กรุงศรี จัดงานสัมมนา “KRUNGSRI EXCLUSIVE Mid-Year Economics and Investment Outlook 2026” ฉายภาพเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2569 พร้อมเจาะลึกโอกาสการลงทุนในยุคที่ AI พัฒนาสู่ “AI Agents” ซึ่งเข้ามาช่วยวางแผน ตัดสินใจ และประสานงานข้ามระบบเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ
ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์, Founder & CEO บริษัท Siametrics Consulting กล่าวว่า AI คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและรูปแบบการทำงานครั้งสำคัญ โดยชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบัน AI ได้ก้าวข้ามยุคของแชตบอทตอบคำถาม ไปสู่ยุคของ “AI Agents” ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และประสานงานข้ามระบบเพื่อดำเนินงานที่ซับซ้อนได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งสำคัญของการเพิ่มผลิตภาพในทุกอุตสาหกรรม
ดร.ณภัทรยังย้ำว่า AI จะเข้ามา “เปลี่ยนลักษณะงาน” มากกว่า “แทนที่ตำแหน่งงาน” โดยช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน เปิดทางให้มนุษย์โฟกัสกับการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจมากขึ้น ขณะที่โอกาสลงทุนจากธีม AI ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ แต่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงองค์กรที่นำ AI ไปใช้สร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ซึ่งยังคงเป็นเมกะเทรนด์การลงทุนระยะยาวที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
ด้าน David Chao, Global Market Strategist, Asia Pacific ex Japan, Invesco นำเสนอมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนครึ่งหลังของปี 2569 ระบุว่า เศรษฐกิจโลกครึ่งหลังปี 2569 เผชิญความผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ และราคาพลังงานที่กระทบเงินเฟ้อ ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวแต่ยังไม่ถดถอย โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงเมื่อเงินเฟ้อชะลอตัว พร้อมมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นโลกในธีม AI กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์ และตลาดหุ้นเกิดใหม่ในไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน
Hal Clark, Senior Client Portfolio Manager, Invesco กล่าวว่า AI เป็นการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งสำคัญที่มีศักยภาพเทียบเท่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีต และจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในระยะยาว แม้ AI จะถูกใช้งานอย่างแพร่หลายแล้วในปัจจุบัน แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโต และมีช่องว่างขยายตัวได้อีกมาก โดยเน้นย้ำว่าโอกาสลงทุนใน AI ไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ผู้ให้บริการ Cloud และ Data Center ผู้พัฒนาโมเดล AI ไปจนถึงบริษัทที่นำ AI มาประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยยังได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
กลยุทธ์จัดพอร์ต Core & Satellite รับมือยุค AI
ขณะที่ วิรัตน์ วิทยศรีธาดา, CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุนหัวหน้าทีม Krungsri Investment Intelligence ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วริทธิ์ธร ธนวณิชย์กุล, Senior Manager, SEA Intermediary Distribution, Invesco เสนอแนวทางจัดพอร์ตลงทุนด้วยกลยุทธ์ Core & Satellite ดังนี้:
พอร์ตหลัก (Core) เน้นกระจายความเสี่ยง ลงทุนระยะยาว:
- KF-WORLD-INDX เข้าถึงการลงทุนหุ้นทั่วโลกในกองทุนเดียว กระจายการลงทุนทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่
- KFUSINDX ลงทุนหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P500 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน
- KFGDA และ KFGDB กองทุนผสมที่กระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก ปรับสัดส่วนการลงทุนแบบยืดหยุ่นตามภาวะตลาด
พอร์ตเสริม (Satellite) เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น:
- KF-SP500M เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเหนือดัชนี S&P500 ด้วยกลยุทธ์ Momentum Investing ผ่านดัชนี S&P500 Momentum ซึ่งคัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งตามทิศทางตลาด
- KFHTECH ลงทุนหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของโลก รับอานิสงส์จากการเติบโตของ AI Infrastructure และ Agentic AI
- KF-GEI เน้นลงทุนหุ้นที่มีศักยภาพเติบโตและจ่ายเงินปันผลดี โดยคัดเลือกหุ้นจากคุณภาพของธุรกิจ กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และราคาสมเหตุสมผล
- KKP EWUS500-UH ลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ในดัชนี S&P500 โดยให้น้ำหนักหุ้นทุกตัวใกล้เคียงกัน ช่วยกระจายการลงทุนไปหลายอุตสาหกรรม
- SCBDJI โอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นในดัชนี Dow Jones ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำคุณภาพสูง และเป็นธุรกิจขนาดใหญ่มีความมั่นคง
ภาพรวมสัมมนาสะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2569 ยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ AI ยังคงเป็นเมกะเทรนด์สำคัญ กรุงศรีจึงแนะนำให้ผู้ลงทุนกระจายความเสี่ยงผ่านกลยุทธ์ Core & Satellite เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและบริหารความผันผวนในระยะสั้น
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ไอ-เทล เผยยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงครึ่งปีแรก 316 ล้านดอลลาร์ โต 20.6%
ธอส. นำร่องพัฒนา ‘B – YOND’ AI Agent วิเคราะห์เอกสารรายได้ ยกระดับอนุมัติสินเชื่อ



