TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business เส้นทางชีวิตและมุมคิด "หนุ่ย-ณัฐพล ม่วงทำ" แห่ง “การตลาดวันละตอน”

เส้นทางชีวิตและมุมคิด “หนุ่ย-ณัฐพล ม่วงทำ” แห่ง “การตลาดวันละตอน”

หากเอ่ยชื่อ “การตลาดวันละตอน” ไม่มีใครไม่นึกถึง หนุ่ย-ณัฐพล ม่วงทำ กูรูผู้ทำให้การตลาดเป็นเรื่องสนุก เข้าใจง่าย และทำได้จริง แต่เส้นทางชีวิตของเขากลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ซึ่ง The Story Thailand จะมาชวนคุยถึงแผนที่เดินทางซึ่งเปลี่ยนครีเอทีฟโฆษณาธรรมดา ๆ คนหนึ่งให้กลายเป็นเป็นนักวิจัยข้อมูลและนักวางแผนกลยุทธ์การตลาดคิวทอง 

เส้นทาง “อย่าหาทำ” ของหนุ่ยในการตัดจบการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยจันทรเกษม เพียงที่ละ 1 ปี ก่อนจะหยุดเรียนกลางคันที่มหาาวิทยาลัยศรีปทุมทั้งที่เล่าเรียนมาได้สามปีกว่าด้วยเหตุผลคือ เบื่อและมั่นใจว่าเก่งพอ แต่เมื่อออกไปเจอความจริงนอกรั้วมหาวิทยาลัย เขาก็เป็นแค่คนเก่งในห้องเรียนเล็ก ๆ เพราะโลกใบใหญ่มีคนเก่งอยู่มากและคนที่เก่งมากกว่า อีกทั้งโลกยังต้องการสิ่งที่เรียกว่า ความน่าเชื่อถือ

“ผมสอนน้อง ๆ ทุกคนว่า อย่างน้อยต้องเรียนให้จบ คนอื่นจะเชื่อถือเราจากอะไรในเมื่อตัวตนของเรายังไม่เป็นที่รู้จัก ก็ต้องหาเครื่องมือสักอย่างมาการันตีว่าเขาสามารถเชื่อถือเราได้ ซึ่งดีกรีการศึกษามีประโยชน์ตรงนี้ ตัวผมเองมีประสบการณ์ตรงอย่างคนมีดีกรีสมัครสิบได้แปด ไม่มีดีกรีสมัครสิบได้สอง เพราะคนมักตั้งคำถามว่าเรียนไม่จบมาสมัครงานจะทำได้เหรอ ผมต้องทดแทนจุดที่ด้อยกว่าคนอื่นด้วยการรับงานยาก ๆ ทำงานที่คนอื่นไม่ทำ สะสมผลงานทีละชิ้นให้มากที่สุดซึ่งมันลำบากมากกว่าจะเดินมาถึงจุดที่จะได้รับการยอมรับ” 

การตลาดวันละตอน กางแผนปี 66 ทำเดต้าช่วยผู้ประกอบการรายย่อย หวังสร้างเมืองบูม SME บูม เศรษฐกิจบูม

เพราะกว่าปริญญาในโลกความจริงจะเปลี่ยนหนุ่ยจากคนที่ไร้ตัวตนให้กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด กูรูผู้สร้างสรรค์กลยุทธ์ด้านการตลาดไม่หมูอย่างที่คิด เพียงก้าวแรกในการทำงานที่บริษัทเอเจนซี่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งก็ถูกเชิญออกหลังจากทำงานได้แค่สัปดาห์เดียว พอกระโดดไปที่ใหม่ได้แค่สองเดือนก็ออกอีกเพราะความอดทนต่ำ จนเมื่อเงินเก็บใกล้หมดและอีโก้นั้นกินไม่ได้ เขาจึงเรียนรู้ที่จะอดทนมากขึ้นแต่ด้วยจังหวะชีวิตที่ต้องเปลี่ยนงานอีกหลายครั้ง จากบริษัทเสื้อผ้าไปเป็นงานออกแบบกราฟิก ย้ายไปบริษัทเกมออนไลน์ และอีก 3-4 งาน จนมาลงตัวกับงานออกแบบเว็บไซต์ที่ สนุกดอทคอม sanook.com แต่ในวันแรกของการทำงานเกิดการปรับองค์กรและหัวหน้าที่รับเข้าทำงานลาออก 

“ผมไปยืนเคว้ง ๆ อยู่จนถูกโยนให้ไปทำงานด้านครีเอทีฟซึ่งเป็นการคิดงานเพื่อขายเว็บขายพื้นที่โฆษณา พอทำได้ปีกว่าก็ตัดสินใจออกเพราะอยากคิดงานที่เป็นงานครีเอทีฟมากกว่านี้ ซึ่งเป็นการออกครั้งแรกจากการถูกซื้อตัว ภูมิใจมาก รู้สึกตัวเองมีค่า แต่พอไปทำได้แค่ 3 เดือนบริษัทก็ปิดตัว” 

