Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

SYNNEX ปรับบทบาทสู่ Value Creator กางแผนปี 2570 ขับเคลื่อน AI สู่โซลูชันต่อยอดการเติบโต

SYNNEX ปรับบทบาทสู่ Value Creator กางแผนปี 2570 ขับเคลื่อน AI สู่โซลูชันต่อยอดการเติบโต

บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX ประกาศทิศทางการเติบโตปี 2570 ในงาน “SYNNEX PARTNER CONNECT 2026: Empowering the Future” พร้อมปรับบทบาทจาก Distributor สู่ Value Creator ชู AI ขับเคลื่อนองค์กร ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 53,000 ล้านบาท พร้อมผสาน 4 พันธมิตรดัน IT Ecosystem ครบวงจร

สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยทิศทางองค์กรภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of SYNNEX – From Distribution to Value Creation” ว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยี กำลังเปลี่ยนผ่านสู่จุดที่สามารถสร้างมูลค่าและผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน การดำเนินธุรกิจ และความต้องการของลูกค้า บทบาทของ SYNNEX คือการเชื่อมเทคโนโลยีจากแบรนด์ระดับโลกกับความเชี่ยวชาญของพาร์ตเนอร์ เพื่อเปลี่ยนโอกาสจาก AI ให้เป็นโซลูชันที่ใช้ได้จริงในตลาดไทย”

จากขายสินค้าเป็นชิ้น สู่การสร้างมูลค่าตลอดวงจรลูกค้า

ทิศทางใหม่ของซินเน็ค คือการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการขายสินค้าเป็นชิ้น (Transaction) ไปสู่การสร้างผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact) ผ่านการขายแบบ Connected Solution และการสร้างมูลค่าตลอดช่วงชีวิตการใช้งานของลูกค้า (Lifetime Value) พร้อมยกระดับจาก Distributor สู่การเป็น No.1 IT Ecosystem ของไทย ขยายขอบเขตสู่โซลูชัน บริการครบวงจร และแพลตฟอร์ม

คุณสุธิดากล่าวเสริมว่า “The Next Chapter of SYNNEX คือการเดินหน้าจาก Distribution สู่ Value Creation สร้าง Ecosystem ที่ช่วยให้พาร์ตเนอร์เติบโต ตั้งแต่การสร้างดีมานต์ การออกแบบโซลูชัน ไปจนถึงการสร้างบริการและรายได้ต่อเนื่อง โดย AI และ Cloud จะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโต”

บริษัทมีพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 70 แบรนด์ และช่องทางจัดจำหน่ายกว่า 6,000 ช่องทาง ซึ่งเป็นฐานที่ใช้ต่อยอดความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์ โลจิสติกส์ และการเข้าถึงตลาด เพื่อพัฒนาโซลูชันร่วมกับพาร์ตเนอร์ในตลาด Commercial และ Enterprise

วางเป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่ 53,000 ล้านบาท

ด้านผลประกอบการ ครึ่งปีแรกของปี 2569 ทำยอดขายได้ 23,122 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้รายได้ทั้งปีทะลุ 50,000 ล้านบาท ซึ่งเป็น Milestone สำคัญ ต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ที่ทำรายได้ทะลุ 40,000 ล้านบาทได้เป็นปีแรก โดยเป้าหมายอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 53,000 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มสินค้าที่เติบโตได้ดีในครึ่งปีแรก ได้แก่ Enterprise/Commercial (Solution) สมาร์ทโฟน เกมมิ่ง และ Wearables เช่น สมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดโลกที่บริการไอที เติบโต 9%, ซอฟต์แวร์เติบโต 15% และกลุ่ม Data Center เติบโต 55% ขณะที่มูลค่าการลงทุน IT Spending ในไทยยังสูงระดับล้านล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่าผลงานครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการเปิดตัวสินค้าใหม่และการส่งมอบงานโครงการ

