Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

NIA เปิดเวที SITE 2026 ชูนวัตกรรมไทยสู่ Value Chain โลก

NIA เปิดเวที SITE 2026 ชูนวัตกรรมไทยสู่ Value Chain โลก

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เตรียมจัดงาน SITE 2026 ระหว่างวันที่ 26–28 มิถุนายนนี้ ภายใต้ธีมหลัก “Global Innovation Impact” และธีมย่อย “The Year of Investment” เพื่อแสดงศักยภาพของนวัตกรรมไทย เชื่อมโยงพันธมิตรระดับนานาชาติ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้เห็นทิศทางใหม่ของนวัตกรรมที่กำลังเปลี่ยนโลก

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในวันนี้คือ การมองให้ออกว่าไทยจะอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่คุณค่าโลก (Value Chain) ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และประเทศต่าง ๆ ต่างเร่งหาจุดแข็งของตนเองในเวทีนวัตกรรมโลก

“เราต้องหาจุดสำคัญที่ประเทศไทยสามารถเป็น Turning Point ได้” ดร.กริชผกา กล่าว พร้อมอธิบายว่า ไทยอาจไม่จำเป็นต้องผลิตเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำทั้งหมด เช่น อุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์ แต่ควรเลือกจุดที่ไทยมีศักยภาพและทำได้จริง เช่น การออกแบบและบูรณาการระบบในเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ (Photonics) ซึ่งเป็นแนวทางที่กระทรวง อว. ให้ความสำคัญ

เวทีที่ชวนคนไทยเห็นว่า “ไทยเก่งอะไร”

SITE 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงเทคโนโลยี แต่เป็นเวทีที่ NIA ต้องการใช้บอกว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านใด และจะต่อยอดจุดแข็งเหล่านั้นไปสู่การแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างไร

เวทีที่ชวนคนไทยเห็นว่า “ไทยเก่งอะไร”

NIA มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพในหลายสาขา โดยเฉพาะการแพทย์และสาธารณสุข (Health & Wellness) เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) เกษตรและอาหารแห่งอนาคต (Food for the Future) นวัตกรรมด้านภูมิอากาศ (Climate) รวมถึงนวัตกรรมจากฐานชีวภาพและธรรมชาติ (Bio-based / Nature Positive) ซึ่งต่อยอดจากความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

ดร.กริชผกา ยกตัวอย่างบทเรียนจากอิสราเอล ซึ่งแม้มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และทรัพยากร แต่สามารถพัฒนาสินค้าเกษตรจนส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรปได้ เพราะจัดการเรื่องมาตรฐานและกฎระเบียบได้ดี ขณะที่ไทยมีพื้นที่เพาะปลูกและศักยภาพด้านอาหารจำนวนมาก แต่ยังเผชิญข้อจำกัดในการส่งออกสินค้าบางประเภทไปยังตลาดสากล

โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่เพียงการขายวัตถุดิบต้นน้ำ (Raw Material) แต่ต้องขยับไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ตลาดต่างประเทศยอมรับ และสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับนวัตกรรมไทยได้จริง

จาก Partnership สู่ Impact

ธีม “Global Innovation Impact” ของปีนี้ต่อยอดจาก “Global Innovation Partnership” ในปีที่ผ่านมา ซึ่ง NIA ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศ

เมื่อความร่วมมือเริ่มเกิดขึ้นแล้ว ปีนี้ NIA จึงขยับจากคำว่า Partnership ไปสู่ Impact เพื่อชวนมองว่า นวัตกรรมของแต่ละประเทศสร้างผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจ สังคม และเวทีโลกอย่างไร

ปีนี้มีพันธมิตรต่างประเทศเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 13 ประเทศ และองค์กรต่างชาติระดับนำกว่า 20 องค์กร เพื่อร่วมจัดแสดงเทคโนโลยี แลกเปลี่ยนแนวคิดบนเวที Forum และนำเสนอว่านวัตกรรมของแต่ละประเทศสร้างผลกระทบอย่างไร

นอกจากนี้ ภายในงานยังรวบรวมความร่วมมือจากเครือข่ายมากกว่า 500 หน่วยความร่วมมือ หน่วยงานภาครัฐไทย 18 หน่วยงาน องค์กรภาคเอกชนและสมาคมมากกว่า 30 องค์กร บริษัท VC และ CVC มากกว่า 20 แห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยกว่า 50 แห่งจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมไทยสู่เวทีสากล

