ไพร์ม โรด เพาเวอร์ (PRIME) เผยความคืบหน้าการจัดการหนี้หุ้นกู้ หลังปิดดีลขายโรงไฟฟ้า 4 โครงการ มูลค่ากว่า 686 ล้านบาท พร้อมนำเงินเข้าชำระคืนผู้ถือหุ้นกู้แล้ว 23.14% ของมูลค่าที่ตราไว้ ด้านผู้บริหารกางกลยุทธ์ปี 2569 ปรับโมเดลเน้นลงทุนต่ำ คืนทุนไว รุกกลุ่ม MSME และภาคครัวเรือนรับกระแส Net Zero
สมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการจำหน่ายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (COOP 1) จำนวน 4 โครงการ ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี มูลค่ารวม 686 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง (ภาษี ค่าประเมิน และหนี้สถาบันการเงิน) รวม 94.87 ล้านบาท คงเหลือเงินสุทธิ 591.13 ล้านบาท ซึ่งแบ่งชำระเป็น 3 งวด โดยปัจจุบันได้รับชำระมาแล้ว 2 งวด รวมเป็นเงิน 558.21 ล้านบาท
สถิติการชำระคืนหุ้นกู้และมติผู้ถือหุ้นกู้
บริษัทได้จัดสรรเงินสุทธิ 90% ตามข้อกำหนดสิทธิ (รวม 502.47 ล้านบาท) เพื่อชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 4 รุ่น (PRIME 253B, 253A, 25DA และ 25DB) ดังนี้:
- สัดส่วนการชำระคืน: ชำระแล้ว 23.14% ของมูลค่าที่ตราไว้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
- สถานะปัจจุบัน: บริษัทยังมีหน้าที่คืนเงินต้นให้ครบไม่น้อยกว่า 30% ซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีมติอนุมัติผ่านทุกวาระในการผ่อนผันเหตุผิดนัด และปรับเงื่อนไขการชำระคืนเพื่อให้รวดเร็วขึ้นในกรณีที่บริษัทใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนด (Call Option)
แผนจัดการหนี้ส่วนที่เหลือ
PRIME เตรียมระดมทุนเพื่อชำระหนี้ส่วนที่เหลือผ่าน 2 ช่องทางหลัก:
- การจำหน่ายสินทรัพย์โครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม มูลค่าประมาณ 1,812.92 ล้านบาท
- กระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท
กลยุทธ์ปี 2569: จากภาครัฐสู่ Solar Residential
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทปรับแนวทางการดำเนินงานโดยมุ่งเน้นโครงการที่ใช้เงินลงทุนต่ำแต่สร้างรายได้เร็วขึ้น (Short-term revenue) โดยขยายฐานลูกค้าจากภาครัฐสู่กลุ่มใหม่:
- กลุ่ม MSME: รุกตลาดวิสาหกิจรายย่อย ขนาดย่อม และขนาดกลาง
- Solar Residential: เร่งรุกตลาดติดตั้งโซลาร์บนหลังคาที่พักอาศัย เพื่อตอบรับนโยบายรัฐบาลที่เปิดให้ลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในที่อยู่อาศัย (3 มี.ค. 69 – 31 ธ.ค. 71)
“PRIME มีเจตจำนงที่จะชำระคืนหุ้นกู้ให้กับผู้ถือหุ้นกู้ มีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยหาโอกสาสใหม่ ๆ ในการรุกตลาดพลังงานทดแทนอยู่เสมอ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งในปี 2569 นี้ PRIME จะเร่งรุกตลาดให้บริการติดตั้งโซลาร์บนหลังคาสำหรับที่พักอาศัย (Solar Residential) ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่เกิดปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด” คุณสมประสงค์ กล่าว
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ดีอี-ETDA ลุย Hackathon ปั้น AI ยกระดับยุติธรรมไทย
EVAT จี้รัฐเร่งดัน EV Ecosystem ชง 5 ข้อเสนอรับวิกฤติน้ำมันแพง