ดูเหมือน เชอิล (ประเทศไทย) [Cheil Thailand] เอเจนซี่ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีจะเป็นที่ ๆ หนุ่ยได้ทำงานหลากหลายที่สุด ทั้งงานทำภาพยนตร์ ทำโฆษณา ออกแบบไลน์สติ๊กเกอร์ และขายงานลูกค้า เช่น ซัมซุง บางจาก ได้เจอหัวหน้าเก่า บี บัณฑิต ที่เปลี่ยนคนที่เคยเบื่องานไปเป็นคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพราะอยากเก่งเหมือนหัวหน้าที่สามารถสร้างงานครีเอทีฟ วางแผนกลยุทธ์ มีตรรกะในการคิด เรียงลำดับการนำเสนอ และขายงานชนิดเคลียร์ทุกข้อสงสัยของลูกค้าแบบจบได้ในคน ๆ เดียว เขาทำงานได้ปีกว่าก็ออกอีก คราวนี้ไปอยู่ที่ MullenLowe Thailand (มัลเลนโลว์ ไทยแลนด์) (ลินตาสเก่า) และวินเทอร์เพื่อเป็นหัวหน้าฝ่ายครีเอทีฟ แต่กลับพบว่าชอบงานด้านวางแผนกลยุทธ์มากกว่าจึงตัดสินใจย้ายงานอีกครั้งแบบยอมลดเงินเดือนไปที่แมคฟีว่า (ประเทศไทย) สุดท้ายก็ถูกดึงตัวกลับมาบริษัทเก่า แต่เปลี่ยนจากเป็นหัวหน้าฝ่ายครีเอทีฟมานำด้านกลยุทธ์แทน 

เมื่อบริษัทสุดท้ายเป็นที่ ๆ เริ่มเห็นว่าโมเดลแบบเอเจนซี่ไปได้ค่อนข้างลำบาก การโฟกัสไปที่ งานวิจัยและการวางแผนกลยุทธ์ น่าจะเพียงพอต่อการสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจได้ แต่ผู้บริหารไม่เชื่อว่าจะมีคนยอมจ่ายเงินค่าวิจัยเพียงเพื่อให้ได้แค่แผนกลยุทธ์ทั้ง ๆ ที่มีบริษัทเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่หลายแห่งสามารถสร้างรายได้จากการทำเรื่องนี้ เมื่อแนวคิดไม่ตรงกันจึงตัดสินใจไปตายดาบหน้าเพราะเอยากทำในสิ่งที่เชื่อว่ามันไปได้ โดยมีลูกค้าเก่าสองรายยอมทำสัญญา 6 เดือน ตอนนั้นคิดแค่ว่าถ้าหาลูกค้าเพิ่มไม่ได้ก็กลับไปทำงานอย่างเก่า พอเจอโควิดทำให้ถอยหลังกลับไม่ได้นอกจากลุยไปข้างหน้า จนถึงทุกวันนี้ ปรากฎว่าผลดีกว่าที่คิด 

“ผมพบว่างานครีเอทีฟที่ดีต้องมีกลยุทธ์เพื่อชี้เป้าให้คนทำงานรู้ว่าต้องทำอะไร แต่กลยุทธ์ที่ดีต้องมีงานวิจัยที่ดีพอมาสนับสนุน และงานวิจัยจะดีก็ต้องมีข้อมูลที่ดี ซึ่งงานวิจัยในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเป็นการสัมภาษณ์หรือถาม-ตอบเสมอไป เราสามารถเก็บข้อมูลวิจัยบางอย่างได้เองโดยตรง เมื่องานวิจัยบ่งชี้ได้ว่าปัญหาคืออะไร กลยุทธ์จะช่วยแยกแยะว่าปัญหาไหนสำคัญ และครีเอทีฟจะบอกว่าต้องแก้ปัญหานั้นด้วยวิธีใด”  

ความรู้ย่อยง่ายในการตลาดวันละตอน

การตลาดวันละตอน” เริ่มต้นครั้งแรกตอนทำงานที่วินเทอร์เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว หลังจากสบช่องการทำเพจให้มีคนตามประมาณหนึ่ง มีคนมาซื้อพื้นที่เพื่อโพสต์โฆษณาสัก 3-4 ชิ้นตกราคาชิ้นละประมาณ 20,000 – 30,000 บาทก็คิดว่าอยู่สบายไม่ต้องทำงาน บวกกับความที่เป็นหัวหน้าซึ่งต้องเตรียมข้อมูล ไอเดียในการเสนองานไว้ในหัวเพื่อทั้งแนะนำและปลุกใจลูกน้องในทีม เลยเปลี่ยนจากการเล่าปากเปล่าทิ้ง ไปวัน ๆ เป็นการเขียนลงเพจเป็นตัวหนังสือให้น้อง ๆ ไปตามอ่าน 

