Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

‘ยศชนัน’ สั่งปั้น สวทช. เป็น ‘เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ’ ตั้งเป้าปี 70 นวัตกรรมเข้าถึงประชาชน 10 ล้านคน

'ยศชนัน' สั่งปั้น สวทช. เป็น 'เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ' ตั้งเป้าปี 70 นวัตกรรมเข้าถึงประชาชน 10 ล้านคน

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) เป็นประธานการประชุมบอร์ด กวทช. นัดแรกพร้อมมอบนโยบายให้ สวทช. เป็น “เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ” ที่ช่วยพาประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง โดยมุ่งวิจัยตรงเป้าแม่นยำ และตอบโจทย์วิกฤติประเทศ

ศ. ดร.ยศชนัน เน้นย้ำให้ สวทช. ยึดหลักการทำงานที่ตรงเป้าและแม่นยำ เพื่อตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัสของรัฐบาล โดยผลงานวิจัยต้องสร้างผลกระทบสูง (High Impact) และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม ดังนี้:

  • ด้านเศรษฐกิจ: มุ่งเน้น “คนตัวเล็ก” อย่างเกษตรกรทั่วประเทศ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งติดอาวุธนวัตกรรมให้กลุ่ม SMEs สู่การเป็นอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่แข่งขันได้ในตลาดโลก
  • ด้านสังคม: มุ่งให้ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยด้วยแพลตฟอร์มการแพทย์ดิจิทัลที่ช่วยให้การคัดกรองโรคสำคัญอย่างโรคไตเข้าถึงระดับชุมชนได้อย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับการทลายกำแพงความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาด้วยระบบการเรียนรู้ที่ปรับตามความถนัดของเด็กแต่ละคน เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับประเทศในอนาคต

“เราตั้งเป้าว่าในปี 2570 นวัตกรรมของ สวทช. จะสร้างประโยชน์แก่ประชาชนถึง 10 ล้านคน และสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 17,000 ล้านบาท” รมว.อว. ระบุ

สวทช. ขานรับนโยบาย ยึดความต้องการประชาชนเป็นตัวตั้ง

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า “สวทช. พร้อมนำศักยภาพของบุคลากรวิจัยและทีมสนับสนุนรวมกว่า 3,000 คน จากศูนย์วิจัยแห่งชาติทั้ง 5 แห่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนา มาขับเคลื่อนเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ โดยมุ่งเน้นนโยบาย “งานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริง”โดยยึดความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคประชาชนเป็นตัวตั้ง

ทั้งนี้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สวทช. ได้ดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากรวิจัยมาตอบโจทย์เร่งด่วนของประเทศภายใต้กลยุทธ์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อประเทศไทยยั่งยืน ผ่านกลไก “Battle และ Pre-battle” ซึ่งเป็นโครงการระยะเร่งด่วนที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยออกจากห้องแล็บไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปใช้งานได้จริงในวงกว้าง ทั้งในมิติการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน

“เราเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของนักวิจัยให้กลายเป็นคำตอบของประเทศ ผ่านยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกในรูปแบบโครงการ Battle และ Pre-battle ซึ่งเป็นภารกิจระยะเร่งด่วนที่ทำมาตลอด 4 ปี เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่างานวิจัยไทยไม่ได้อยู่แค่บนหิ้ง แต่คือเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง”  ศ. ดร.ชูกิจ กล่าวทิ้งท้าย

ยกเคส Plant Factory เปลี่ยนเกษตรกรสู่ผู้ผลิตสารสกัดมูลค่าสูง

ในโอกาสนี้ รมว.อว. ได้เข้าชมโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) ซึ่งเป็นตัวอย่างการยกระดับเกษตรกรรม (Agri-Tech) ด้วยการควบคุมแสงและสารอาหาร 100% เพื่อผลิตสารออกฤทธิ์สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางระดับโลก

“นี่คือการเปลี่ยนจากขายพืชผลเป็นกิโลกรัม มาเป็นการขายสารสกัดมูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากหลักหมื่นพุ่งสู่หลักแสนต่อไร่ เป็นเกษตรแม่นยำที่เพิ่มรายได้ได้จริง” ศ. ดร.ยศชนัน กล่าว

นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย รมว.อว. มีกำหนดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Powering Thailand’s Green Economy with Science and Innovation” ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี NAC2026 เพื่อตอกย้ำทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวด้วยนวัตกรรมต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

EfraStructure ดันสตาร์ตอัปไทย ขยับเข็มเศรษฐกิจ 9 แสนล้านบาท

ดัน AI Literacy ทักษะแห่งยุค: อว.-จุฬาฯ-AIS ผนึกกำลังต้านภัยไซเบอร์

ศธ. ผนึก ไมโครซอฟท์ โชว์ความสำเร็จ ‘AI for Teachers’ อัปสกิลครูไทย 160,000 คน สู่ห้องเรียนดิจิทัล

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar