TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Highlight System Stone ชู 2 กลยุทธ์ รุกต่างประเทศ-ร่วมมือบริษัทใหญ่ วางแผน Exit ใน 2 ปี

System Stone ชู 2 กลยุทธ์ รุกต่างประเทศ-ร่วมมือบริษัทใหญ่ วางแผน Exit ใน 2 ปี

Smart factory เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรม ยุค 4.0 ซึ่งมีหลากหลายโซลูชันให้เลือกใช้ ปัจจุบันโรงงานทั่วโลก 60-70% เริ่มนำซอฟต์แวร์เข้ามาใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ขณะที่โรงงานส่วนใหญ่เริ่มศึกษาด้าน IoT แต่โรงงานที่ตัดสินใจใช้และเริ่มใช้ยังมีไม่ถึง 30% ถึงแม้ว่าราคาจะเริ่มต่ำลงมาแล้ว

ด้าน โรโบติกส์ กับ ออโตเมชัน ก็ยังมีโรงงานจำนวนน้อยที่นำไปใช้ เป็นธุรกิจเฉพาะ ส่วน AI นั้นมีคนสนใจมากแต่โรงงานส่วนมากก็ยังไม่รู้ว่าจะนำ AI มาทำอะไรกับภาคอุตสาหกรรม เพราะยังมีอยู่กรณีศึกษาน้อยมาก จะมีกลุ่มปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จากการใช้ AI เพราะจะต้องมีการคำนวณอยู่ตลอดเวลา จึงสามารถนำ AI มาใช้ในฟังก์ชันเฉพาะบางอย่าง

แต่ที่น่าสนใจคือในกลุ่ม Smart factory ทั้งหมดในโลกนี้ เอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่โตเร็วที่สุดและมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 60% เพราะฐานการผลิตส่วนใหญ่โตอยู่ในแถบนี้ โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย

-Ricult สตาร์ตอัพหัวใจเกษตร ตั้งเป้ายกระดับอุตสาหกรรม
-แนวโน้มอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานปี 2564

สิทธิกร นวลรอด ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง System Stone กล่าวกับ The Story Thailand ว่า เทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้ในปี 64-65 นั้น IoT เป็น 1 ในเทคโนโลยีที่คนไทยหันมาพัฒนาโซลูชันกันมาก ทั้งรูปแบบบริษัทหรือเป็นคนรับจ้างติดตั้ง ปัจจุบันมีประมาณ 100 กว่าราย ส่วนหนึ่งเพราะปัจจุบัน IoT มีราคาถูก ขณะที่โรงงานก็เริ่มทดลองใช้ IoT กันมากขึ้น มีโครงการนำร่อง (Pilot project) มากขึ้น

แต่ปัญหาของ IoT เป็นเรื่องของการสเกลระบบ เพราะจะต้องดีไซน์ระบบค่อนข้างมาก และติดตั้งค่อนข้างยาก ทำให้เป็นข้อจำกัดว่าผู้ให้บริการอาจจะไม่เพียงพอสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอยู่ในประเทศ เพราะ 1 โครงการจะต้องใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างนาน ขณะที่ในประเทศไทยมีเป็นแสนโรงงาน

สิทธิกร เชื่อว่า เร็ว ๆ นี้จะเห็นกลุ่มที่จะเข้ามาสเกลด้าน IoT ซึ่งไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีเล็ก ๆ แต่จะเป็นผู้ผลิตดั้งเดิมที่เริ่มผันตัวเองมาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาสนับสนุน IoT และเชื่อว่าอีกไม่นานบริษัทเหล่านี้จะออกแพลตฟอร์ม IoT เป็นของตัวเอง ซึ่งกลุ่มนี้จะได้เปรียบตรงที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วจำนวนมาก รวมถึงระบบอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักร หรือระบบการทำงานต่าง ๆ (Programmable Logic Controller หรือ PLC) ที่ใช้นั้นเป็นอินเตอร์เฟซที่เข้าไปเก็บข้อมูลอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ระบบนี้ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและอัปโหลดข้อมูลไปไว้บนคลาวด์ได้ ซึ่งบริษัทเหล่านี้จึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ให้ PLC เชื่อมต่อกับระบบ IoT ได้ ก็จะช่วยเข้ามาเร่งตลาดของ IoT ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น

ร่วมมือบริษัทใหญ่ขยายฐานลูกค้า

ด้านกลยุทธ์ในปี 64 นี้ System Stone ผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ซ่อมบำรุง “Factorium CMMS” มีแผนที่จะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เป็นฟันเฟืองอยู่ในโปรเจกต์ใหญ่ ของบริษัทใหญ่ ๆ เหล่านี้

