ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เป็นประธานการประชุมบอร์ด กวทช. นัดแรกพร้อมมอบนโยบายให้ สวทช. เป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” ที่ช่วยพาประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง โดยมุ่งวิจัยตรงเป้าแม่นยำ และตอบโจทย์วิกฤติประเทศ
ศ. ดร.ยศชนัน เน้นย้ำให้ สวทช. ยึดหลักการทำงานที่ตรงเป้าและแม่นยำ เพื่อตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัสของรัฐบาล โดยผลงานวิจัยต้องสร้างผลกระทบสูง (High Impact) และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม ดังนี้:
- ด้านเศรษฐกิจ: มุ่งเน้น “คนตัวเล็ก” อย่างเกษตรกรทั่วประเทศ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งติดอาวุธนวัตกรรมให้กลุ่ม SMEs สู่การเป็นอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่แข่งขันได้ในตลาดโลก
- ด้านสังคม: มุ่งให้ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยด้วยแพลตฟอร์มการแพทย์ดิจิทัลที่ช่วยให้การคัดกรองโรคสำคัญอย่างโรคไตเข้าถึงระดับชุมชนได้อย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับการทลายกำแพงความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาด้วยระบบการเรียนรู้ที่ปรับตามความถนัดของเด็กแต่ละคน เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับประเทศในอนาคต
“เราตั้งเป้าว่าในปี 2570 นวัตกรรมของ สวทช. จะสร้างประโยชน์แก่ประชาชนถึง 10 ล้านคน และสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 17,000 ล้านบาท” รมว.อว. ระบุ
สวทช. ขานรับนโยบาย ยึดความต้องการประชาชนเป็นตัวตั้ง
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า “สวทช. พร้อมนำศักยภาพของบุคลากรวิจัยและทีมสนับสนุนรวมกว่า 3,000 คน จากศูนย์วิจัยแห่งชาติทั้ง 5 แห่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนา มาขับเคลื่อนเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ โดยมุ่งเน้นนโยบาย “งานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริง”โดยยึดความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชนเป็นตัวตั้ง
ทั้งนี้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สวทช. ได้ดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากรวิจัยมาตอบโจทย์เร่งด่วนของประเทศภายใต้กลยุทธ์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยยั่งยืน ผ่านกลไก “Battle และ Pre-battle” ซึ่งเป็นโครงการระยะเร่งด่วนที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยออกจากห้องแล็บไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปใช้งานได้จริงในวงกว้าง ทั้งในมิติการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน
“เราเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของนักวิจัยให้กลายเป็นคำตอบของประเทศ ผ่านยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกในรูปแบบโครงการ Battle และ Pre-battle ซึ่งเป็นภารกิจระยะเร่งด่วนที่ทำมาตลอด 4 ปี เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่างานวิจัยไทยไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง แต่คือเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง” ศ. ดร.ชูกิจ กล่าวทิ้งท้าย
ยกเคส Plant Factory เปลี่ยนเกษตรกรสู่ผู้ผลิตสารสกัดมูลค่าสูง
ในโอกาสนี้ รมว.อว. ได้เข้าชมโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ซึ่งเป็นตัวอย่างการยกระดับเกษตรกรรม (Agri-Tech) ด้วยการควบคุมแสงและสารอาหาร 100% เพื่อผลิตสารออกฤทธิ์สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางระดับโลก
“นี่คือการเปลี่ยนจากขายพืชผลเป็นกิโลกรัม มาเป็นการขายสารสกัดมูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากหลักหมื่นพุ่งสู่หลักแสนต่อไร่ เป็นเกษตรแม่นยำที่เพิ่มรายได้ได้จริง” ศ. ดร.ยศชนัน กล่าว
นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย รมว.อว. มีกำหนดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี NAC2026 เพื่อตอกย้ำทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวด้วยนวัตกรรมต่อไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
EfraStructure ดันสตาร์ตอัปไทย ขยับเข็มเศรษฐกิจ 9 แสนล้านบาท
ดัน AI Literacy ทักษะแห่งยุค: อว.-จุฬาฯ-AIS ผนึกกำลังต้านภัยไซเบอร์
ศธ. ผนึก ไมโครซอฟท์ โชว์ความสำเร็จ ‘AI for Teachers’ อัปสกิลครูไทย 160,000 คน สู่ห้องเรียนดิจิทัล