ประกอบกับการไปเป็นวิทยากรในงาน “ครีเอทีฟทอล์ค 2020” ทำให้การตลาดวันละตอนเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น มีรายได้เข้ามาที่เพจจากการขายพื้นที่โฆษณาส่วนหนึ่ง การรับงานวิจัยและวางแผนกลยุทธ์ส่วนหนึ่ง จากการเป็นที่ปรึกษาส่วนหนึ่ง และรายได้จากการสอนส่วนหนึ่ง ทำได้ 3 ปีกว่าก็ออกจากงานมาทำจริงจังก็เจอช่วงล็อกดาวน์โควิด ต้องพยุงธุรกิจด้วยการทำไลฟ์สอนหนังสือซึ่งใช้ต้นทุนต่ำและได้เงินเป็นเรื่องเป็นราวพอมีรายได้เป็นค่าขนมให้น้อง ๆ ที่ทำงานด้วย 

ส่วนการปล่อยเนื้อหาเพื่อดันเพจการตลาดวันละตอนก็คิดกันหลายสูตรมากว่าจะทำสัปดาห์ละ 2 ตอน หรือ 3 ตอนดีจนได้ข้อสรุปว่า ทำทุกวัน ๆ ละตอนจะได้ไม่ลืม ซึ่งก็เริ่มจากการคิดออกตอนไหนก็เขียนเป็นการเขียนเก็บเป็นสต็อกล่วงหน้าแล้วปล่อยทุกแปดโมงเช้า โดย 3 ปีกว่าของการตลาดวันละตอนกับเนื้อหากว่า 1,000 เรื่อง ทำให้ต้องอ่านหนังสือทุกวัน ต้องย่อยทรัพยากรที่มีในหัวถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือให้คนอื่นได้อ่าน

“หัวหน้าเก่าคนหนึ่งเคยสอนผมว่า คน ๆ หนึ่งจะพูดได้เท่าที่รู้ ไม่มีทางพูดได้เกินกว่าที่รู้ ถ้าอยากพูดได้มากขึ้นก็ต้องรู้ให้มากขึ้น และหัวหน้าคนเดียวกันนี่แหละที่สอนลูกน้องผมคนหนึ่งว่า หัดแบ่งเงินเดือนละ 1,000 ไว้ซื้อหนังสืออ่านบ้าง ตอนนั้นไม่รู้ว่าจริง ๆ เขาด่าลูกน้องผมหรือด่าผมอ้อม ๆ ผ่านลูกน้องกันแน่” 

Social listening เครื่องมือ การใช้ “ข้อมูล” ในงานข่าว

ถึงพื้นฐานไม่ใช่คนรักการอ่าน ไม่ได้อยากจะพัฒนาตัวเองสักเท่าไร แต่ถ้าไม่ทำคงไปไม่ได้ไกลกว่านี้ เลยแบ่งเงินไปซื้อหนังสืออ่านเดือนละ 1,000 บาท จนกลายเป็นซื้อทุกเล่มที่อยากได้ อ่านสะสมมาเรื่อย ๆ จนรักการอ่านในที่สุด เมื่อสะสมความรู้มากพอจนเห็นแผนที่การเชื่อมโยงขององค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ช่วยให้ตอบได้ในทุกเรื่อง มีคลังความรู้ในการคุยกับทุกคน ลูกค้าพูดเรื่องไหนก็ตอบได้ตามทัน เมื่อลูกค้าประทับใจทุกอย่างก็ง่ายขึ้น 

“เท่าที่ถามจากคนอื่น ทุกคนจะบอกว่าอ่านแล้วเข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ส่วนในมุมองค์กรผมไม่เคยคิด เวลาใครถามจะตอบว่า ผมอยากช่วยให้คนทำตลาดได้ดีขึ้น ลูกค้าที่อยากทำให้แบรนด์ดีขึ้น อยากใช้ข้อมูล โซเชียลมีเดียแต่ไม่รู้จะทำยังไงผมยินดีเข้าไปช่วย แล้วเก็บคำขอบคุณมาเป็นรางวัล ผมถึงเป็นเพจที่กล้าโต้ตอบกับลูกเพจ เพื่อให้ทุกคนที่มีมุมมองต่างกันก็เอามาแชร์กัน” 

วิจัยหนุนท่องเที่ยวไทย

จากแนวคิดการแชร์ความรู้การใช้ประโยชน์จากข้อมูลนำมาสู่โครงการ Data Research Insight 76 จังหวัด ซึ่งหนุ่ย เล่าวว่าโครงการนี้เกิดจากการพาทีมงานไปเที่ยวแล้วมีรุ่นพี่ที่รู้จักขอให้ช่วยทำงานวิจัยเชิงลึกไปนำเสนอว่าเที่ยวเสม็ดสนุกยังไงเพื่อแลกกับค่าที่พัก ส่วนอีกแห่งหนึ่งคือที่เขาใหญ่ ข้อมูลเมื่อทำแล้วคุณหนุ่ยเป็นเจ้าของจึงนำไปลงต่อในเว็บเพจแล้วพบว่ามีคนได้ประโยชน์จากบทความมาก และได้ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักและกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งข้อมูลวิจัยที่เสม็ดไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะโรงแรมที่พัก แต่เป็นประโยชน์กับธุรกิจอื่นทั้งเกาะเสม็ด พื้นที่เขาใหญ่ก็เช่นกัน จึงตัดสินใจเปิดโครงการ Data Research Insight 76 จังหวัด เพื่อให้เป็นข้อมูลวิจัยสาธารณะที่ลงลึกในระดับหนึ่งเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและนำไปใช้ฟรี โดยตั้งใจทำทุกเดือน  ๆ ละ 1 แห่ง

“อย่างการท่องเที่ยวไทยจะมีเมืองหลักและเมืองรองซึ่งแบ่งตามสัดส่วนประชากร แต่นักท่องเที่ยวมักดูว่า ตอนนี้คนนิยมไปเที่ยวที่ไหนกัน เราก็ทำวิจัยข้อมูลว่า พื้นที่จังหวัดไหนคนพูดถึงเยอะสุดก็ค่อย ๆ ไล่ทำให้ แต่ถ้ามีความต้องการพิเศษก็ลัดคิวทำให้ก่อน ส่วนใครจะมาเป็นผู้สนับสนุนโครงการก็ได้แต่เราไม่ได้ให้สิทธิพิเศษหรือข้อมูลพิแศษแต่อย่างไร เพราะอยากให้ความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูลกับทุกคน” 

กลยุทธ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลวิจัย คือ การฟังเสียงผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (Social Listening) เช่น คนโพสต์ถึงสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่อย่างไร แสดงความคิดเห็นอย่างไร แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาสรุปให้เจ้าของธุรกิจในพื้นที่รู้ว่า ถ้าคุณจะทำโรงแรมต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ถ้าหากมีอยู่แล้วจะดันไปเป็นจุดขายได้หรือไม่ เช่น ตลาดที่อำเภอหัวหินมีคนพูดถึงตลาดกลางวัน 10% อีก 10% คือตลาดน้ำ ควรลองเปิดร้านค้าที่ตลาดทั้งสองแห่งจะดีหรือไม่ ร้านกาแฟ ที่พัก ร้านอาหารสไตล์ไหนที่คนชอบ เป็นต้น องค์ประกอบเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวซึ่งมีคนได้ประโยชน์เยอะ ส่วนจะส่งผลในระดับกว้างหรือไม่นั้น ไม่ได้มองไกลขนาดนั้นเพราะเป็นโครงการที่ทำเพื่อเจ้าของธุรกิจตัวเล็ก ๆ  ที่มักถูกมองข้าม เพราะเมื่อคนเหล่านี้ดีขึ้น เขาจะพาให้คนอื่น ๆ ดีขึ้นตามมาได้ 

“ผมมองว่า ความแม่นยำของข้อมูลที่กวาดมาจากโซเชียลมีเดียถือว่าค่อนข้างครบ เอามาย่อยและจัดกลุ่มไว้เล่าต่อในเพจของผมเพื่อให้คนเห็นบริบท โพสต์ต่อเนื่องเองทุกเดือน จัดไลฟ์ทุกเดือน แล้วก็ลงทุนทำ SEO ไว้จับคำค้นสำคัญ เช่น ข้อมูล + ข้อมูลเชิงลึก + วิจัย + โลเคชัน คนที่ค้นกูเกิลจะได้เจอง่าย ๆ ใครจะเอาไปใช้ต่อก็ได้ขอแค่แปะลิ้งก์ต้นทางเพื่อให้รู้ว่าข้อมูลชุดเต็มอยู่ที่ไหนก็พอ” 

ครีเอทีฟหัวใจดิจิทัล

เมื่อการเปลี่ยนผ่านงานโฆษณาและการตลาดสู่ยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนสถานะของงานครีเอทีฟจากที่เคยถูกให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งกลายเป็นอันดับท้าย ๆ งานครีเอทีฟถูกใช้เพื่อสร้างสรรค์วิธีในการเก็บรวบรวมและขับเคลื่อนการนำ ข้อมูล ไปใช้ ด้วยความพร้อมของเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย การใช้งานไม่ซับซ้อน และราคาจับต้องได้ หนุ่มการตลาดอธิบายว่า สมัยก่อนงานครีเอทีฟนิยมใช้อารมณ์เป็นตัววัดเพราะยังไม่มีวิธีวัดผลอื่นที่ดีพอ แต่พอมีเรื่องดิจิทัลเข้ามาก็เริ่มมีความเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น เริ่มมีเครื่องมือที่วัดผลการโฆษณาหรือการตลาดออนไลน์ว่าส่งผลต่อยอดขายมากน้อยแค่ไหนอย่าง A/B Testing เช่น การวัดว่าอารมณ์แบบไหนจะไปได้ดีกับแบรนด์ ๆ นี้ 

“ผมเบื่อนะที่การทำงานสร้างสรรค์สักชิ้นแล้วเราวัดผลว่ามันเวิร์กไม่เวิร์กจากความรู้สึกนึกคิดส่วนตัว ผมก็เลยต้องหาตัววัดที่เป็นเหตุเป็นผลมาสนับสนุน มีกลยุทธ์มาสำทับ เช่น การที่เราต้องทำวิดีโอนำเสนอแบบแนวตั้งเพราะเทรนด์มา อัตราการดูเป็นแบบนี้ เพื่อให้ลูกค้าเชื่อและซื้อไอเดียของเรา”

ส่วนงานกลยุทธ์การตลาดในปัจจุบัน เขามองว่าบางครั้งเต็มไปด้วยสีสันและความพยายามที่ซับซ้อนเกินไป ซึ่งก็ต้องทำการบ้านให้มากขึ้น เพราะการตลาดมีหน้าที่แก้ปัญหาให้กับธุรกิจ และกระตุ้นอุปสงค์ของคนให้อยากจับจ่ายใช้สอยสินค้าหรือบริการ ดังนั้น คนทำงานการตลาดต้องรู้ว่าปัญหาของธุรกิจคืออะไร pain point ของธุรกิจอยู่ตรงไหน และจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบไหนอย่างไร ส่วนเทคโนโลยีคือสิ่งที่มาช่วยให้การทำการตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ที่เจอคือแก้โดยไม่รู้ว่าแก้อะไร แก้แล้วสร้างปัญหาใหม่เพิ่มก็ออกกระบวนท่าใหม่ไปเรื่อย ๆ เนื่องจากคนมักคิดว่าการทำการตลาดหมายถึงการทำสิ่งใหม่ตลอดเวลา แต่หารู้ไม่ว่าที่ต้องคิดทำสิ่งใหม่เพราะของเดิมไม่เวิร์ค หรือทำแล้วมันไปไม่สุด

“เพราะหลายครั้งที่การทำแบรนด์ให้ได้ดีและประสบความสำเร็จ ก็แค่การทำซ้ำ ๆ จนคนจดจำได้”

การทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นไปยืนในระดับที่จับใจลูกค้าทุกกลุ่มก็ต้องย้อนกลับไปดูที่ตัวกลยุทธ์ว่า ต้องการให้ดังและปังระดับนั้นรึเปล่า แล้วสื่อสารออกไปอย่างไร ซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิมจนคนจำได้ หรือ ทำมาสักพักแล้วหยุดเพราะคนทำเห็นเองจนเบื่อและคิดว่าเยอะพอแล้ว คำถามที่ต้องตอบตัวเองให้ได้คือ แล้วคนอื่นเห็นงานของคุณเยอะพอจนเขาเบื่อเหมือนคุณไหม?”  คำว่า เบื่อ ในนิยามที่ เมื่อเขาพูดถึงแบรนด์แล้วเขารู้ไหมว่าคุณเท่ากับอะไร เช่น กว่าจะทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกหรือได้ประสบการณ์อย่างเดียวกันว่า มาม่าเท่ากับอร่อย หรือ ฮอลล์เท่ากับสดชื่น  ต้องทำการตลาดซ้ำ ๆ ย้ำเรื่องเดิม ๆ เป็นเวลายาวนานหลายปี แต่ทุกวันนี้พอพูดชื่อแบรนด์ขึ้นมาปุ๊บ น้อยมากที่คนจะรู้ว่าแบรนด์นี้เท่ากับอะไร เช่น พูดถึงเทสล่าแล้วเท่ากับอะไร ตรงกับสิ่งที่อีลอน มัสก์คิดรึเปล่า 

นอกจากนี้ การทำตลาดไม่ได้แปลว่า ทุกเรื่องต้องดัง ยอดขายต้องปัง “เราอาจใช้การตลาดเพียงเพื่อแก้ปัญหาอะไรสักอย่าง เช่น แบรนด์คุณมียอดขายนะแต่ลูกค้าเป้าหมายแก่ลงเรื่อย ๆ ก็ต้องฟื้นแบรนด์ขึ้นมาเพื่อจับลูกค้ารุ่นใหม่กลุ่มใหม่ แต่ในมุมธุรกิจก็ต้องมองว่าคุ้มไหมกับการเสียลูกค้ากลุ่มเก่าเพื่อให้ได้กลุ่มใหม่มา ซึ่งบางแบรนด์เลือกที่จะแก่ไปกับลูกค้าซึ่งไม่ผิด แค่ต้องกลับมาดูว่า ธุรกิจหลักคืออะไรแล้วปรับกลยุทธ์เสียใหม่เพื่อเดินให้ถูกทาง”

“คงเป็นเพราะผมพูดในสิ่งที่มีคนคิดแต่มีใครกล้าพูด ไม่เน้นความหวือหวา เน้นเฉพาะสิ่งที่เป็นหลักการในการแก้ปัญหา”

คุณค่าที่แตกต่าง

บทบาทหนึ่งในฐานะที่ปรึกษาด้านการตลาดของหนุ่ยจึงเป็นไปเพื่อ พาองค์กรกลับไปค้นให้เจอต้นตอที่แท้จริงของปัญหา เพราะหัวใจของการตลาดไม่ได้มีอะไรหวือหวาถ้ารากฐานแน่น เข้าใจว่ากำลังทำอะไร และจำแนกปัญหาให้ชัดเจน สามารถนำ จุดเล็ก ๆ มาประกอบเป็นภาพใหญ่เพื่อให้เห็นจุดเชื่อมโยงทั้งหมด หากยังไม่รู้ให้ไปทำการบ้านข้อนั้นก่อน เมื่อเจอสาเหตุแล้วเริ่มแก้จากจุดนั้นจะดีที่สุด 

ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้ารายหนึ่งซึ่งไม่ประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างทีม ซึ่งพบว่าไม่ใช่ปัญหาด้านเทคนิค แต่เป็นปัญหาการเมืองที่ไม่ยอมแชร์ข้อมูล ก็แค่ชี้ให้ตรงจุดว่าทำไมถึงไม่แชร์ ติดปัญหาอะไรอยู่ เมื่อไม่มีเหตุผลที่ดีในการปฏิเสธ สุดท้ายการแชร์ข้อมูลก็เกิดขึ้น ฝ่ายการตลาดอยากทำแคมเปญเพิ่มยอดขายแต่ไม่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายจริง ๆ อยู่ตรงไหน ยอดขายไม่ดีเพราะลูกค้าเก่าไม่มา ลูกค้าใหม่ไม่มี หรือลูกค้าหายไปหมด

ธนาคารแห่งหนึ่งออกบริการโมไบล์แอปพลิเคชันแต่คนดาวน์โหลดน้อย เมื่อนำช่วงอายุของลูกค้ามาจับ ก็พบว่ามีเพียงกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุ 55 ปีขึ้นไปที่ไม่กล้าใช้งาน ก็เลือกแก้เกมด้วยกลยุทธ์การตลาดบอกต่อผ่านหนังโฆษณาเพื่อให้การโหลดและแอปฯ ธนาคารง่ายเหมือนเล่นไลน์ หรือประเด็นการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ที่ถกเถียงกันว่าใครจะเป็นผู้ทำ ซึ่งเมื่อทำข้อมูลวิจัยลึกลงไป ข้อมูลฟ้องว่าถ้าหน่วยงานรัฐพูดประชาชนมักไม่ค่อยฟัง แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการธุรกิจพูดจะเวิร์กกว่า เป็นต้น

การส่งต่อคุณค่าอย่างที่สอง คือ การทำงานที่บริษัทส่วนใหญ่ไม่ทำเมื่อทำแล้วผลลัพธ์ของงานต้องละเอียดจนลูกค้าสามารถนำไปกำหนดกลยุทธ์ได้แบบจับวาง เนื่องจากกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลเป็นเทรนด์ที่กำลังมา ตัวอย่างงานล่าสุด คือ งานของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สปสช. สวัสดิการบัตรทอง โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโลกในการพัฒนาระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิต ไลน์แอดหมอพร้อมที่เพิ่มแบบทดสอบความเครียดเพื่อให้พบผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงเร็วขึ้น เป็นการใช้ข้อมูลในการมองปัญหา วางแผน และบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิผล

“ผมใช้หลายวิธีในการเก็บข้อมูลวิจัยเชิงลึก ทั้งการรับฟังข้อมูลจากคนบนโลกโซเชียล การใช้กูเกิลเทรนด์เพื่อศึกษาสิ่งที่ผู้คนนิยมสืบค้น และการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลในทุกมิติ มองเห็นทั้งสิ่งที่คนพูด สิ่งที่เขากำลังค้นหา และสิ่งที่เราถาม เพื่อให้ได้ข้อสรุปไปสู่ขั้นตอนการวางแผนหรือปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่อไป ผมยอมรับว่าข้อมูลแต่ละชุดอาจไม่สมบูรณ์ 100% แต่การมีข้อมูลประกอบความเข้าใจของเราให้ได้มากที่สุดก็ยังดีกว่า ไม่งั้นเราจะไมได้ทำอะไรสักที” 

การหารายได้จากข้อมูล หรือ Data Monetization ทำอย่างไร?

ความแตกต่างระหว่าง Digitization, Digitalization และ Digital Transformation

สำเร็จได้ด้วย “กลยุทธ์” และ “ข้อมูล”

แม้ข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การตลาดประสบความสำเร็จ แต่ส่วนที่สำคัญกว่าคือ การลับกลยุทธ์ให้เฉียบคม” เขากล่าวว่าในยุคที่ทุกอย่างสามารถทดแทนกันได้ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรลูกค้าถึงจะเลือกแบรนด์หรือสินค้านี้ บางคนเลือกที่จะสู้โดยตั้งราคาให้ถูกกว่า บางคนยอมกินกำไรน้อยกว่าแต่ธุรกิจจะอยู่อย่างไร สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่การสร้างแบรนด์และวางแผนการตลาด ซึ่งสองข้อนี้คำตอบต้องชัดตั้งแต่ตอนเขียนแผนกลยุทธ์ จากนั้นจึงหาข้อมูลสนับสนุนว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการจากแบรนด์หรือสินค้าคืออะไร ถ้าลูกค้าเลือกแบรนด์หรือสินค้านี้ เขาเลือกเพราะอะไร ซึ่งข้อมูลโดยทั่วไปจะมีสองแบบ คือ ข้อมูลที่เก็บใช้ในองค์กรเพื่อให้รู้ว่ากำลังเลือกเดินทางไหน และข้อมูลภายนอกเพื่อให้รู้ว่าต้องเริ่มสร้างจากจุดไหน ถึงเวลากำหนดกลยุทธ์ก็เอาให้ชัด อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาทำให้ไม่คมสักอย่าง  