“บริษัทเหล่านี้อาจจะมีจุดด้อยในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ต้นทุนสูง เราสามารถนำเสนอความเชี่ยวชาญของเราด้านการพัฒนาระบบ และให้เขาเลือกเราเข้าไปทำบางส่วนที่เขาไม่ถนัด ซึ่งน่าจะตอบโจทย์มากกว่าการที่จะไปแข่งกับรายใหญ่โดยตรง”

สิทธิกร กล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์หลักของ System Stone ยังเป็นระบบซ่อมบำรุง ที่ชื่อ Factorium CMMS นอกจากนั้นก็จะมีโมดูลย่อย ๆ อีกหลายตัว ปี 64 นี้จะมีแพลตฟอร์มใหม่ที่เรียกว่า Digital Twin เป็นระบบใหญ่ที่เข้ามาบูรณาการ IoT ทั้งเรื่องของ Machine link, 3D Visual เป็นไฟนอลคอนเซ็ปต์ เป็นโรงงานดิจิทัลที่สามารถเรียกข้อมูลขึ้นมาดูได้หมดเลย ซึ่งโครงการนี้ System Stone ได้ร่วมพัฒนากับบริษัทระดับโลก ส่วน Vibro ฮาร์ดแวร์ที่เคยพัฒนาเข้ามาใช้กับการคาดการณ์ซ่อมบำรุง (Predictive maintenance) แต่ในปีนี้จะเบรคไว้ก่อน และไปทำงานร่วมกับ Murata

“ในตลาดมีคนทำฮาร์ดแวร์ค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าเราจะมีความรู้ด้านนี้ แต่เราไม่ได้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เราจึงคิดว่าเราจะโฟกัสที่ซอฟต์แวร์ และเข้าไปเอาฮาร์ดแวร์มาจาก Murata และเราพัฒนาซอฟต์แวร์ใส่เข้าไปแทน ข้อดีคือเราได้ลดต้นทุนในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ อีกส่วนคือเราได้พาร์ทเนอร์ระดับภูมิภาคเป็นบริษัทใหญ่ของญี่ปุ่น และก็จะสามารถที่จะผูกการตลาดเข้าไปได้ด้วย”

“ส่วนตัวมองว่ากลยุทธ์แบบนี้มันดีมาก ซึ่งความยากคือการเข้าไปรู้จักบริษัทเหล่านี้ แล้วทำให้เขาเชื่อในศักยภาพของเรา ซึ่งเราจะต้องทำให้เขาเห็นก่อนว่าเรามีความเชี่ยวชาญ และมีความสามารถเฉพาะอย่างที่บริษัทเหล่านี้ไม่ต้องการพัฒนาขึ้นมาเอง”

สิทธิกร กล่าวต่อว่า ข้อดีอีกส่วนคือบริษัทไม่ต้องมีความเสี่ยงเรื่องของต้นทุน และไม่ต้องพัฒนาหลายอย่าง ทำให้สามารถเข้าตลาดได้ไว เพราะ System Stone เป็นสตาร์ตอัพ ไม่ใช่บริษัทที่มีสายป่านที่สามารถทำการวิจัยและพัฒนา (R&D) ได้ใน 4-5 ปีและค่อยไปขาย ซึ่งการที่ได้พาร์ทเนอร์ใหญ่ ๆ ก็เป็นโอกาสที่จะได้ออกสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้ เพราะบริษัทเหล่านี้มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก ซึ่งถ้าไปด้วยกันได้ก็จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับบริษัทใหญ่ ๆ ได้

ปรับโครงสร้างบริษัทสู่ระดับโลก

สิทธิกร กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา System Stone มีแผนจะระดมทุนโดยมีเป้าหมายที่จะไปเปิดตลาดต่างประเทศ แต่เมื่อเกิดวิกฤติโควิด-19 เข้ามาจึงชะลอไแผนไว้ก่อน และหันกลับมาโฟกัสในประเทศ ซึ่งปี 63 ที่ผ่านมาถือว่าบรรลุเป้าหมายได้พอสมควร ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นไปตาม KPI ที่ตั้งไว้ แต่ก็สามารถสร้างรายได้ 16 ล้านบาท สูงขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 62 ด้านยอดผู้ใช้ก็โตขึ้นมาเช่นกันจากกลยุทธ์ Freemium ส่งผลให้สิ้นปีที่ผ่านมามีผู้ใช้อยู่ 3,000 โรงงาน ที่สำคัญก็คือปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำกำไรได้แล้ว

“ซอฟท์แวร์ซ่อมบำรุงของเราก็ถือว่าเติบโตอย่างมั่นคงแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่หวือหวาแต่ก็เลี้ยงตัวเองได้”

สิทธิกร เตรียมนำแผนขยายธุรกิจปีที่แล้ว กลับมาทำใหม่ในปีนี้ โดยตลาดในประเทศวางแผนจะเติบโตโดยการเพิ่มยอดขายในประเทศให้ได้ 30 ล้านบาท และเพิ่มจำนวนโรงงานที่ใช้เป็น 10,000 โรงงาน

ส่วนเป้าใหญ่เป็นการปรับโครงสร้างบริษัทให้เป็นระดับภูมิภาคให้ได้ โดยมีแผนการระดมทุนและสร้างทีมที่จะดูแลตลาดต่างประเทศขึ้นมาใหม่

ในเฟสแรก System Stone วางแผนจะรุกตลาด เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ขณะที่ สิทธิกร วางโครงสร้างแพลตฟอร์มไว้ 4 ภาษาแล้ว ทั้ง ไทย ญี่ปุ่น เวียดนาม อังกฤษ เรียบร้อยแล้ว โดยงบระดมทุนตั้งไว้ที่ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 90 ล้านบาท เพื่อรองรับกิจกรรมการตลาดและการขยายโครงสร้างที่ผู้บริหารคนใหม่จะเข้ามาทำ

“เราได้เล็งทีมบริหารที่เป็นคนต่างชาติไว้หลายคน เพื่อนมาวางโครงสร้างและทำการตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง เพราะภาพลักษณ์บริษัทระดับระดับทวีปหรือระดับโลก มันต่างกับบริษัทระดับประเทศมาก”

ส่วนอีกด้านหนึ่ง สิทธิกร จะโฟกัสด้านการทำงานร่วมกับบริษัทใหญ่ ๆ เพื่อให้มีผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เช่น Mitshbishi ,Omron , Murata และ Shell

และจากแผนงานทั้งหมดนั้น สิทธิกร มองว่าจะสามารถนำบริษัทสู่การ Exit ได้ ซึ่งมองไว้ 2 รูปแบบคือ การเข้า IPO หรือถูกซื้อ

“การ IPO จะต้องเตรียมอะไรเยอะมาก แต่การถูกบริษัทใหญ่ ๆ บริษัทหนึ่งเข้ามาซื้อ เราสามารถทำให้บริษัทเหล่านี้เห็นได้ว่าเรามีโซลูชันที่ต่อยอดได้ สเกลได้ ส่วนตัวมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการ Exit ของสตาร์ตอัพเช่นกัน ทั้งนี้เราก็มองว่าถ้าใน 2 ปีนี้ยังไม่ถูกซื้อ เราก็อาจจะพิจารณาเข้า IPO แทน”

STAY CONNECTED

6,071แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

การเติบโต และ ประสบการณ์ลูกค้า สองปัจจัยหลัก สู่ความสำเร็จขององค์กร หลังวิกฤติโควิด-19

เอสเอพี เอสอี เผยผลการศึกษาล่าสุดจากองค์กรภาคธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกี่ยวกับสถานะทางธุรกิจและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนความท้าทายและโอกาสสำหรับการเติบโตขององค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

วอลโว่ เปิด Volvo Certified Damage Repair Centre

วอลโว่ (VOLVO) แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมสัญชาติสวีดิช ไม่หยุดยั้งการพัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้าทั่วโลก เปิดตัวศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน "Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR)"

“โรบินฮู้ด” บุกพื้นที่ศักยภาพนอกกรุงฯ ส่งแคมเปญ “สุดฟินของกินเมืองนนท์”

โรบินฮู้ด เจาะตลาดปริมณฑล ประเดิมปักหมุดบุกจังหวัดนนทบุรี พื้นที่ยุทธศาสตร์นอกเขตกรุงเทพฯ ที่มีการเติบโตสูงสุดทั้งในด้านจำนวนและยอดเฉลี่ยในการสั่งอาหารต่อครั้ง ส่งแคมเปญน้องใหม่ "สุดฟินของกินเมืองนนท์"

Facebook กับ Adjust เผยผลสำรวจ แอปเกมมิ่ง-ความบันเทิง โตสูงสุด

Adjust แพลตฟอร์มการตลาดแอประดับโลก เผยรายงานการเติบโตแอปบนสมาร์ทโฟน พบว่าเกมมิ่งเป็นประเภทแอปที่เติบโตได้เร็วที่สุดนำมาโดยอาร์เจนติน่า ในขณะที่อินเดียยืนหนึ่งในเรื่องเติบโตเร็วที่สุดในย่านนี้ และประเทศไทยอยู่ที่อันดับหก

