TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business แอสตร้าเซนเนก้า จับมือ สยามไบโอไซเอนซ์ เปิดเบื้องหลังโรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 ในไทยครั้งแรก

แอสตร้าเซนเนก้า จับมือ สยามไบโอไซเอนซ์ เปิดเบื้องหลังโรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 ในไทยครั้งแรก

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นวิกฤติด้านสุขภาพครั้งใหญ่ที่สุด และแอสตร้าเซนเนก้า คือหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 รายใหญ่รายหนึ่งของโลก ที่มีฐานการผลิตในหลายภูมิภาคและหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย โดยโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์เป็นฐานการผลิตสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความรุนแรงของการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในประเทศไทย และในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

สัปดาห์ที่ผ่านมาแอสตร้าเซนเนก้าจับมือสยามไบโอไซเอนซ์ แถลงผลความร่วมมือพร้อมเปิดเบื้องหลังโรงงานผลิตวัคซีนโควิด-19 ในไทยครั้งแรก เปิดโรงงาน (ผ่าน virtual) โชว์ศักยภาพการผลิตตอกย้ำความเชื่อมั่นคนไทย และความร่วมมือระหว่างแอสตร้าเซนเนก้าและสยามไบโอไซเอนซ์ในการผลักดันไทยสู่ฐานการผลิตวัคซีนโควิด-19 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เจมส์ ทีก ประธานบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ภารกิจของแอสตร้าเซนเนก้าในฐานะผู้ผลิตวัคซีน คือ การผลิตและส่งมอบวัคซีนเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพให้ได้เร็วที่สุด โดยได้รวบรวมพันธมิตรจากทั่วโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ รัฐบาล และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อประสานงาน, พัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด-19 เพื่อส่งมอบให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงความร่วมมือกับรัฐบาลไทย

แอสตร้าเซนเนก้าและพันธมิตรผู้ผลิตได้ทำการส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว กว่า 2 พันล้านโดสให้แก่ประเทศต่าง ๆ มากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนวัคซีนจำนวนดังกล่าวได้ถูกส่งมอบให้กับกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ และมากกว่า 175 ล้านโดสถูกส่งให้กว่า 130 ประเทศ ผ่านโครงการ COVAX

ปัจจุบัน มีการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าช่วยป้องกันผู้ป่วยโควิดไปประมาณ 50 ล้านราย ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 5 ล้านราย และช่วยชีวิตคนมากกว่าหนึ่งล้านชีวิต จากการศึกษาค้นคว้าในระยะทดลองในคลินิก และข้อมูลการใช้งานจริงแสดงให้เห็นได้ว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าปลอดภัย

ความร่วมมือกับรัฐบาลไทย สยามซีเมนต์กรุ๊ป และสยามไบโอไซเอนซ์ นำมาซึ่งความมั่นใจต่อการเดินหน้าขยายกำลังการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าเพื่อส่งมอบให้แก่ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน

“เรามุ่งมั่นที่จะเสริมความแข็งแกร่งของ Supply Chain ในระดับภูมิภาค รวมถึงใช้ประโยชน์จากความสามารถด้านอุตสาหกรรมที่เรามี ประกอบกับความร่วมมือกับพันธมิตรการผลิตของเรามากกว่า 25 ราย ที่ตั้งอยู่ใน 15 ประเทศ ที่ใช้มาตรฐานเดียวกันทุกโรงงานการผลิตทั่วโลก โดยต้องทดสอบถึง 60 รายการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัคซีนทุกโดสจะได้รับมาตรฐานสูงสุด และเท่าเทียมกัน”

งานวิจัยระบุ หากคนไทยได้ฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดสภายในปี 64 เกิดภูมิคุ้มกันหมู่

นักวิชาการ เผยความก้าวหน้า วัคซีนโควิด-19 ในไทย

เป้าหมายในปี 2022 ของแอสตร้าเซนเนก้า

ปีหน้าแอสตร้าเซนเนก้ายังคงมีเป้าหมายที่จะสร้างความยั่งยืนให้แก่ผู้คนในการเข้าถึงยา เข้าถึงวัคซีน การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคร้ายแรงโดยเฉพาะกลุ่ม NCDs และรวมถึงรักษากระบวนการทำงานที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน นอกจากนี้แอสตร้าเซนเนก้ายังมีเป้าที่จะขยายความร่วมมือกับองค์กรสาธารณสุขมากขึ้นในอนาคต

สำหรับการผลิตวัคซีนรุ่น 2 รหัส AZD2816 โดยใช้เทคโนโลยีไวรัล เวกเตอร์ (Viral Vector) เช่นเดิม แต่มีการพัฒนาเพื่อให้รับมือกับสายพันธุ์ไวรัสที่หลากหลายมากขึ้น โดยจะเห็นผลของการพัฒนานี้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 

อย่างไรก็ตาม วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า (AZD1222) ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ก็มีประสิทธิผลสูงมากเช่นกัน ในการศึกษาทางคลินิกสามารถป้องกันการป่วยรุนแรงได้ 80-90%

“เราจะนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สามารถต่อสู้กับวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเร่งกระบวนการผลิตให้สามารถนำวัคซีนมาใช้รับมือกับโรคระบาดได้โดยเร็วที่สุด โดยที่ยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานอย่างเข้มงวด”

อย่างไรก็ดี ความสำคัญลำดับแรกสุด คือ ความสามารถในการส่งมอบวัคซีน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทยได้ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ขณะนี้แอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยไปแล้วมากกว่า 35 ล้านโดส และสัปดาห์หน้าจะประกาศจำนวนที่ส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน

“เราจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนในไทยจะได้รับวัคซีน เรามุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เพื่อคนไทยอย่างต่อเนื่อง แอสตร้าเซนเนก้า และรัฐบาลไทย ร่วมลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดสสำหรับการทยอยส่งมอบภายในไตรมาสที่สาม ของปี 2565 เพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข”

ถ่ายทอดเทคโนโลยีขยายฐานการผลิตทั่วโลก

สำหรับแนวคิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยขยายฐานการผลิตไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็วโดยยังคงรักษามาตรฐานการผลิตไว้ได้

แอสตร้าเซนเนก้าร่วมกับสยามไบโอไซเอนซ์ได้เริ่มดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีตั้งแต่เดือนตุลาคม  2563 ที่ผ่านมาและสามารถดำเนินการได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้

ชีนา เบน รองประธานฝ่าย Supply Chain วัคซีน รองประธานฝ่ายเวชภัณฑ์ยาในกลุ่มโรคมะเร็งวิทยา และผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง แอสตร้าเซนเนก้า กล่าวว่า ก่อนการส่งมอบวัคซีนทุกครั้ง แอสตร้าเซนเนก้าได้ทำการทดสอบคุณภาพโดยใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก สำหรับการผลิตวัคซีนในแต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน โดยเวลาประมาณ 60 วันจะถูกใช้ไปกับการทดสอบ ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นในทุกโรงงานทั้งในสหรัฐ อังกฤษ รวมถึงประเทศไทยเพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีนทุกรอบการผลิตมีมาตรฐานเดียวกัน

วัคซีนในแต่ละรุ่นการผลิตที่ผลิตจากทั่วโลกจะต้องผ่านการตรวจสอบด้านมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดตลอดกระบวนการผลิต รวมถึงข้อมูลและระดับปริมาณการผลิตจะถูกติดตามอย่างต่อเนื่องโดยแอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้พันธมิตรผู้ผลิตวัคซีนทุกรายของแอสตร้าเซนเนก้ารวมถึงสยามไบโอไซเอนซ์ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพตามขั้นตอนดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า สยามไบโอไซเอนซ์ สั่งสมประสบการณ์ในการผลิตชีววัตถุมาเเล้วกว่า 10 ปีผ่านมา โดยใช้เป็นเทคโนโลยีเดียวกับกระบวนการผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับทางแอสตร้าเซนเนก้า จึงได้มีการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและคุณภาพ 4 ข้อ ตามหลัก 4M ดังนี้

