Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ดัน AI Literacy ทักษะแห่งยุค: อว.-จุฬาฯ-AIS ผนึกกำลังต้านภัยไซเบอร์

AIS, MHESI, and Chulalongkorn University launch free AI literacy course

ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญทั้งในการเรียน การทำงาน และชีวิตส่วนตัวของเราทุกคน ทุกเช้าที่เราตื่นขึ้นมา เราต่างต้องสัมผัสกับ AI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Google Map เพื่อหาเส้นทางที่เร็วที่สุด หรือการฟังเพลงผ่าน YouTube และ Spotify ที่มี AI คอยคัดกรองและเลือกสิ่งที่ตรงกับความชอบของเรา

แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ท่ามกลางความสะดวกสบาย ข้อมูลสถิติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากลับชี้ให้เห็นความจริงที่น่าตกใจว่า ประเทศไทยมีมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอาชญากรรมไซเบอร์สูงกว่าหมื่นแสนล้านบาท มิจฉาชีพในปัจจุบันสามารถใช้ AI ปลอมแปลงได้ทั้งรูปภาพและเสียงเพื่อหลอกลวงให้ร่วมลงทุนหรือโอนเงิน ด้วยเหตุนี้ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะหลีกเลี่ยง AI ได้อย่างไร แต่อยู่ที่ว่าเราจะใช้ AI ให้เก่งขึ้นโดยไม่ถูกแทนที่ และไม่ตกเป็นเหยื่อได้อย่างไร

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง 3 องค์กรหลัก ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ AIS ในการเปิดตัวหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์ AI Literacy My AI Buddy สนุกกับโลกใหม่มี AI เป็นเพื่อนคู่คิด”

อว. ชูแนวคิด AI for All สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ 3 ขวบถึง 80 ปี

กระทรวง อว. ซึ่งมีบทบาทหลักในการสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนของประเทศ ผ่านมหาวิทยาลัยในสังกัดกว่า 150 แห่ง และนักศึกษาในระบบเกือบ 2 ล้านคน รวมถึงหลักสูตรอีกกว่า 12,000 หลักสูตร ได้มองเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)  ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงอว. ระบุว่า หลักสูตรนี้ไม่ได้จำกัดแค่ในระบบปริญญา (Degree) แต่เป็นรูปแบบ Non-Degree ที่เปิดกว้างให้เด็กตั้งแต่อายุ 3-4 ขวบที่เริ่มใช้คอมพิวเตอร์เป็น ไปจนถึงผู้สูงอายุวัย 70-80 ปี สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้

โครงสร้างของหลักสูตรในเบื้องต้นมีทั้งหมด 10 โมดูล (Module) ซึ่งออกแบบมาให้ดูเพลิน ไม่เครียด โดยสอนให้รู้จักว่า AI คืออะไร ใช้งานอย่างไร และมีข้อควรระวังใดบ้าง ความพิเศษคือผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตจากหลักสูตรนี้ เพื่อนำไปโอนเป็นเนื้อหาหลักสูตรในระดับปริญญาตรีในอนาคตได้หากต้องการ สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับนโยบาย “AI for All” ของกระทรวง อว. ที่ต้องการให้นำ AI มาพัฒนาการศึกษา ยกระดับเศรษฐกิจ ไปจนถึงการนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ เช่น ปัญหา PM 2.5

“ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมืออีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน… ถ้าเกิดว่าทุกคนไม่มีความรู้เกี่ยวกับ AI หรือรู้ไม่เท่าทัน AI ก็จะตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ต่างๆ” ดร.พันธ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

AIS, MHESI, and Chulalongkorn University launch free AI literacy course

จุฬาฯ พลิกบทบาทมหาวิทยาลัยมุ่งสร้าง “องค์กรที่ประดิษฐ์ปัญญา”

ในมุมมองของสถาบันการศึกษา ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อคิดว่า ปัญญาประดิษฐ์ทั้งหมดล้วนเกิดจากมนุษย์ที่เป็นผู้สร้าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันผลิตคน จึงยึดหลักการที่ว่านวัตกรมาก่อนนวัตกรรมเสมอ และสิ่งที่อยู่เหนือกว่าปัญญาประดิษฐ์ก็คือ องค์กรที่ประดิษฐ์ปัญญา

แม้ AI จะสามารถแทนที่ทักษะของคนบางคนได้ แต่ AI ไม่สามารถแทนที่มนุษย์ผู้สร้าง AI ได้ ดังนั้น ทักษะด้าน AI Literacy จึงไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่ “ควรจะรู้” (Should know) อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ “ต้องรู้” (Must know) และถือเป็นปัจจัยเสริมในการดำรงชีวิตควบคู่ไปกับโทรศัพท์มือถือ

“นวัตกรมาก่อนนวัตกรรมเสมอ ดังนั้นสิ่งที่เหนือกว่าปัญญาประดิษฐ์คือองค์กรที่ประดิษฐ์ปัญญา… AI ไม่สามารถแทนที่คนที่สร้าง AI ได้ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่สร้าง AI ก็คือคน” ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ กล่าว

เพื่อตอบสนองต่อวิสัยทัศน์นี้ จุฬาฯ จึงได้เปิดตัววิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อประชาชน หรือ Chula XL (Extension and Lifelong Learning) ซึ่งถือเป็นคณะใหม่ที่ประกาศก้าวสำคัญในการเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนทั้งประเทศ ไม่จำกัดวัยหรือโอกาส เพื่อขยายความรู้จากระดับ Non-Degree ไปสู่ Degree

AIS สานต่อภารกิจ 8 ปียกระดับ Digital Literacy สู่ AI Literacy

ทางด้านภาคเอกชน สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS เปิดเผยว่า AIS ได้นำ AI เข้ามาช่วยยกระดับโครงข่ายให้เป็นอัจฉริยะ ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล จัดสรร Traffic และที่สำคัญคือการใช้ AI ตรวจคัดกรองอัตลักษณ์บุคคลเพื่อป้องกันมิจฉาชีพในการเปิดใช้ซิม

ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมา AIS ได้ขับเคลื่อนการสร้างภูมิคุ้มกันผ่านหลักสูตร Digital Literacy บนแพลตฟอร์ม Learn Dig (Learn Digital) ซึ่งมีผู้เรียนแล้วกว่า 1 ล้านคน แต่ในวันนี้เพียงแค่นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป จึงต้องต่อยอดมาสู่ AI Literacy ซึ่งเป็นทักษะใหม่ที่คนไทยทุกคนจำเป็นต้องมี หลักสูตรนี้จะสอนเทคนิคการใช้งานอย่างปลอดภัย สอนให้มีวิจารณญาณในการตั้งคำถาม และรู้วิธีตรวจสอบข้อมูลจาก AI ก่อนนำมาใช้งานจริง

“AI Literacy ไม่ใช่เป็น Nice to have ค่ะแต่เป็น A Must Have แล้วเป็นทักษะใหม่ที่พวกเราคนไทยทุกคนจำเป็นจะต้องมีเพื่อที่จะอยู่ในโลกนี้ได้ แข่งขันได้ อยู่รอด ใช้เทคโนโลยีเป็นอย่างปลอดภัย” คุณสายชล กล่าว

เมื่อ AI เป็นมากกว่าเครื่องมือแต่คือ “เพื่อนคู่คิด”

ความน่าสนใจของงานเปิดตัวในครั้งนี้ ยังอยู่ที่กิมมิกการนำเสนอ “คุณเซฟ” (Safe) ซึ่งเป็น AI Buddy ที่มารับหน้าที่เป็นพิธีกรคู่กับคุณซู่ชิง โดยคุณเซฟได้สาธิตให้เห็นถึงการทำงานที่เป็นระบบและมีความรับผิดชอบ ด้วยการกำหนดรหัสผ่าน “หลักสูตรอุ่นใจ Cyber AI Literacy” สำหรับเปิดระบบ และปฏิเสธที่จะเปิดระบบให้หากผู้พูดไม่ใช่ประธานในพิธีทั้ง 3 ท่าน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นภาพของหลักสูตรที่มุ่งหวังให้เราเปลี่ยนความกังวลเป็นความมั่นใจ และเปลี่ยน AI ให้เป็นคู่คิดที่รู้ใจ

ในอนาคต โครงการนี้มีแผนที่จะขยายจำนวนหลักสูตรและดึงมหาวิทยาลัยอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย เพื่อเผยแพร่ความรู้ไปยังประชาชนหลักแสนหรือหลักหมื่นคน สำหรับผู้ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป สามารถเข้าไปเรียนรู้เพื่อสร้างวัคซีนทางภูมิปัญญาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านเว็บไซต์แพลตฟอร์ม Thai MOOC ของกระทรวง อว. (thaimooc.ac.th) และเว็บไซต์ของ AIS (อุ่นใจ cyber.co.th) เพื่อร่วมกันสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย เท่าเทียม และเปลี่ยนบทบาทของคนไทยจากเพียงผู้ใช้งาน สู่การเป็นผู้ที่นำ AI มาสร้างโอกาสและคุณค่าได้อย่างแท้จริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ภาคเหนือวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ตัวการ ‘มะเร็งปอด’ พุ่ง มช. ชูนวัตกรรมตรวจไว-ผ่าตัดส่องกล้องเพิ่มโอกาสรอด

ถอดรหัส AI Index Report 2026: โอกาส ความเสี่ยง และยุทธศาสตร์ชาติ

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar