Garmin ประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 สร้างรายได้รวมทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.28 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า นับเป็นรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทฯ ขณะที่ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 มีรายได้สูงถึง 2.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.6 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกระแสความนิยมของเทคโนโลยีด้านสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ และกิจกรรมกลางแจ้งที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของบริษัทฯ จากความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามข้อมูลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
เทรนด์สุขภาพ–เอาต์ดอร์มาแรง ดันกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่โต 42%
กระแสฟิตเนส สุขภาพ และกิจกรรมกลางแจ้งที่เติบโตทั่วโลก ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการสมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพของผู้บริโภค โดยรายงานสรุปข้อมูล Garmin Connect ประจำปี 2568 ระบุว่า ผู้ใช้งาน Garmin ทั่วโลกมีระดับกิจกรรมการออกกำลังกาย (Activity Level) เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะที่กิจกรรมยอดนิยมยังคงเป็น การวิ่ง การเดิน และการปั่นจักรยาน พร้อมด้วยการเติบโตของการเล่นเวตเทรนนิงและกีฬาแร็กเกตในหลายภูมิภาค สะท้อนแนวโน้มที่ผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพ การฝึกซ้อม และการติดตามข้อมูลการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันมากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิตเนสและอุปกรณ์สวมใส่ของ Garmin เติบโตอย่างโดดเด่น โดยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 รายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นสูงถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทุบสถิติรายได้สูงสุดทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งมอบผลิตภัณฑ์กว่า 20 ล้านหน่วย
ตลอดปี 2568 Garmin ทำสถิติรายได้สูงสุดใหม่ในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ โดยกลุ่มฟิตเนสเติบโต 33% กลุ่มธุรกิจการบินเติบโต 13% กลุ่มการเดินทะเลเติบโต 10% กลุ่มยานยนต์เติบโต 9% และกลุ่มกิจกรรมกลางแจ้งเติบโต 5% สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายของบริษัทฯ อีกทั้ง Garmin ยังส่งมอบผลิตภัณฑ์รวมกว่า 20 ล้านหน่วยทั่วโลก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของบริษัทฯ
นอกจากแรงหนุนจากกระแสสุขภาพและกิจกรรมกลางแจ้งที่เติบโตต่อเนื่องแล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของ Garmin ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของบริษัทฯทั้งการยกระดับ Garmin Connect+ ด้วยฟีเจอร์ติดตามโภชนาการและข้อมูลสุขภาพเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย Garmin Active Intelligence เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งานบนแอปพลิเคชัน Garmin Connect รวมถึงการได้รับรางวัลCES 2026 Innovation Awards มากถึง 5 รางวัลจากผลิตภัณฑ์ในหลายหมวดหมู่ อาทิ Venu 4® และ Forerunner 970®
คลิฟตัน เพมเบิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การ์มิน กล่าวว่า “ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ Garmin เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ สามารถทำสถิติรายได้รวมสูงสุด รายได้สูงสุดในทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจ และกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อ Garmin อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญมาจากการมุ่งขยายธุรกิจในหลายตลาด ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน สำหรับปีนี้ Garmin คาดว่าจะต่อยอดการเติบโตดังกล่าวผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง
พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก”
กระแสใส่ใจสุขภาพในเอเชียแปซิฟิกและไทยขยายตัวต่อเนื่อง หนุนดีมานด์อุปกรณ์สวมใส่
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Garmin โดยรายได้ในภูมิภาคดังกล่าวเติบโตถึง 12% ตลอดปี 2568 และเพิ่มขึ้น 8% ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการเทคโนโลยีด้านสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ และอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ขยายตัวในหลายประเทศทั่วเอเชีย และจากกระแสผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกาย ส่งผลให้สมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันสำหรับประเทศไทย
รายงานสรุปข้อมูล Garmin Connect ประจำปี 2568 ระบุว่า กิจกรรมยอดนิยมของชาวไทยยังคงเป็น
การวิ่ง การเดิน และการฝึกความแข็งแรง
นอกจากสุขภาพกาย เทรนด์สุขภาพใจก็กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน โดยการทำสมาธิมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดถึง 148% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อีกทั้งกีฬาประเภทแร็กเกตยังได้รับความนิยมมากขึ้น อาทิ แบดมินตันที่เติบโตถึง 116% และเทนนิสที่เติบโตถึง 65% สะท้อนรูปแบบการออกกำลังกายที่หลากหลายขึ้น และช่วยหนุนการเติบโตของตลาดอุปกรณ์สวมใส่ในประเทศอย่างต่อเนื่อง
มิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับประเทศไทย เราเห็นสัญญาณการเติบโตของความสนใจด้านสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ในประเทศไทยมีรายได้เติบโตขึ้นกว่า 45% ในปี 2568 อีกทั้ง ผู้บริโภคชาวไทยยังหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพและพัฒนาการฝึกซ้อมของตนเองมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของสมาร์ตวอทช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ในปีนี้ Garmin ประเทศไทยจึงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในหลากหลายกิจกรรม พร้อมสนับสนุนให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถดูแลสุขภาพและออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
‘ณรัณภัสสร์ ฐิติพัทธกุล’ ผู้นำ Disrupt Health Impact Fund ผลักดันสตาร์ตอัป HealthTech
NIA ผนึกแพทย์-เอกชน เปิด SPEAR H ปั้นสตาร์ตอัป HealthTech ไทยสู่ตลาดโลก



