สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ออกข้อเรียกร้องถึงภาครัฐให้เร่งผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างครบวงจร เพื่อเป็นแนวทางในการลดการพึ่งพาน้ำมัน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความตึงเครียดด้านพลังงานโลก
ทางสมาคมฯ ระบุว่า จากยอดจองยานยนต์ไฟฟ้าและกระแสตอบรับในงาน Motor Show ประจำปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความพร้อมในการเปิดรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผลักดันอุตสาหกรรมดังกล่าวไม่ควรจำกัดอยู่เพียงแค่ภาคการจำหน่ายรถยนต์ แต่ต้องพัฒนาระบบอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งทิศทางนี้สอดคล้องกับนโยบาย 30@30 ของประเทศ ที่ตั้งเป้าหมายผลิตยานยนต์ไร้มลพิษในสัดส่วน 30% และผลักดันการใช้งาน EV ให้ถึงระดับ 50% ภายในปี 2030
จากการประชุมระดมความคิดเห็นของคณะกรรมการสมาคมฯ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา EVAT ได้สรุปข้อเสนอสำคัญ 5 ประการเพื่อเสนอต่อภาครัฐ ดังนี้
- นำร่องการใช้งานในภาครัฐ: ส่งเสริมให้หน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานมากขึ้น
- ขยายโครงสร้างพื้นฐาน: เร่งสนับสนุนการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้เพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น
- รวมศูนย์ข้อมูลสถานีชาร์จ: ผลักดันให้รัฐจัดทำแอปพลิเคชันส่วนกลางเพื่อรวบรวมข้อมูลสถานีชาร์จจากทุกผู้ให้บริการ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก
- ศึกษามาตรการทางภาษี: เสนอให้ศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) เพื่อเป็นเครื่องมือกระตุ้นการใช้พลังงานสะอาดและลดการบริโภคน้ำมัน
- เสริมสร้างระบบนิเวศเพื่อความเชื่อมั่น: เร่งสร้างความมั่นใจในบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น บริการหลังการขาย การจัดการสต็อกอะไหล่ สินเชื่อ ประกันภัย การติดตั้งเครื่องชาร์จตามที่พักอาศัย และการพัฒนาทักษะช่างซ่อมบำรุง

สุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เปิดเผยว่า วิกฤติราคาน้ำมันในขณะนี้เป็นตัวเร่งที่ทำให้ไทยต้องสร้างทางเลือกด้านพลังงานอย่างจริงจัง โดยข้อเสนอทั้ง 5 ประการเป็นสิ่งที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที หากได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน
“หากทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันอย่างจริงจัง เราเชื่อว่าวิกฤติครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่จะเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม” สุโรจน์ กล่าว
ปัจจุบัน สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ทำหน้าที่เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่คอยส่งเสริมความรู้และให้คำปรึกษาด้านมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีสมาชิกจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษารวมกว่า 390 ราย
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
กรุงศรีชู 3GO เสริมแกร่ง SME ไทย สู้เศรษฐกิจผันผวน
GWM กวาดยอด 6.8 พันคัน ดัน ORA 5 EV ปรับขึ้นราคา 2 หมื่นบาท



