TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business การเติบโต และ ประสบการณ์ลูกค้า สองปัจจัยหลัก สู่ความสำเร็จขององค์กร หลังวิกฤติโควิด-19

การเติบโต และ ประสบการณ์ลูกค้า สองปัจจัยหลัก สู่ความสำเร็จขององค์กร หลังวิกฤติโควิด-19

เอสเอพี เอสอี เผยผลการศึกษาล่าสุดจากองค์กรภาคธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกี่ยวกับสถานะทางธุรกิจและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนความท้าทายและโอกาสสำหรับการเติบโตขององค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

ผลการศึกษาระดับภูมิภาค Digital, resilient, and experience-driven: How enterprises in Southeast Asia can prepare for the new economy (ดิจิทัล ความยืดหยุ่นในการปรับตัว และการขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์: วิธีการที่องค์กรธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเตรียมความพร้อมสำหรับเศรษฐกิจใหม่) พบว่า องค์กรภาคธุรกิจต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถรักษาเสถียรภาพขององค์กรไว้ได้จากการให้ความสำคัญกับการเติบโตและประสบการณ์ของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม องค์กรเหล่านี้ต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญในด้านการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ การปรับใช้ระบบคลาวด์ และการหาอินไซต์เชิงลึกจากข้อมูล

จากความร่วมมือกับ Oxford Economics การศึกษานี้ ได้สำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูง 600 คน ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยจำนวน 400 คน ทำงานในกลุ่มองค์กรขนาดองค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางที่มีรายได้น้อยกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กรุยทางสู่การเติบโตครั้งใหม่ที่เติมเต็มด้วยประสบการณ์

ขณะที่หลายกลุ่มเศรษฐกิจเริ่มมองเห็นช่องทางใหม่ในการเติบโต หลายองค์กรยังต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องให้มีความยืดหยุ่นรวมถึงปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่
องค์กรต่างๆ ในภูมิภาคระบุว่า ประสบการณ์ของลูกค้า เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการอยู่รอดและสร้างการเติบโตขององค์กร

โดยมากกว่าหนึ่งในสาม (35%) กล่าวว่า ความสำคัญด้านบริการ คือหัวใจสำคัญที่สร้างมูลค่าและความแตกต่างให้แก่องค์กร โดยประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า ยังกลายมาเป็นกลยุทธ์ที่องค์กรธุรกิจในภูมิภาคนี้ให้ความสำคัญมากที่สุด โดยปัจจัยหลักของการดำเนินธุรกิจ คือ การสร้างประสบการณ์พิเศษเฉพาะลูกค้าแต่ละคน (59%), คุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (55%) การให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัว (53%) และ การตั้งราคาที่สู้กับคู่แข่งได้ (51%)

เวเรน่า เซียว ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เอสเอพี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เมื่อองค์กรธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มตั้งตัวได้จากภาวะดิสรัปชั่นที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัส พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญที่จะทำให้องค์กรเติบโตและพร้อมสำหรับการแข่งขันระยะยาว ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด ทุกองค์กรต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นอินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ ซึ่งหมายถึงการเป็นองค์กรที่มีความชาญฉลาด ในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน”

เมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรขนาดใหญ่ องค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางในภูมิภาคต่างพบกับความท้าทายที่มากขึ้นในการรับมือกับความไม่แน่นอนท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบัน จากการสำรวจพบว่า

  • องค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางต้องเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัวให้เข้ากับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (40% เทียบกับ 29% ขององค์กรขนาดใหญ่)
  • การปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป (38% เทียบกับ 43%)
  • ข้อจำกัดในการรักษาฐานลูกค้าหรือดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (34% เทียบกับ 30%)
  • ซึ่งความท้าทายเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์

สำหรับประเทศไทยแล้วนั้น องค์กรแต่ละขนาดได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดและการหยุดชะงักของการดำเนินงานแตกต่างกันออกไป องค์กรขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรในการรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นมากกว่าคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด มักจะกำหนดลำดับความสำคัญของกลยุทธ์องค์กรในทิศทางเดียวกัน

กล่าวคือ การเพิ่มผลกำไรและการลดต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด (36%) สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ตามมาด้วย การปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า (33%) นอกจากนี้องค์กรขนาดใหญ่ยังตระหนักดีว่าในยุค Experience Economy ต้องให้ความสำคัญกับพนักงานพอๆ กับลูกค้า

โดยองค์กรเหล่านี้มักจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสบการณ์ของพนักงาน รวมถึงการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถมากกว่าองค์กรขนาดอื่นๆ (30%) และมีแนวโน้มที่จะยกระดับการบริหารจัดการประสบการณ์ให้ดียิ่งขึ้นเมื่อองค์กรต้องปรับเปลี่ยนพนักงานให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด ด้วยการเพิ่มความคล่องตัว (30%)

แม้ว่าองค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางซึ่งมีขนาดเล็กกว่า จะมองว่าพวกเขาได้เปรียบในการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า ทำให้สามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นและสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งตามที่ต้องการได้ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งขององค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าเป็นลำดับแรก

โดยประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า มักเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณภาพสูง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่องค์กรขนาดใหญ่ระดับ Enterprise และ องค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางในประเทศไทยต่างให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นเลิศในเรื่องเหล่านี้เพื่อสร้างคุณค่าและความแตกต่างให้กับองค์กร ทั้งนี้ องค์กรขนาดใหญ่ระดับ Enterprise ระบุว่า นวัตกรรมทำให้พวกเขาสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้

พลิกโฉมสู่การเป็นองค์กรที่ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ

ในขณะที่องค์กรต่างๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานเพื่อเอาชนะความท้าทายทั้งภายในและภายนอก องค์กรหลายแห่งยอมรับว่าเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและดิจิทัล เป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่องค์กรเชื่อว่าจะสามารถสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจได้ โดยส่วนใหญ่มองว่า

  • การปรับใช้เทคโนโลยีเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ พร้อมกับลดข้อผิดพลาด ความเสี่ยง และต้นทุน (56%)
  • การลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผลิตสินค้าและบริการ (45%)
  • ทำให้พนักงานสามารถโฟกัสไปที่งานธุรกิจระดับสูง (39%)
  • เพิ่มประสิทธิภาพจากการเปลี่ยนแปลงมาใช้เทคโนโลยีและกระบวนการอัตโนมัติที่ชาญฉลาด (37%)

สำหรับภายในองค์กรเองก็พบกับความท้าทายในการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าเช่นกัน องค์กรธุรกิจต้องเผชิญอุปสรรคในการมองเห็นภาพรวมของการดำเนินงาน รวมถึงขาดเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยในการติดตามและกำหนดลำดับความสำคัญของ
กลยุทธ์ทางธุรกิจ ผู้บริหารที่ได้ตอบแบบสำรวจระบุว่า

  • มีความท้าทายในการแข่งขันกับองค์กรขนาดใหญ่ (50%)
  • การขาดเทคโนโลยีสำหรับการวิเคราะห์ (43%)
  • การขาดบุคลากรที่มีความสามารถและมีแรงจูงใจในการทำงาน (40%)
  • การขาดข้อมูลที่เพียงพอ (38%)
  • ความลำบากในการปรับขนาดองค์กรเพื่อรองรับการเติบโต (33%)

“องค์กรที่จะสามารถเติบโตได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งกำลังขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ คือองค์กรที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนวิธีคิด พร้อมแสวงหาวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ และปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานอยู่เสมอ เพื่อให้องค์กรค้นพบวิธีที่ส่งผลดีต่อธุรกิจของตนมากที่สุดและอยู่เหนือคู่แข่งได้” เวเรน่า กล่าวเสริม

เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างรวดเร็ว องค์กรที่ทำการสำรวจครั้งนี้กำลังเริ่มดำเนินการตามแผนระยะสั้น โดยเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า หลายๆ องค์กรได้ลงทุนในด้านการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน (39% ได้ทำการเปลี่ยนแปลงในด้านนี้ทั่วทั้งองค์กร) การปรับลดราคา (38%) และ การเพิ่มการบำรุงรักษาหลังการขาย (37%) แม้ว่าเครื่องมือดังกล่าวจะสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อช่วยในการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า แต่ทว่ามีเพียง 58% ที่กล่าวว่าพวกเขามีความคืบหน้าในการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ไปได้ในระดับปานกลาง ขณะที่องค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางมีความคืบหน้าน้อยลงไปอีก เพราะมีเพียงแค่ 45% ที่กล่าวว่าพวกเขาได้ทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ไปได้ในระดับปานกลาง

จากความท้าทายรอบด้าน องค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางมองว่า ความว่องไว และ ความสามารถในการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า เป็นสิ่งที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่ ซึ่งจะทำให้พวกเขามีรากฐานที่แข็งแกร่งที่จำเป็นในการทดลองใช้เทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่

ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ ตลอดจนองค์กรขนาดย่อมและขนาดกลางในประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปรับลดราคาสินค้าและบริการ (94% เทียบกับ 89%) และ การพัฒนาประสบการณ์ดิจิทัลที่ใช้งานง่ายเป็นสิ่งสำคัญอันดับสอง เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าและพนักงาน แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การนำโซลูชั่นทางเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กร การมุ่งเน้นไปที่การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งนี้มีแนวโน้มที่จะคงอยู่ต่อไป เนื่องจากองค์กรต่างๆ ตั้งเป้าที่จะฟื้นฟูธุรกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสทั่วโลก

“ความยืดหยุ่น ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในปัจจุบันและด้วยบริการล่าสุด RISE with SAP เรามั่นใจว่าลูกค้าจะเสริมแกร่งธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อช่วยเร่งสปีดในการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น และสร้างความเป็นเลิศภายใต้สภาพแวดล้อมที่หลากหลายในแต่ละกลุ่มธุรกิจที่พวกเขาดำเนินการ ไม่จำกัดว่าจะอยู่ในช่วงใดของการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล” เวเรน่า กล่าวสรุป

อาตุล ตูลี กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี อินโดไชน่า กล่าวว่า “ปัจจัยด้านดิจิทัล ความสามารถในการปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น และ การขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตและการทำงานของเรา ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เห็นว่าโลกของเราเปราะบางเพียงใด บริษัทที่ปรับตัวได้เร็วเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ ทุกองค์กรจึงต้องทำงานอย่างคล่องตัว มีทิศทางที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อหาแนวทางใหม่ ๆ ให้ก้าวเดินต่อไปได้ บริการ RISE with SAP จะช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนแปลงแบบองค์รวม โดยการเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมและมายด์เซ็ตทั้งหมดขององค์กร รวมถึงออกแบบกระบวนการทางธุรกิจที่แตกต่างจากเดิมเพื่อปลดล็อกวิธีการใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจและก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กรระดับ Enterprise และ SMEs ทำให้สามารถเริ่มการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว”

บุคลากรที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและความสามารถจะเป็นกลไกสำคัญในการเติบโต

นอกเหนือจากเทคโนโลยีแล้ว องค์กรต่าง ๆ ในภูมิภาคต่างเล็งเห็นว่า พนักงานที่มีส่วนร่วมกับการดำเนินธุรกิจจะมีส่วนช่วยปลดล็อกการเติบโตในอนาคตสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ว่าองค์กรต่างๆ กำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ แต่ผู้บริหารในหลายองค์กรตระหนักดีว่าพนักงานของตนมีความสำคัญต่อการผลักดันความสำเร็จ จากการสำรวจองค์กรธุรกิจคาดการณ์ว่าจะเติบโตในระดับปานกลางในช่วงสามปีข้างหน้า ภายใต้แรงขับเคลื่อน

  • ด้านผลิตภาพของพนักงาน (74%)
  • ความภักดีและความพึงพอใจของลูกค้า (71%)
  • ส่วนแบ่งการตลาด (71%)

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทักษะให้กับพนักงานในองค์กร นับเป็นความท้าทายภายในอันดับต้นๆ ที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรและลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า 29% ขององค์กรยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพนักงานได้

เนื่องจากพนักงานมีส่วนสำคัญในการทำให้องค์กรมีความคล่องตัวและช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ จากผลสำรวจ องค์กรธุรกิจต่างๆ ได้ดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของพนักงานในช่วงเวลานี้ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานขององค์กร (29%) การลงทุนในการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน (38%) และการปรับเปลี่ยนนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น (25%)

STAY CONNECTED

6,241แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

ดีลอยท์ เผย ดิจิทัล เรียลลิตี้ พบแพทย์เสมือนจริง คลาวด์ เติบโต

ดีลอยท์ ได้เปิดเผยรายงานการคาดการณ์ด้านเทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคม (Technology, Media & Telecommunications (TMT) Predictions report) โดยเน้นการนำเสนอผลกระทบจากเทรนด์ด้านเทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคมที่อาจส่งผลต่อธุรกิจและผู้บริโภคทั่วโลก

ไบโอเทค สวทช. พัฒนาวัคซีนรวม สำหรับสุกรในเข็มเดียว 
ป้องกัน ไวรัส นิปาห์-พีอาร์อาร์เอส

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) พัฒนาวัคซีนและศึกษาภูมิคุ้มกันของสุกรต่อวัคซีนต้นแบบที่สามารถใช้ป้องกันทั้งไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) และไวรัสพีอาร์อาร์เอส (PRRS virus) ได้ในเข็มเดียวเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาดร้ายแรงในปศุสัตว์

แฟลช เอ็กซ์เพรส จัดส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รพ.ชุมชน รพ.สต.ทั่วประเทศ

แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ หลักสูตร DTX by RISE รุ่น 1 สนับสนุนโครงการ "DTX เพื่อหมอไทย ไฝว้โควิด" จัดส่งเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ ส่งมอบแก่ โรงพยาบาลชุมชน, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลนมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