โซลาร์รูฟท็อป ภาคครัวเรือน แหล่งรายได้ใหม่ผู้ประกอบการอสังหาฯ

ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย ประเมินตลาดอสังหาฯในช่วงปี 2564-2566 เติบโตไม่ดีเหมือนเคย การแข่งขันในตลาดรุนแรงมีแนวโน้มทำให้อัตรากำไรสุทธิของผู้พัฒนาอสังหาฯ อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งผลักดันให้ธุรกิจมองหาแหล่งรายได้เสริมใหม่ ๆ เผยธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือนมีศักยภาพในการเป็นแหล่งรายได้เสริมให้กับผู้พัฒนาอสังหาฯ ได้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดเศรษฐกิจไทยปี 64 โตลดลง 1.8% หลังระบาดระลอกใหม่

จากผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองเศรษฐกิจไทยปี 2564 มีแนวโน้มเติบโตลดลงที่ 1.8% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.6% โดยมองว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่มีความรุนแรงกว่าในระลอกก่อนหน้านี้

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 64 กำไร 10,627 ล้านบาท

ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2564 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้แรงส่งจากการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยขาดความต่อเนื่อง แม้จะมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้า (ไม่รวมทองคำ) ก็เริ่มได้รับอานิสงส์บางส่วนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

หยุดยาวสงกรานต์ ‘64 ของชาวโซเชียล เมื่อทริปเที่ยวกลายเป็น #เที่ยวทิพย์

วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาหลายคนมีแพลนกลับบ้าน รวมถึงเตรียมทริปท่องเที่ยวกันไว้อย่างยิ่งใหญ่ แต่ด้วยสถานการณ์โควิดเจ้ากรรมดันกลับมาระบาดอีกครั้งเลยทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนแผนจาก "ทริปเที่ยว" กลายเป็น "เที่ยวทิพย์" กันไปซะนี่

DEPA หนุนสตาร์ตอัพให้บริการดิจิทัล เพื่อเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมเกษตร

อุตสาหกรรมการเกษตร ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักดั้งเดิมที่เปรียบเสมือนฐานรากของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน แต่หลายปีที่ผ่านมาผลผลิตทางการเกษตรของไทยกลับมีมูลค่าเพิ่มน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นในตลาด

“ด้วยใจที่มุ่งมั่น สักวันต้องพบความสำเร็จ” ทิศทางต่อไปของ TICTA

ในวันที่วงการเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับผลกระทบจากการถูก Disruption ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและสารพัดปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจในการขับเคลื่อน TICTA ด้วยเช่นกัน

MUST READ

ปักกิ่งจ่อตั้งพื้นที่สาธิต มุ่งพัฒนา ‘ยานพาหนะเชื่อมต่ออัจฉริยะ’

รัฐบาลเทศบาลนครปักกิ่งได้อนุมัติการกำหนดให้มีพื้นที่สาธิตเพื่อส่งเสริมการพัฒนายานพาหนะเชื่อมต่ออัจฉริยะ (ICV) ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ 225 ตารางกิโลเมตร

ฉงชิ่ง เปิดใช้รถไฟรางเบา ‘ไร้คนขับ’ ต้นทุนต่ำ สร้างเสร็จเร็ว

เทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเปิดใช้งาน “บีวายดี สกายชัตเทิล” (BYD SkyShuttle) ระบบขนส่งทางรางไร้คนขับสายแรกของเมืองในเขตปี้ซาน เมื่อวันศุกร์ ทื่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา

344 ปี กับการเป็นไปได้ของ “คอคอดกระ” ไทย

จากความพยายามที่จะขุดคอคอดกระ 344 ปี หลายคนมองว่า หากคอคอดกระขุดสำเร็จ จะเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเดินเรือของโลก

Fly-Food แพลตฟอร์มส่งอาหารจีนในไทย ปรับกลยุทธ์ช่วงโควิด-19

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด บริการดิจิทัลช่วยสร้างมูลค่าและประโยชน์ต่าง ๆ มากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ภาคส่วนต่าง ๆ จึงรีบเร่งดำเนินการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก

ตลาด ‘การอ่านดิจิทัล’ ของจีน โตไม่หยุด มุ่งสู่ระบบอัจฉริยะ

มูลค่าตลาดการอ่านทางดิจิทัลของจีนแตะ 3.52 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.68 แสนล้านบาท) ในปี 2020 เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.8 เมื่อเทียบปีต่อปี
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดทก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น