“ผมใช้คำว่า อย่าถอดใจง่าย ๆ กับเป้าหมาย ทำต่อไปจนกว่าจะเห็นผล ทำจนกว่าคุณเริ่มอ๊วก ผมใช้คำนี้เลย อย่าเปลี่ยนแค่เพราะคุณเริ่มเบื่อ หมั่นถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า คนจำในสิ่งที่คุณพูดได้ยัง ถ้ายังอย่าเพิ่งรีบเบื่อเพราะแบรนด์สินค้าที่คนจดจำไปตลอดกาลไม่ได้สำเร็จในเวลาแค่ปีสองปี อย่างเพจการตลาดวันละตอน ผมตั้งเป้าอยากเป็นเพจความรู้ที่นักการตลาดให้คะแนนผ่าน ผมก็ทำวน ๆ อยู่ 2-3 เรื่อง ค้นคว้าข้อมูล ทำเนื้อหาที่ย่อยง่าย เป็นประโยชน์ทั้งกับคนอ่านและนักการตลาด ผมทำต่อเนื่อง ทำทุกวัน สำรวจตัวเองอยู่ตลอดว่า ยังเดินถูกทางไม๊ ยังเป็นอย่างที่ต้องการอยู่รึเปล่า ถ้าไม่ใช่แต่ยังดีอยู่ก็ไปต่อ ถ้าไม่ใช่และไม่ดีก็ปรับให้เข้าที่เข้าทาง”   

การตลาดของคนมักน้อย

ธุรกิจการตลาดวันละตอนไม่ใหญ่ มีคนทำงานแค่ 5 คน แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญของตัวเองแต่ต้องทำงานแทนกันได้ งานที่ทำไม่ได้ซับซ้อน จุดขายคือทำสิ่งเดิมให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ใช้ข้อมูลในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดแต่ไม่ได้บริหารให้ การรับงานเป็นคิว หนึ่งงานใช้เวลา 2 เดือน ปีหนึ่งรับแค่ 6 งานแต่รับประกันได้ว่าทำเต็มที่กับงานทุกงาน เคล็ดลับความสำเร็จ คือ ลงมือทำ สะสมและแบ่งปันความรู้ และช่วยคนที่อยากมีความรู้ วนอยู่แค่นี้ ทำไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายสิ่งที่ทำได้สร้างคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ จนคนเริ่มเชื่อตั้งแต่ยังไม่ได้ขายงาน ถึงแม้งานจะมีราคาแพงกว่าคู่แข่งแต่ทุกครั้งที่ทำข้อมูลส่งทุกคนจะเข้าใจว่าทำไมถึงแพง หากเมื่อถามถึงความคิดในการขยายธุรกิจ คุณหนุ่ยยอมรับว่ามีนักลงทุนติดต่อเข้ามา แต่ถ้าไม่มีเงินจากพวกเขาเราสเกลเองได้ไหม คำตอบคือทำได้เพราะมีทุน สำคัญแค่ว่าอยากขยายรึเปล่า

“ความใหญ่ตามมาด้วยความรับผิดชอบที่มากขึ้น แล้วผมจะมีความสุขกับชีวิตแบบนั้นไม๊ ผมได้คำตอบแล้วว่า ชีวิตไม่อยากได้อะไรมากกว่านี้ ผมมีทุกอย่างที่ฝันอยากจะได้แล้ว ตอนนี้คืออยากช่วยคนอื่นเท่าที่จะช่วยได้ และผมเลือกช่วยเป็นรายคนที่ผมคิดว่าเขาต้องการให้เราช่วยจริง ๆ การขยายธุรกิจจึงยังไม่ใช่เป้าหมายในชีวิต ณ ขณะนี้”

ที่เป็นเช่นนี้เพราะหนุ่ยเคยตกอยู่ในภาวะ เคว้ง เพราะธุรกิจเดินหน้าไปได้ดีเสียจนไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร มีหน้าที่แค่ใช้เงิน เที่ยวไปวัน ๆ จนตกผลึกได้ว่า คุณค่ากับความสุขไม่ได้อยู่ที่เงินถึงจุดหนึ่งที่ต่อให้มีเงินมากกว่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ความสุขเพิ่มขึ้น” 

“ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งบนรถไฟฟ้าซึ่งถามผมว่า เขาควรทำอะไรดี ผมแนะเขาให้ทำทุกอย่างที่ตัวเองอยากทำก่อน เหมือนกินอาหารทุกอย่างจนรู้ว่าชอบรสชาติแบบไหน จงทำสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่แล้วคิดถึงเงินให้น้อย ๆ หน่อย ถ้าทำทุกอย่างให้ดี เงินจะตอบแทนกลับมาหาเราเอง เงินก็สำคัญแต่ชีวิตเราเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ใช้เงินเยอะหรอก ไม่มีเงินพันล้านก็สามารถทำชีวิตให้ไม่ลำบากได้ แค่ทำให้ตัวเองมีความสุขและเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้างก็พอ”

The Interview อื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เบื้องลึกแนวคิดเกี่ยวกับ “คน” ในภารกิจทรานส์ฟอร์ม SCG ของ WEDO

เปิดวิสัยทัศน์ผู้นำ 2 รุ่น “กลุ่มบ้านปู” ในวันที่ต้องเปลี่ยนผ่านธุรกิจพลังงานสู่อนาคต

YourNextU by SEAC สไตล์ “บุ๋ม” บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ … underdog ที่ไม่ขอเป็นรองใคร

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

‘ปิยธิดา ตันตระกูล’ ขายไอที ซีเคียวริตี้ ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ให้ลูกค้าเชื่อใจ

เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) กำลังก้าวสู่ปีที่ 18 และหากย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เทรนด์ไมโครในไทยมีการปรับทัพทิศทางธุรกิจที่สำคัญ เปลี่ยนจากงานขายแบบฮาร์ดเซลสู่การเติบโตไปด้วยกันกับพาร์ทเนอร์ และเข้าเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าโดยตรง รวมถึงการมีผู้จัดการประจำประเทศไทย ‘ปิยธิดา ตันตระกูล’

EVAT ร่วมกับ กฟผ. จัดการเเข่งขันผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เพื่อธุรกิจแห่งอนาคต

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัวโครงการแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต ครั้งที่ 2

ม.หอการค้า รีโนเวทพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สู่ ‘Happy U’ เพิ่มความสุข ลดความตึงเครียดให้นักศึกษา

สังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน เศรษฐกิจ การเมือง ค่านิยม และวัฒนธรรม

กษ. จับมือ อว. เดินหน้าโครงการแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมมือทางวิชาการโครงการแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)

SPRC เข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของเชฟรอนในประเทศไทย

บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น เพื่อเข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด

นักบินอวกาศญี่ปุ่นทดลอง 2 ไอเดียเยาวชนไทยบนสถานีอวกาศนานาชาติ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) นำเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการ Asian Try Zero-G 2022

ส่อง “คาดการณ์เศรษฐกิจใหม่” หลังจีนเปิดประเทศ

ก่อนไปส่องคาดการณ์ฯ ตามหัวที่พาดไว้ข้างบน มาดูผลสรุปตัวเลข ส่งออกหนึ่งในหัวจักรหลักขับเคลื่อนศรษฐกิจสำคัญ ของปีที่แล้วกันก่อน

วอลโว่ ฉลองยอดขายในไทยโต 71% เผยแผนจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025

วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) เผยยอดขายปี 2022 โตขึ้น 71% แสดงให้เห็นถึงความต้องการผู้บริโภค ที่นิยมใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

แกร็บ ชี้ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ชาวต่างชาติเรียกรถผ่านแอปฯ เพิ่มขึ้น 45%

แกร็บ ชี้ตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 ดันยอดใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้น 45%

ธนาคารไทยพาณิชย์ แต่งตั้ง พรภัทร องนิธิวัฒน์ เป็น CFO คนใหม่ มีผล 1 ก.พ. นี้

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศแต่งตั้ง พรภัทร องนิธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการเงิน (Chief Financial Officer) หรือ CFO

MUST READ

สำรวจระบบนิเวศรองรับยานยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมหรือยัง กับการเติบโตแบบก้าวกระโดด

คึกคักตั้งแต่ปีเสือดุมาจนปีกระต่ายก้าวกระโดด กับกระแสการเติบโตทะลุเพดานความนิยมยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากปัจจัยด้านลบจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจนใกล้ 40 บาทเต็มที

แนะมือใหม่ เตรียมพร้อมก่อนทำบัตรเครดิตครั้งแรก

เมื่อก้าวสู่การเป็นมนุษย์ทำงาน (First Jobber) ช่วงเวลาที่ทุกคนต่างต้องวางแผนการใช้ชีวิต เพื่อก้าวสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น ทำให้หลายคนเลือกมีบัตรเครดิตใบแรก

SCG ปี 65 ยอดขายเพิ่ม กำไรลดลง ลุยธุรกิจกรีน ตอบเมกะเทรนด์โลก

เอสซีจี (SCG) เผยผลประกอบการปี 2565 ยอดขายเพิ่ม กำไรลดลง จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อ เศรษฐกิจจีนชะลอตัว เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่

บลูบิค เปิดโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในหุ้น BBIK

บลูบิค เปิดตัว “โครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง หรือ Employee Joint Investment Program - EJIP” สร้างความรู้สึกการเป็นเจ้าของร่วมกันกับพนักงาน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น

กสิกรไทย ตั้งเป้าสินเชื่อโต 5-7% ภายใต้เศรษฐกิจแบบ K Shape

กสิกรไทย ประกาศยุทธศาสตร์ดำเนินธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน ผ่านการพัฒนาบริการบนดิจิทัล การยกระดับการปล่อยสินเชื่อ การขยายการให้บริการลงทุนและประกัน
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น