งานครั้งนี้ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง NIA และหน่วยงานพันธมิตร รวม 9 ฉบับ เพื่อขยายความร่วมมือด้านนวัตกรรมต่อไปในอนาคต

The Year of Investment เมื่อนวัตกรรมต้องเดินต่อด้วยการลงทุน

SITE 2026 ยังให้ความสำคัญกับธีมย่อย “The Year of Investment” เพราะนวัตกรรมไม่สามารถเกิดขึ้นหรือขยายผลได้ หากไม่มีการลงทุนรองรับ

ดร.กริชผกา อธิบายว่า การลงทุนด้านนวัตกรรมไม่ได้หมายถึงเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการลงทุนในคน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) การลงทุนจาก VC และ CVC การลงทุนจากบริษัทขนาดใหญ่ และการลงทุนของภาครัฐ

ปีนี้จึงมีพื้นที่สำหรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อให้บริษัทขนาดใหญ่ นักลงทุน SME และสตาร์ตอัปได้พบกันโดยตรง ค้นหาโอกาสในการต่อยอดเทคโนโลยี ปรับใช้โซลูชัน และขยายความร่วมมือทางธุรกิจ

NIA ตั้งเป้าสร้างมูลค่าธุรกิจและการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมจากงานนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าให้ผลลัพธ์ในมิติต่าง ๆ เติบโตจากปี 2025 ไม่น้อยกว่า 10%

การเติบโตดังกล่าวไม่ได้วัดเฉพาะจำนวนผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังรวมถึงคุณภาพของการมีส่วนร่วม คุณภาพของการจับคู่ธุรกิจ จำนวนความร่วมมือที่เกิดขึ้น และโอกาสในการต่อยอดสู่การลงทุนจริงหลังจบงาน

งานนวัตกรรมที่รวมทั้งไทยและโลกไว้ในพื้นที่เดียว

SITE 2026 ปีนี้จะมีสตาร์ตอัปและ SME ร่วมออกบูธแสดงนวัตกรรมและโซลูชันมากกว่า 350 บูธ รวมถึงพื้นที่แสดงไอเดียใหม่และการแข่งขัน Startup Pitching ของเยาวชนกว่า 100 บูธ

ปีนี้ NIA ยังขยายพื้นที่จัดงานไปยัง Next Hall เพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลายขึ้น ทั้ง Forum, Showcase, Business Matching และกิจกรรมจากพันธมิตรต่างประเทศ

ไฮไลต์สำคัญคือการร่วมมือกับงานดีไซน์และครีเอทีฟคอนเทนต์ระดับนานาชาติ SYNC จากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงงาน “Maker Faire Bangkok” ที่จะนำเสนอนวัตกรรมหุ่นยนต์และผลงานของนักประดิษฐ์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้เห็นนวัตกรรมในหลายมิติ ตั้งแต่เทคโนโลยีเชิงธุรกิจไปจนถึงแรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นใหม่

Thailand Team เมื่อภาครัฐต้องทำงานร่วมกัน

ปีนี้มีหน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนนวัตกรรมและผู้ประกอบการเข้าร่วมมากกว่า 12 หน่วยงาน เช่น วว., DIPP, DOI, DEPA และ CEA เพื่อแสดงให้เห็นระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย และแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการในแต่ละมิติ

ดร.กริชผกา กล่าวว่า หน่วยงานภาครัฐต่างใช้งบประมาณจากเงินภาษีของประชาชน การทำงานร่วมกันจึงช่วยให้การส่งต่อผู้ประกอบการเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การสนับสนุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แนวทางนี้จะนำไปสู่การทำงานแบบ “Thailand Team” หรือทีมไทย ที่หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันส่งเสริมผู้ประกอบการและระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ

งานครั้งนี้ยังคาดว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบรางวัล Prime Minister Award เพื่อเชิดชูผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่โดดเด่น

เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน เยาวชน และประชาชนทั่วไป

SITE 2026 ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการหรือนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไป นักศึกษา เยาวชน และผู้ที่สนใจเทคโนโลยีเข้ามาเรียนรู้และอัปเดตแนวโน้มนวัตกรรม

ผู้ประกอบการสามารถมองหาโซลูชันเพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจ นักลงทุนสามารถค้นหาสตาร์ตอัปและธุรกิจนวัตกรรมที่มีศักยภาพ ขณะที่นักศึกษาและเยาวชนสามารถเห็นตัวอย่างไอเดียใหม่ ๆ ผ่านเวที Startup Pitching และผลงานนวัตกรรมจากคนรุ่นใหม่

ประชาชนทั่วไปยังสามารถเรียนรู้ว่านวัตกรรมไทยตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น AI, Circular Economy, Climate, Well-being หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสังคมสูงวัย (Aging Society)

ดร.กริชผกา ย้ำว่า ประเทศไทยจะเป็นชาตินวัตกรรมไม่ได้ หากประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เห็นความสำคัญของนวัตกรรม การมาร่วมงานจึงไม่ใช่เพียงการเดินชมเทคโนโลยี แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้ว่านวัตกรรมไทยตอบโจทย์อะไรได้บ้าง และประชาชนเองก็สามารถมีส่วนส่งเสริมนวัตกรรมไทยได้ผ่านการใช้สินค้า บริการ และโซลูชันของผู้ประกอบการไทย

จากงานประจำปี สู่การขับเคลื่อนตลอดทั้งปี

NIA เปิดเวที SITE 2026 ชูนวัตกรรมไทยสู่ Value Chain โลก
ภาพบรรยากาศงาน SITE 2025

แม้ SITE 2026 จะเป็นงานใหญ่ประจำปีของ NIA แต่การขับเคลื่อนนวัตกรรมไม่ได้จบลงเพียงช่วงเวลาจัดงานเท่านั้น

ตลอดทั้งปี NIA ยังเดินหน้ากิจกรรมและโครงการสนับสนุนในหลายด้าน เช่น Accelerator Program, Demo Day การอบรมให้ความรู้ Climate Accelerator, Social Innovation นวัตกรรมเชิงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหารากหญ้า NIA Academy สำหรับผู้บริหารระดับสูง และโครงการ Transform SME to IBE เพื่อยกระดับ SME ให้เป็นธุรกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Based Enterprise)

ปัจจุบัน NIA มีสตาร์ตอัปในพอร์ตประมาณ 2,100 ราย และตั้งเป้าผลักดันให้เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3,000 ราย ขณะเดียวกันยังต้องการยกระดับ SME ไทย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 ล้านราย แต่มี SME ด้านนวัตกรรมเพียงหลักหมื่นราย ให้เข้าสู่การเป็นธุรกิจฐานนวัตกรรมมากขึ้น โดยตั้งเป้าในระยะแรกที่ 50,000 ราย และมุ่งสู่หลักแสนรายในอนาคต

ดร.กริชผกา มองว่า หากประเทศไทยมีธุรกิจฐานนวัตกรรมในระดับหลักแสนราย จะช่วยให้ประเทศขยับไปข้างหน้าได้อย่างชัดเจน

NIA ยังมองว่า SITE 2026 จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างผลกระทบใน 5 มิติหลัก ได้แก่ มิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศนวัตกรรม และความร่วมมือระดับโลก เพื่อให้การเติบโตของนวัตกรรมไทยเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ไม่ใช่แค่งานโชว์เทคโนโลยี แต่คือเวทีเห็นอนาคตของนวัตกรรมไทย

ดร.กริชผกา เชิญชวนให้คนไทยมาร่วมงาน SITE 2026 เพราะเป็นเวทีที่รวมนวัตกรรมไทยและนวัตกรรมจากต่างประเทศไว้ในพื้นที่เดียว ทำให้เห็นว่าเทรนด์โลกกำลังเดินไปทางไหน และประเทศไทยมีศักยภาพเพียงใด

งานนี้ยังช่วยให้เยาวชนเห็นทิศทางอนาคตว่า ควรเรียนรู้หรือพัฒนาทักษะด้านใดเพื่อให้ตอบโจทย์โลกข้างหน้า ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้เวทีนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการมองหาโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจและการเรียนรู้

SITE 2026 จึงไม่ใช่เพียงมหกรรมนวัตกรรมประจำปี แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนคนไทยมองเห็นจุดแข็งของประเทศ เห็นโอกาสของนวัตกรรมไทยในห่วงโซ่คุณค่าโลก และร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นชาตินวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คณบดี NUS แนะไทยทลาย ‘คอขวดการศึกษา-พัฒนาคน’ สู้มรสุมโลกใหม่ยุค AI Disruption

AI เริ่มต้นที่คน: ทรู คอร์ปอเรชั่น ปรับโครงสร้าง HR รับมือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

NIA เปิดเวที SITE 2026 ชูนวัตกรรมไทยสู่ Value Chain โลก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar