TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกColumnistคนละครึ่ง เฟส 5 ... สิ้นมนต์ขลัง

คนละครึ่ง เฟส 5 … สิ้นมนต์ขลัง

หลังจากลุ้นกันมานาน ในที่สุด “รัฐบาลลุงตู่” ก็กัดฟันดัน “โครงการคนละครึ่งเฟส 5″​ แบบไม่พร้อมสักเท่าไร แต่ต้องดันออกมา เพราะภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงยากลำบาก ข้าวยากหมากแพงจึงต้องมีมาตรการมาเยียวยา กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและคนตกงาน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย 26.5 ล้านคน กำหนดในอัตราร้อยละ 50 ไม่เกิน 150 บาท/คน/วัน หรือไม่เกิน 800 บาทต่อคน โครงการมีระยะเวลาแค่ 2 เดือน

จะว่าไปแล้วโครงการคนละครึ่งยิ่งนานวันยิ่งแผ่วลงเรื่อย ๆ อย่างโครงการคนละครึ่งเฟส 5 คนชักเริ่มไม่สนใจเหมือนโครงการแรก ๆ อันที่จริงก็เริ่มแผ่วมาตั้งแต่โครงการคนละครึ่งเฟส 3 มีเพียงโครงการในเฟสแรก ๆ เท่านั้น ที่ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ แผ่วลงและมีปัญหาตามมามากมาย

ปัญหาที่พบมีทั้งในส่วนร้านค้าทั้งหลายที่เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งประชาชนในฐานะผู้บริโภค ในส่วนปัญหาของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการนั้น มีตั้งแต่ผู้ค้ารายย่อยที่เข้าไม่ถึงโครงการจากความไม่พร้อมหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่สร้างความสับสนจนกลายเป็น “ดราม่า” กรณีมีข่าวว่ากรมสรรพากรจะจัดเก็บภาษีจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ส่งผลให้ในเฟส ๆ หลัง ๆ บรรดาร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการเริ่มถอนตัว เพราะกลัวโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ส่วนร้านค้าบางรายที่ยังร่วมโครงการก็ต้องมีต้นทุนเพิ่ม เพราะต้องจ้างคนทำบัญชีเพื่อรายงานกรมสรรพากร

ในส่วนผู้บริโภคคนที่ได้ใช้บริการคนละครึ่งจริง ๆ คือ ส่วนใหญ่คนชั้นกลาง บางคนทำงานเป็นระดับผู้บริหารธุรกิจก็มี ส่วนคนจนจริงๆ มีไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ มีปัญหาตั้งแต่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี จนไปถึงไม่มีรายได้เพราะตกงานช่วงโควิด ทำให้ไม่มีเงินจะร่วมสมทบ คนที่ต้องหาเช้ากินค่ำจำนวนไม่น้อยต้องสละสิทธิ์ดังกล่าว

อีกทั้งยังมีปัญหาทุจริตรูปแบบต่าง ๆ มากมาย โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างร้านค้ากับประชาชนที่ได้สิทธิ์ ซึ่งไม่มีการนำเงินไปใช้จ่ายจริงตามเจตนารมณ์ของโครงการที่ต้องการเยียวยาผู้มีรายได้น้อยและกระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กัน

ล่าสุดมีรายงานสด ๆ ร้อน ๆ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ได้ตรวจสอบผลดำเนินโครงการคนละครึ่ง ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 4 เฟสใช้วงเงินรวมกว่า 213,300 ล้านบาท มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ คือ จำนวนผู้ใช้สิทธิต่ำกว่าเป้าหมายทั้ง 4 เฟส เช่น เฟสที่ 4 เป้าหมาย 29 ล้านคน แต่มีผู้ใช้สิทธิเพียง 26.38 ล้านคนเท่านั้น การที่จำนวนผู้ใช้สิทธิต่ำกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามเป้า

ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ 30 เม.ย. 65 มีงบประมาณคงเหลือถึง 23,153 ล้านบาท ทำให้เกิดค่าเสียโอกาสที่รัฐบาลจะนำเงินในส่วนนี้ไปใช้ในโครงการอื่น ๆ ที่สำคัญและเร่งด่วนกว่า ส่วนอีกประเด็น คือ พบการใช้จ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ ซึ่งมีร้านค้าและประชาชนที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนถูกระงับสิทธิและเรียกเงินคืน 296 ราย 

เหนือสิ่งใดโครงการคนละครึ่งเฟส 5 วงเงินที่ให้ต่อคนแค่คนละ 800 บาทในเวลา 2 เดือนนั้น นับว่าน้อยมาก ๆ ตกแค่เดือนละ 400 บาท หรือวันละกว่า 10 บาทเท่านั้น แทบทำอะไรไม่ได้ และคงไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ 

นอกจากแต่ละรายได้รับเงินเป็นแค่น้ำจิ้มไม่พอดำรงชีพ ยังต้องเจอกับราคาสินค้าแพงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เรียกว่าเจอ 2 เด้ง เงินได้น้อยลงแต่ของแพงขึ้น รัฐบาลเองก็คงรู้ปัญหาแต่คงไม่มีเงินดำเนินโครงการ ที่ต้องเร่งคลอดโครงการนี้มาเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจบีบบังคับ จึงแค่เยียวยาชั่วคราวไปพลาง ๆ ก่อน ถือเสียว่าได้น้อยดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เงินที่ใช้ในโครงการนี้ก็เจียดมาจากเงินงบประมาณปี 65 ที่ยังเหลือให้เบิกแค่ 2 เดือน โครงการคนละครึ่งรอบนี้จึงดูเหงา ๆ ไม่ขลังเหมือนเฟสแรก ๆ รัฐบาลเองก็คงไม่ได้คะแนนนิยมจากโครงการนี้เท่าใดนัก 

อันที่จริงปัญหาทั้งหลายทั้งปวงที่ทำให้ เกิดเงินเฟ้อ สินค้าราคาแพงทุกวันนี้ มีต้นตอมาจาก “ราคาพลังงานแพง” ดังนั้น ก็ควรจะแก้ที่ต้นเหตุที่ทำให้พลังงานแพง ซึ่งควรจะยกเลิกใช้ราคาอ้างอิงที่โรงกลั่นสิงคโปร์ ต้นตอทำให้ต้นทุนน้ำมันแพงกว่าความเป็นจริง เพราะมีต้นทุนแฝงบวกค่าใช้จ่ายเสมือนนำเข้าจากสิงคโปร์จริง ๆ ทั้งที่โรงกลั่นอยู่ในเมืองไทย รวมถึงควรลดค่าการกลั่นให้สอดคล้องความจริง ลดภาษีที่ซ้ำซ้อน ยุบกองทุนน้ำมันและกองทุนอนุรักษ์พลังงาน แต่รัฐบาลก็ไม่กล้า 

รัฐบาลอาจจะถนัดกับการแจกเงินเพราะง่ายกว่า ได้คะแนนนิยมเร็วกว่า แม้การแจกเงินให้ประชาชนในโครงการประชานิยมต่าง ๆ อาจยังมีความจำเป็น แต่ต้องมาถูกที่ถูกเวลา ควรมีระยะเวลาชัดเจนว่าจะนานแค่ไหน จะสิ้นสุดเมื่อไร ไม่ใช่ทำไปเรื่อย ๆ อย่างโครงการคนละครึ่ง ตั้งแต่เฟส 1 จนถึงเฟส 5 ไม่มีที่สิ้นสุด 

อย่าลืมประชานิยมไม่ได้ทำให้รัฐบาลพบหายนะเท่านั้น แต่ยังทำให้ศักยภาพที่จะเติบโตของประเทศต้องหมดสิ้นไปด้วย คงไม่มีประเทศไหนโตด้วยการแจกเงินแบบพร่ำเพรื่อแน่ ๆ

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