ดีอีเอส-ดีป้า คลอด 5 เมืองอัจฉริยะ น่าอยู่ประเทศไทย

ประชุมนัดแรกคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ พิจารณาข้อเสนอแผนการพัฒนาเมือง มีมติเห็นชอบ 5 เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทยที่จะได้รับมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะ

ไปรษณีย์ไทย คุมเข้ม ที่ทำการ เจ้าหน้าที่ ช่วง โควิดระลอก 3

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ยกระดับมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ และเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการในช่วงการระบาดของโรค COVID – 19 ระยะที่ 3

ช้อปปี้ สานต่อโครงการ #ShopeeTogether สนับสนุนคนไทย ฝ่าโควิด-19

'ช้อปปี้' เร่งสานต่อโครงการ#ShopeeTogether รวมพลัง สู้ไปด้วยกัน โครงการพิเศษมุ่งสนับสนุนและเสริมสร้างกำลังใจให้คนไทยร่วมกันฝ่าสถานการณ์โควิด-19 สำหรับโครงการ#ShopeeTogether

“ทีเอ็มบีธนชาต” เปิดตัวโลโก้ ttb ประสานจุดแข็ง สองธนาคารเป็นหนึ่งเดียว

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) พร้อมเดินหน้าการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ผ่านการประสานจุดแข็งของสองธนาคารเป็นหนึ่งเดียว เผยโลโก้ของธนาคาร โดยใช้ ‘ttb’ อักษรตัวพิมพ์เล็ก และดีไซน์ตัวอักษรที่เชื่อมต่อกันเพื่อมุ่งไปข้างหน้า

เสียวหมี่ ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 2 ตลาดสมาร์ทโฟนในไทย

เสียวหมี่ ประเทศไทย เป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นสูงสุด โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 328% ส่งผลให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย

บี.กริม ปันน้ำใจ สู้ภัย โควิด-19

บี.กริม เดินหน้า โครงการ "บี.กริม ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19" มอบข้าวเกษตรอินทรีย์ไรซ์เบอรี่และข้าวหอมมะลิแดง จำนวน 10 ตัน มูลค่า 600,000 บาท ซึ่งเป็นผลผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ดอกคำ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ

โคคา-โคล่า ส่ง “โค้ก ไม่มีน้ำตาล” สูตรใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภค ไม่มีน้ำตาล ปราศจากแคลอรี

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมด้วยการเปิดตัวโค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ มาพร้อมดีไซน์แพ็กเกจใหม่ รสชาติเป็นเอกลักษณ์ของโค้ก แต่ปราศจากน้ำตาล และแคลอรี

MUST READ

InnoSpace เล็งตั้งกองทุนใหม่ ลง Deep-tech ต่อยอดงานวิจัย สู่ New S-Curve

ในปี 2564 InnoSpace มีแผนในการจัดตั้งกองทุนใหม่เพื่อลงทุนเพิ่มเติมโดยเฉพาะ Deep-tech Startup เพื่อต่อยอดงานวิจัยสู่การสร้างธุรกิจที่เป็น New S-Curve ให้กับประเทศ

แอลจี ประกาศผลประกอบการประจำ Q1 ปี 2564 กำไร 4.08 หมื่นล้านบาท

แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อิงค์ (แอลจี) ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2564 ทำผลงานยอดขายรวม 16.90 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

DEPA หนุนอุตสาหกรรม “เกม-คอนเทนต์” ไทย ปั้น New Wave สร้างเศรษฐกิจใหม่

ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ ทำให้มีการแตกช่องทางการสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นนอกเหนือจากอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมอย่าง อุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่ม

แกร็บ-ไลฟ์บอย แจกเจลล้างมือ 1.5 แสนชิ้น คนขับ-จัดส่งอาหาร รักษาความสะอาด

แกร็บ ประเทศไทย ประกาศจับมือ “ไลฟ์บอย” (Lifebuoy) บริษัท ยูนิลีเวอร์ เอเชีย ไพรเวท ลิมิเตด รแจกแอลกอฮอล์ล้างมือไลฟ์บอย 150,000 หลอด รวมมูลค่า 8.9 ล้านบาท แก่พาร์ทเนอร์คนขับและผู้จัดส่งอาหาร-พัสดุของแกร็บทั่วประเทศ

ดีลอยท์ เผย ดิจิทัล เรียลลิตี้ พบแพทย์เสมือนจริง คลาวด์ เติบโต

ดีลอยท์ ได้เปิดเผยรายงานการคาดการณ์ด้านเทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคม (Technology, Media & Telecommunications (TMT) Predictions report) โดยเน้นการนำเสนอผลกระทบจากเทรนด์ด้านเทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคมที่อาจส่งผลต่อธุรกิจและผู้บริโภคทั่วโลก
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดทก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น