รุกตลาด​ Deep Tech เปิดตัว SER เอไอ รู้จำอารมณ์ ความรู้สึก เสียงพูดภาษาไทย

ครั้งแรกของโลก ของ AI จับอารมณ์และความรู้สึกจากเสียงภาษาไทย หรือ SER (Speech Emotion Recognition) เมื่อเอไอเอส ร่วมมือระหว่างสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (VISTEC) พัฒนา AI ตรวจจับความรู้สึกจากเสียงภาษาไทย

เอดีเอ เปิดตัวบริการเทคโนโลยีการตลาดในเอเชียแปซิฟิก

เอดีเอ เปิดตัวบริการเทคโนโลยีด้านการตลาด (MarTech) สำหรับลูกค้าในภาคธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินกลยุทธ์ด้านการขายและการตลาด

นักวิจัย สวทช. สังเคราะห์สารตั้งต้น ยาต้านโรคโควิด-19 ‘ฟาวิพิราเวียร์’ สำเร็จ

สวทช.แถลงข่าว ความร่วมมือเพื่อสร้างความสามารถในการพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API: Active Pharmaceutical Ingredients) ของประเทศ

Twitter เปิดทดสอบ “Spaces” สร้างคอนเทนต์เสียงแบบเรียลไทม์บน Android

ผู้คนมากมายเข้ามาในทวิตเตอร์เพื่อพูดคุยในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ได้เริ่มทดสอบวิธีใหม่ที่จะทำให้บทสนทนามีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย

Facebook ขยายโปรแกรม Community Manager ครอบคลุมทั่วโลก

ชุมชนออนไลน์นั้น ช่วยให้ผู้คนเชื่อมต่อถึงกันเพื่อสร้างความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมและสื่อสารกับเพื่อนๆ ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันได้

“ดีป้า” เร่งติดอาวุธดิจิทัลแก่ชุมชนในชนบท เคาะ 32 โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เร่งขับเคลื่อนชุมชนในชนบทต่อเนื่อง เคาะ 32 โครงการขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

MUST READ

5 ทางลัดสำหรับ SME ไทย ลุย “อี-คอมเมิร์ซ แพลตฟอร์ม”

ผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน ได้เป็นแรงผลักให้บริษัทต่าง ๆ ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้ธุรกิจอยู่รอดด้วยทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะการปรับสู่รูปแบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มฐานลูกค้า เติบโตรายได้และขยายสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

เอเซอร์ สานต่อกลยุทธ์ Dual Transformation มุ่งเป้าสู่ Lifestyle Brands

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด สานต่อกลยุทธ์ “Dual Transformation” ขับเคลื่อนสู่การเป็น Lifestyle Brands

ก.ล.ต. เตรียมยกระดับการกำกับดูแล ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี และกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องทดสอบความรู้

มั่นคงฯ รุกธุรกิจ Wellness ส่ง RAKxa เจาะตลาดไทย

บริษัทมั่นคงเคหะการจำกัด (มหาชน) หรือ MK ส่งโครงการ “รักษ” (RAKxa) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมลุยตลาดธุรกิจสุขภาพ (Wellness) ในประเทศเพิ่มมั่นใจสิ้นปียังคงสร้างสัดส่วนรายได้ให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้

หัวเว่ย เสนอ 5 ลำดับสำคัญเพื่อภาคอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

หัวเว่ย เปิดตัวรายงาน Global Connectivity Index (GCI) 2020 ซึ่งเป็นรายงาน GCI ที่จัดทำขึ้นเป็นฉบับที่ 7 และเป็นครั้งแรกที่รายงานดังกล่าวเสนอห้าลำดับสำคัญเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดทก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น