TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกCareer & Talentอิมแพ็ค เมืองทอง เปิดกลยุทธ์ 'M-B-R-C' ดึงเทคโนโลยี พัฒนาระบบใหม่ รับเทรนด์การบริหารบุคคลยุคดิจิทัล

อิมแพ็ค เมืองทอง เปิดกลยุทธ์ ‘M-B-R-C’ ดึงเทคโนโลยี พัฒนาระบบใหม่ รับเทรนด์การบริหารบุคคลยุคดิจิทัล

อิมแพ็ค เมืองทองธานี รับเทรนด์ตลาดแรงงานเปลี่ยนเร็ว จากกระแสการนำ AI มาใช้ในงาน HR เปิดกลยุทธ์เชิงรุก ภายใต้แนวคิด M-B-R-C ดึงเทคโนโลยี พัฒนาระบบใหม่ ๆ เติมทักษะ อัปสกิลพนักงาน พร้อมเฟ้นหาไอเดียใหม่ ปูทางสร้างการเติบโตให้แก่องค์กรระยะยาว  

ทมิตา จงสวัสดิ์วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลองค์กร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมแนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลมีความเปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งจากแนวคิดการนำเทคโนโลยีหรือ AI เข้ามาใช้ เพื่อลดการใช้แรงงาน และพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป ซึ่งเทคโนโลยี ก็จำเป็นสำหรับการทำงานยุคใหม่ เพื่อยกระดับธุรกิจให้ทันสมัยขึ้น แต่ “Human Touch” ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญในการการทำงานในธุรกิจนี้ ดังนั้น จึงต้องปรับกลยุทธ์ให้คนในองค์กรมีความรู้ความผสมผสานกันทั้ง Digital Knowledge และ People Skill โดยให้ความรู้กับคนทำงานให้มีความรอบรู้ในเครื่องมือสมัยใหม่ ขณะเดียวกันก็พัฒนาด้าน People Skill ควบคู่กันไป และสร้างInnovative Mindset ให้พนักงานได้ฝึกพัฒนาตัวเองด้วยผ่านโปรเจคต่างๆ เพื่อสนับสนุนและสร้างการเติบโตให้แก่องค์กร

ที่ผ่านมา อิมแพ็ค เมืองทองธานี  มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การจัดการบุคลากรในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับธุรกิจที่มีการพัฒนาตลอด ภายใต้ HR Vision คือ M-B-R-C ได้แก่ M-Modern HR , B-Beyond HR , R-Right Place for Talent  และ C-Chosen Employer เพื่อเป็นแนวทางให้บุคลากรในฝ่ายสามารถทำงานได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับ M-Modern HR การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ยกระดับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้ง่าย สะดวกขึ้น แต่โจทย์ของการนำเทคโนโลยีเข้าใช้ในอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) อาจต่างจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยต้องบาลานซ์ให้ได้ว่า เมื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้แล้ว จะไม่ลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับองค์กรลง รวมถึงยังคงต้องสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ถือเป็นหัวใจของงานบริการ

“ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีมีส่วนช่วยเข้ามาเติมเต็ม ทำให้การทำงานของเอชอาร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งฝ่ายเอชอาร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี  ได้มีการพัฒนาระบบ และ แอปพลิเคชัน ขึ้นมาใช้ในงานเอชอาร์เอง โดยทีม HR Tech and HR Data Analytic ซึ่งทำให้สามารถนำข้อมูลที่ได้จากระบบมาวิเคราะห์และวางแผนงานในการพัฒนาบุคลากรได้ตรงกับความต้องการของบริษัทและตรงตามแผนมากขึ้น โดยขณะนี้มีระบบ และแอปพลิเคชันที่นำมาใช้แล้ว เช่น ระบบการเรียนรู้ออนไลน์ Learning Hub  แอปพลิเคชันสมัครงาน IMPACT Keep me ระบบสแกนใบหน้าสำหรับ Check in – Check Out เป็นต้น ”

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะทำการพัฒนาต่อยอดจากระบบเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการพัฒนาระบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและความจำเป็นที่ต้องใช้ของคนในองค์กร อาทิแผนพัฒนา AI Recruitment & PMS การต่อยอดระบบแอปพลิเคชั่น IMPACT Keep me ให้สมบูรณ์มากขึ้น การพัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์ IMPACT Learning Hub ที่มีอยู่แล้วให้ครอบคลุม ซึ่งระบบต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้นมีเป้าหมายจะเป็น Single Point Contact  ที่พนักงานสามารถเข้าแอปพลิเคชันเดียวแล้วลิงก์ทุกอย่างไว้ที่เดียวกันได้  และมีแผนการนำระบบ AI เข้ามาพัฒนาใช้เป็นเครื่องมือต่าง ๆ ให้พนักงานด้วย

สำหรับแนวคิด B-Beyond HR ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันเอชอาร์ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่การทำงานในส่วนของHR แต่ต้องเป็นคู่คิดทางธุรกิจ ที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจและสนับสนุนผู้บริหารขององค์กรผ่านการทำงานของฝ่าย HR และยังต้องเป็นคู่หูกับพนักงาน ในการสร้างความสุข สร้างแรงจูงใจ แก้ปัญหา และพัฒนาพนักงานให้เติบโตในองค์กร ผ่านกิจกรรม หรือโปรเจคต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่พนักงาน (Greater Employee Experience) ซึ่งนำไปสู่วิสัยทัศน์ (Vision) ในส่วนของ R-Right Place for Talent เป็นการดึงดูดและรักษา (Attract & Engage) คนที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กรและมีโอกาสเติบโตในองค์กรต่อไป เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุด คือ C-Chosen Employer ต้องเป็นองค์กรที่คนทุกคนเลือกอยากทำงานด้วย 

ทมิตา กล่าวว่า การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่พนักงาน และการสร้างโอกาสให้พนักงานพัฒนาและเติบโต บริษัทดำเนินการทั้งมิติของการเปิดโอกาสให้บุคลากรในองค์กร ได้แสดงศักยภาพของตนเองผ่านโครงการประกวดนวัตกรรม Routine to Innovation (R2i) ที่ส่งเสริมการคิดนอกกรอบ การคิดแก้ปัญหาจากแนวทางใหม่ ๆ เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาองค์กร ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว และมีหลายโครงการที่ได้นำมาใช้จริง

รวมถึงการดึงทาเลนต์รุ่นใหม่จากภายนอกให้รู้จักเมืองทองธานีผ่านโครงการ “Muangthong Hackathon” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอแนวคิดในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เมืองทองธานีผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ในระดับอุดมศึกษา โดยเน้นผลงานที่สามารถแก้ปัญหา และนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เกิดเป็นนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันรวม 72 ทีม จาก 30 มหาวิทยาลัย ซึ่งประกาศผลไปเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมนี้  โดยทีมชนะเลิศ คือ ทีม Teletubbies” จาก สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  เจ้าของผลงาน CuddleCam: CCTV Security Project โครงการพัฒนานวัตกรรมตรวจจับอุบัติเหตุ การกระทำผิดจราจร และแก้ปัญหารถติดด้วยเทคโนโลยี AI

“แนวทางสร้างความยั่งยืนถือเป็นภาพใหญ่และทิศทางที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ให้ความสำคัญ ในส่วน HR Sustainability มี 2 ปัจจัยที่สำคัญ คือ พนักงาน และนโยบายความยั่งยืนขององค์กร  โดยพนักงานต้องทำงานอย่างมีความสุข ปลอดภัยและมีการเติบโต ภายใต้นโยบาย เป็นธรรม ถูกต้อง เท่าเทียม ขณะเดียวกันก็มีระบบการวางแผนกำลังคนให้การสืบต่อ(Successor Planning) ส่งต่อ (Knowledge Sharing)ทั้งความรู้และตำแหน่ง มีการวางแผนส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องและยั่งยืน ส่วนโครงการที่ทำอยู่และ support เรื่อง sustainability อย่างชัดเจน คือ โครงกล้าMICE เป็นโครงการฝึกงาน (Internship Program) ที่ช่วยสร้างบุคลากรในธุรกิจไมซ์อย่างยั่งยืน”

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เอสซีจี “องค์กรแห่งโอกาส” หลอมรวมคุณค่าของคน ร่วมสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรม GREEN

ยกระดับทักษะดิจิทัล ด้วยหลักสูตรพัฒนาฝีมือแรงงานที่ DiSDA จากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