คนไทยอายุยืนขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพดีขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยราว 75 ปี แต่ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี (Health Span) กลับอยู่ที่ประมาณ 65 ปี นั่นหมายความว่า ช่วง 10 ปีสุดท้ายของชีวิตอาจไม่ใช่เวลาของการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ หากเป็นช่วงเวลาของโรคภัยไข้เจ็บ การพึ่งพาระบบรักษาพยาบาล และคุณภาพชีวิตที่ลดลง
ช่องว่างระหว่างการมีอายุยืนกับการมีสุขภาพดี คือโจทย์ที่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS มองเห็น และเป็นจุดเริ่มต้นของ WellEra Bangkok โครงการมูลค่ากว่า 29,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 13 ไร่ บนถนนสารสิน ตรงข้ามสวนลุมพินี
หากมองจากภายนอก WellEra อาจดูเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ แต่ BDMS ระบุว่า โครงการนี้ไม่ใช่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก หากเป็นความพยายามขยายบทบาทจากการรักษาคนป่วย ไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพดีในชีวิตประจำวัน

แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า ไม่อยากให้มองว่า BDMS สนใจทำอสังหาริมทรัพย์ แต่อยากให้มองว่า BDMS กำลังหาวิธีทำให้คนมีสุขภาพดีได้จริง
“เราไม่ได้มุ่งหวังว่าเราจะเติบโตกับการทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ เป้าหมายเราคือหาสถานที่ที่อยู่แล้วทำให้คนสุขภาพดี”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BDMS ค่อย ๆ ขยายบทบาทจากการรักษาพยาบาล ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เริ่มจากคลินิก Anti-Aging ในยุคแรก ต่อมาคือ Royal Life Wellness Clinic และพัฒนาสู่ BDMS Wellness Clinic บนถนนวิทยุ
บทเรียนสำคัญที่บริษัทได้รับคือ ผู้คนจำนวนมากอยากมีสุขภาพดี แต่ไม่ได้อยากใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล เพราะโรงพยาบาลมักทำให้นึกถึงความเจ็บป่วย เชื้อโรค และภาพของผู้ป่วย ขณะที่คนรักสุขภาพต้องการสถานที่ที่มีต้นไม้ อากาศดี อาหารดี และทำให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
“สุขภาพดีไม่ใช่คำอวยพร สุขภาพดีต้องทำเอง” คำสอนของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้ง BDMS จึงกลายเป็นรากฐานความคิดของ WellEra และเป็นจุดเชื่อมสำคัญที่พาองค์กรจากโลกของการรักษาพยาบาล มาสู่การสร้างสุขภาพก่อนเกิดโรค
จากการรักษาเมื่อป่วย สู่การดูแลก่อนเจ็บป่วย
ตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้ผู้คนมีอายุยืนขึ้น แต่คำถามที่ตามมาคือ อายุที่ยืนขึ้นนั้นเป็นปีที่มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด
นายแพทย์ตนุพลวิรุฬหการุญประธานคณะผู้บริหารกลุ่มบีดีเอ็มเอสเวลเนส BDMS ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) ภายในปี 2576 คนไทยอายุเกิน 60 ปี จะมีสัดส่วนสูงถึง 28% ของประชากรทั้งหมด ขณะที่อัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
พร้อมกันนั้น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ก็กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดยนายแพทย์ตนุพลระบุว่า โรคกลุ่มนี้คร่าชีวิตคนไทยเฉลี่ย 50 คนต่อชั่วโมง
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้โจทย์ของระบบสุขภาพเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การทำอย่างไรให้ผู้คนไม่ป่วย หรือป่วยช้าที่สุด และใช้ชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอย่างมีคุณภาพมากที่สุด
เป้าหมายสำคัญของคุณหมอตนุพลคือ การทำให้ Health Span เข้าใกล้ Life Span มากที่สุด หรือทำให้ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีขยับจากประมาณ 65 ปี เข้าใกล้อายุขัยเฉลี่ยที่ 75 ปี เพื่อให้ผู้คนสามารถ “อายุยืน ชื่นใจ สุขทั้งกาย หลับสบาย และจากไปอย่างสงบ”
นี่คือเหตุผลที่ WellEra ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย แต่ถูกวางให้เป็นพื้นที่ทดลองแนวคิดใหม่ของการดูแลสุขภาพ ที่เริ่มต้นจากการใช้ชีวิตในทุกวัน ไม่ใช่เริ่มต้นเมื่อเดินเข้าโรงพยาบาล
ดันไทยติด Top 5 จุดหมาย Wellness โลก
การเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องสุขภาพไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ปัจจุบัน Global Wellness Economy มีมูลค่ากว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าธุรกิจ Wellness กว่า 42,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท อยู่อันดับ 24 ของโลก
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ที่เติบโต 36.4% และธุรกิจที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Real Estate ที่เติบโต 22.9%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้คนทั่วโลกไม่ได้มองหาการมีอายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองหาวิถีชีวิตที่ช่วยให้มีสุขภาพดีในระยะยาว ตั้งแต่การเดินทาง การพักผ่อน การกิน การนอน ไปจนถึงบ้านที่เลือกอยู่อาศัย
ก่อนโควิด ประเทศไทยเคยอยู่ในอันดับ 7 ของโลกด้าน Wellness Tourism แต่ปัจจุบันลดลงมาอยู่ราวอันดับ 15 เป้าหมายของคุณหมอตนุพลและ Wellness Team Thailand คือการผลักดันให้ประเทศไทยติด 1 ใน 5 ของโลก
ในมุมนี้ WellEra จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการของ BDMS แต่ถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยผลักดันภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ โดยอาศัยจุดแข็งที่ประเทศมีอยู่แล้ว ทั้งอาหารไทย การบริการแบบไทย การแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย และระบบบริการทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติ
WellEra เมื่อบ้านถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพ
“เราไม่ได้มองว่า WellEra เป็น Real Estate แต่เป็นโครงการแห่งชีวิต” คุณหมอตนุพลกล่าว
แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาในรูปของระบบนิเวศสุขภาพที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ การพักผ่อน และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วยกัน
บนพื้นที่รวมกว่า 200,000 ตารางเมตร WellEra ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Branded Wellness Residence, BDMS Wellness Clinic, Urban Wellness Retreat และ Lifestyle Retail ซึ่งถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันภายใต้ระบบเดียว
BDMS ยังจับมือกับ Capella Hotel Group เพื่อพัฒนา Capella Residences Bangkok at WellEra ซึ่งเป็น Capella Residence แห่งแรกในประเทศไทย โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับโลกมาผสานกับความรู้ด้านสุขภาพของ BDMS
โรแลนด์ ฟาเซิล ประธานกลุ่มบริษัท Capella Hotel Group กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ Capella ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ คือแนวคิดที่มองว่า Wellness ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนแวะมาใช้บริการ แต่เป็นสิ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วยทุกวัน
“เวลเนสไม่ใช่สิ่งที่คุณแค่แวะไปเยี่ยมชม แต่เป็นสิ่งที่คุณใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วย”
สำหรับ Capella คำถามสำคัญของโลกที่ผู้คนมีอายุยืนขึ้น ไม่ใช่เพียงจะมีชีวิตได้นานแค่ไหน แต่คือจะใช้ปีที่เพิ่มขึ้นมาเหล่านั้นอย่างมีสุขภาพดีได้อย่างไร
สุขภาพเริ่มจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว
หัวใจของ WellEra อยู่ที่ความเชื่อว่า สุขภาพไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงพยาบาล แต่เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมที่รายล้อมชีวิตประจำวันของผู้คน
โครงการจึงนำองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness และเวชศาสตร์วิถีชีวิตมาใช้เป็นพื้นฐานในการออกแบบพื้นที่ ครอบคลุมทั้งการนอน การเคลื่อนไหว สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ทางสังคม เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ผ่านกลยุทธ์ BDMS Wellness Clinic 6S+ Strategy: The Science of Living Well
นอกจากมิติการใช้ชีวิต WellEra ยังให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานภายในอาคาร ตั้งแต่อากาศ น้ำ แสง เสียง อุณหภูมิ ไปจนถึงความชื้น เพราะมนุษย์ใช้เวลากว่า 90% ของชีวิตภายในอาคาร หายใจกว่า 20,000 ครั้งต่อวัน และใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอนหลับ
ฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ BDMS อธิบายว่า หัวใจของ WellEra คือการออกแบบที่ยึดผู้คนเป็นศูนย์กลาง โดยเชื่อว่าสุขภาพของมนุษย์ไม่สามารถแยกออกจากสภาพแวดล้อมที่รายล้อมอยู่ได้
แนวคิดดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปสู่เรื่องความยั่งยืน ผ่านมาตรฐาน WELL Platinum, Fitwel 3-Star และ LEED Gold ซึ่งโครงการตั้งเป้าจะได้รับควบคู่กัน เพราะในมุมของ WellEra สุขภาพของมนุษย์ไม่ได้แยกออกจากสุขภาพของโลก
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
KBTG มุ่งสู่ Regional AI Infused Powerhouse ดัน AI สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ
CMO ไทยรับมือ 3 แรงกดดันใหญ่ ในยุคที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้พลาด