โรงงาน (Manufacturing Facility) นับเป็นจังหวะดีที่มีการสร้างโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์โรงที่สามแล้วเสร็จในช่วงก่อนการเกิดโควิด-19 โดยรวมตลอดที่ 12 ปีแรกของบริษัทได้ใช้งบประมาณไปกว่า 5 พันล้านบาทในการพัฒนา สร้างโรงงาน และเสริมศักยภาพต่างๆ ด้านเทคโนโลยีชีววัตถุ ซึ่งโรงงานที่สามนี้ มีเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ตรงกับที่แอสตร้าเซนเนก้าต้องการ

บุคลากร (Manpower) เมื่อได้รับเลือกจากทางแอสตร้าเซนเนก้าให้เป็นฐานการผลิตวัคซีน ได้เตรียมพร้อมด้านบุคลากรหลายด้านทั้งการคัดเลือกบุคลากรใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยความรู้และคุณภาพ รวมถึงต่อยอดความรู้ให้แก่บุคลากรเดิมเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการผลิตวัคซีน

วัตถุดิบ (Materials) การเตรียมพร้อมด้านวัตถุดิบต่างๆ โดยการพัฒนาระบบซัพพลายเชนเพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพ

การถ่ายทอดกระบวนการผลิต (Method transfer) สยามไบโอไซเอนซ์มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือกับแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งหลังการส่งมอบองค์ความรู้ในเทคโนโลยีการผลิตและมีการทดสอบกระบวนการภายในตอนต้นเดือนธันวาคม พ.ศ.2563 หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือนในช่วงเดือนมิถุนายนได้ทำการส่งมอบวัคซีนล็อตแรกให้แก่คนไทยอย่างสมบูรณ์ตามสัญญาที่ให้ไว้

ในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพของวัคซีนนั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องของเอกสารจำนวนมากกว่าหมื่นหน้าที่ต้องตรวจสอบโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคุณภาพที่ได้รับการรับรองจากยุโรป หรือที่เรียกว่า EU Qualified Person เป็นผู้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมด และในขั้นตอนก่อนการส่งมอบทางโรงงานได้ทำการตรวจสอบวัคซีนทุกล็อตอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีนทุกหลอดที่เดินทางไปถึงผู้บริโภคมีคุณภาพตามมาตรฐานของแอสตร้าเซนเนก้าอย่างแน่นอน

“มีไม่กี่ประเทศบนโลกที่สามารถผลิตวัคซีนได้ในระดับนี้และสยามไบโอไซเอนซ์ในฐานะตัวแทนของโรงงานไทยเรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดความรุนแรงของการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในประเทศไทย และในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ดร.ทรงพล กล่าว

เทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแอสตร้าเซนเนก้า ถือว่าเป็น Change Agent ที่จะช่วยต่อยอดองค์ความรู้ให้กับวงการวัคซีนของไทยต่อไปในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า และสยามไบโอไซเอนซ์ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนเริ่มต้นเมื่อเดือนตุลาคม 2563 นับถึงปัจจุบันถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับวงการยาชีววัตถุและวงการวัคซีนของประเทศไทย

“ประสบการณ์ที่เราได้รับการจากผลิตวัคซีนนี้เป็นสิ่งที่ประมวลค่าไม่ได้ อีกทั้งวัคซีนที่ส่งออกไปนั้นเป็นสิ่งที่ทำโดยคนไทย 100% ในโรงงานของเรากว่า 400-500 คน”

แผนงานในอนาคตของสยามไบโอไซเอนซ์

นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า แผนงานในอนาคตของสยามไบโอไซเอนซ์ คือ มองไปที่ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ยังมีฐานการผลิตไม่มาก เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงของประเทศในแง่ของสุขภาพ และเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมตามสายการผลิตที่มีรวมถึงการมุ่งเน้นผลิตยาในกลุ่มโรคเลือดและโรคมะเร็ง รวมถึงชุดตรวจโรค โดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่ประชาชนไทยเป็นกันมาก 

“เรามองว่าการต่อยอดการผลิตยาด้านนี้ จะเป็นประโยชน์กับสาธารณสุขและคนไทยได้ตามจุดประสงค์ของการก่อตั้งบริษัท”

สังคมไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุมาระยะหนึ่งแล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้อาจเกิดวิกฤติการขาดแคลนกลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้น การส่งเสริมการดูแลสุขภาพจึงเป็นภารกิจสำคัญของสยามไบโอไซเอนซ์ เพื่อช่วยให้สุขภาพของคนในชาติสมบูรณ์แข็งแรง

กำเนิดสยามไบโอไซเอนซ์

บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นมากว่า 12 ปี ตามพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นโรงงานผลิตยาชีววัตถุ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูงในการผลิต เช่น ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง (EPO) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไตวายเรื้อรัง และยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว (GCSF) ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด โดยยาทั้ง 2 ตัว สามารถบำบัดรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยชาวไทยลดการพึ่งพายาจากต่างชาติ สร้างความมั่นคงทางยาแก่สาธารณสุขของไทย

ในกระบวนการผลิตของโรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ นับเป็นพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงตั้งโรงงานมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี แต่ตอบโจทย์ของประเทศในวันนี้ ทั้งเรื่องการแพทย์ และโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ (BCG Model) เป็นการยกระดับสู่เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ที่โรงงาน และมีการเสริมหลักการ Circular Economy ที่นำของเสียจากโรงงานมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร โดยได้นำไปใช้ในโครงการหลายโครงการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประเทศไทย และ Green Economy ด้วยการสร้างโรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

อีกทั้งเทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูงที่ใช้ในการผลิตยา ยังมีความใกล้เคียงกับเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตวัคซีนแบบไวรัล เวกเตอร์ (Viral Vector) ของแอสตร้าเซนเนก้า จึงทำให้มีศักยภาพในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีน และได้รับเลือกเป็นโรงงานผู้ผลิตในเวลาต่อมา

กว่าที่สยามไบโอไซเอนซ์จะได้รับเลือกเป็นโรงงานผู้ผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า ได้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหลายขั้นตอน และทางแอสตร้าเซนเนก้าเล็งเห็นว่า โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์มีความพร้อมมากที่สุด เพราะได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล มีศักยภาพที่จะผลิตวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าได้ทุกขั้นตอนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ สามารถรองรับการขยายกำลังการผลิตได้ในอนาคต แอสตร้าเซนเนก้าจึงเลือกสยามไบโอไซเอนซ์เป็นหนึ่งในฐานการผลิต เพื่อร่วมต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

LINE MAN ทุ่มงบ 1 แสน หนุน #เราต้องรอด มอบโค้ดส่วนลดค่าส่งยาให้ผู้ป่วย Home Isolation

ในการเรียกใช้บริการไรเดอร์จาก LINE MAN เพื่อจัดส่งยาถึงบ้านผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวอาการไม่รุนแรง ที่ทำการแยกกักตัวรักษาที่บ้าน

ชาวบ้านบ่นหมูแพง ผู้แบงก์ชาติว่าเสถียรภาพราคายังโอเค

การรับรู้ถึงปัญหาปากท้องหรือค่าครองชีพ ระหว่างชาวบ้านที่อยู่ปลาย ๆ ทางของระบบเศรษฐกิจกับแบงก์ชาติซึ่งมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจที่อยู่ต้นทางมักต่างมุมกันเสมอ ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ชาวบ้านบ่นเรื่องข้าวของในตลาดที่แพงขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง มาตั้งแต่กลางปีที่แล้วจากประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 200-240 บาทต่อกิโลกกรัม ในปัจจุบัน  ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ราคาครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ชาวบ้านยากจะยอมรับ ด้วยเหตุนี้หมูแพงจึงเป็นประเด็นร้อนตั้งแต่ในครัวไปจนถึงทำเนียบรัฐบาล

จริงหรือไม่? คริปโทฯ (Cryptocurrency) ใช้พลังงานสูง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะเหตุใด Cryptocurrency ถึงใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ส่งผลกระทบให้โลกร้อนจนนักสิ่งแวดล้อมต้องออกมาเตือน เราหาคำตอบของเรื่องนี้มาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลย

ก.พลังงาน เตรียมจัดงาน Future Mobility Asia 2022 ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

งานนิทรรศการครั้งแรกที่จัดแสดงแนวคิด นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันด้านยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างครอบคลุม

“ซิปโซ่” เอสเอ็มอีกับนวัตกรรมข้าวต้ม Ready to Eat เข้าถึงลูกค้าขายผ่านร้านเซเว่นฯ

ชูจุดขายใช้นวัตกรรม ช่วยคงความหอมและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ

เสือลำบาก “เศรษฐกิจแย่-การเมืองยุ่ง”

ขณะที่เรากำลังเผชิญภาวะราคาสินค้าหลายๆตัวขยับเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งกระฉูด

MG เปิดเกมรุก สร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร พร้อมดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทัดเทียมตลาดโลก

เอ็มจี ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติจีนเปิดเกมรุกเตรียมสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ไทยแบบครบวงจร ไล่เรียงตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบตเตอร์รี ไปจนถึงปลายน้ำ

แอร์บัส – NTT DOCOMO – SKY Perfect JSAT ร่วมกันศึกษาบริการการเชื่อมต่อไร้สายทั่วโลกบนอวกาศ

ความร่วมมือในการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการร่วมใช้งานบริการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี High-Altitude Platform Stations (HAPS) แห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเชื่อมต่อไร้สายบนอวกาศในอนาคต

วีโร่ ลงนามปฏิญญา Clean Creatives

ประกาศจุดยืนร่วมต่อต้านการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

Amazon Global Selling หนุน SME ไทยโตตลาดโลก

งานประชุม Amazon Global Selling Thailand Seller Conference ในรูปแบบสัมมนาออนไลน์ของ อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ผ่านไปด้วยความสำเร็จ โดยมี SME ไทยกว่า 5,000 รายให้ความสนใจและเข้าร่วมงาน

MUST READ

SEAC (ซีแอ็ค) กรุยแผนธุรกิจปี 65 กับเป้าหมายอัพสกิล คนไทย 1 ล้านคนใน 3 ปี

SEAC (ซีแอ็ค) เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้กับคนไทยในหลากหลายกลุ่มผ่านการเรียนรู้

จีเอเบิล ปฏิวัติระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์

กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ผู้นำด้าน "Tech Enabler" ที่ช่วยยกระดับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลในทุกมิติ โชว์ศักยภาพเสริมความมั่นคงให้กับธุรกิจไทย

เอ็มจี พร้อมรุกตลาด “อีวี” เต็มสูบ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า

เอ็มจีในประเทศไทย ตั้งเป้าผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก้าวสู่ยุคใหม่ พร้อมรุกตลาด “อีวี” เต็มสูบ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem)

แอร์บัส – NTT DOCOMO – SKY Perfect JSAT ร่วมกันศึกษาบริการการเชื่อมต่อไร้สายทั่วโลกบนอวกาศ

ความร่วมมือในการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการร่วมใช้งานบริการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี High-Altitude Platform Stations (HAPS) แห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเชื่อมต่อไร้สายบนอวกาศในอนาคต

LINE MAN ทุ่มงบ 1 แสน หนุน #เราต้องรอด มอบโค้ดส่วนลดค่าส่งยาให้ผู้ป่วย Home Isolation

ในการเรียกใช้บริการไรเดอร์จาก LINE MAN เพื่อจัดส่งยาถึงบ้านผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวอาการไม่รุนแรง ที่ทำการแยกกักตัวรักษาที่บ้าน
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น