กังวลปัญหา Supply ขาดแคลน ชี้สินค้า Apple จ่อโตครึ่งปีหลัง

ผู้บริหาร SYNNEX ระบุว่า ประเด็นที่กังวลมากกว่าราคา คือปัญหาด้าน Supply ขาดแคลน โดยเฉพาะชิปเมมโมรี่ และ Storage ที่ปรับราคาสูงขึ้นตามกระแส AI และการเติบโตของกลุ่ม Hyper Scalers ส่งผลให้ราคาสินค้าไอทีมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี อย่างไรก็ตาม SYNNEX มีข้อได้เปรียบจากการมีสินค้าหลากหลายแบรนด์ที่สามารถนำมาเสนอทดแทนได้

ส่วนกลุ่มสินค้า Apple ประสบปัญหาขาดแคลนตั้งแต่ต้นปีทำให้ชะลอตัวในครึ่งปีแรก แต่คาดว่าจะกลับมาเติบโตชัดเจนในครึ่งปีหลังหลังการเปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคในไทยที่เป็นตลาด Tier 1 มักนิยมรุ่นราคาสูงสุดอย่าง Pro และ Pro Max ในล็อตแรก

ปรับพฤติกรรมซื้อ ผนึก 4 พันธมิตรเสริม Ecosystem

SYNNEX ปรับบทบาทสู่ Value Creator กางแผนปี 2570 ขับเคลื่อน AI สู่โซลูชันต่อยอดการเติบโต

แม้เศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน แต่สินค้าไอทียังจำเป็นต่อธุรกิจ ส่งผลให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคปรับเปลี่ยนจากการซื้อขาดก้อนใหญ่ (CapEx) ไปสู่รูปแบบ Subscription, Cloud, Device Financing และ Leasing เพื่อลดภาระเงินก้อน ซึ่งสอดรับกับกลยุทธ์ Ecosystem ของ SYNNEX ผ่าน 4 พันธมิตรหลักได้แก่

  1. Service Point บริษัทลูกที่ให้บริการหลังการขาย Onsite service ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด และระบบโซลาร์เซลล์ครอบคลุมทั่วประเทศ
  2. SWOPMART บริษัทลูกที่เปิดแพลตฟอร์มรับซื้อและขายสินค้าไอทีมือสอง เริ่มต้นที่โทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้ามือหนึ่งใหม่ได้เร็วขึ้น
  3. iCream / Care Plus พันธมิตรที่ให้บริการประกันภัยสินค้าไอที ดูแลการซ่อมแซมผ่านศูนย์ Trusted By SYNNEX
  4. Prompt Money พันธมิตรที่ให้บริการ Device Financing ผ่าน API เชื่อมกับแพลตฟอร์มร้านค้า โดยนำ AI มาช่วยอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 3 นาที

นอกจากนี้ ยังจับมือกับ Insurance Broker Partner พัฒนา Warranty Service สำหรับกลุ่ม Consumer Device เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านบริการหลังการขาย

ขยายสู่ Robotics, Data Center, EV และ Solar

ซินเน็คยังวางแผนขยายไปยังเทคโนโลยีใหม่ ได้แก่ กลุ่ม Robotics ที่เน้นตลาด Commercial และภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งแขนกล (Robot arm), Humanoid และหุ่นยนต์ทรงสัตว์เลี้ยง โดยมีแผนเดินทางไปเจรจากับโรงงานในประเทศจีน พร้อมกับขยายโซลูชันในกลุ่ม Data Center, EV และ Solar เพื่อรองรับการเติบโตและสร้างโอกาสใหม่ในตลาด

จากทิศทางทั้งหมดนี้ ซินเน็คระบุว่าจะเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจร่วมกัน ไปจนถึงบริการหลังการขาย การขยายตลาด และการสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดวงจรชีวิตของลูกค้า โดยมีเป้าหมายให้พาร์ตเนอร์นำเทคโนโลยีไปต่อยอดเชิงธุรกิจและแข่งขันได้ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

SME ไทย 99.5% แต่รายได้แค่ 34.8% โจทย์ใหญ่ปฏิรูปกติกาการค้า

OM SYSTEM เลือกกรุงเทพฯ เปิดตัว PEN รุ่นแรก หลังรีแบรนด์ ปรับกลยุทธ์สู่ Community First Growth

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar