AI กำลังขยายบทบาทในอุตสาหกรรมสุขภาพ จากการช่วยตรวจหาโรคไปสู่การทำความเข้าใจร่างกายมนุษย์และสนับสนุนการพัฒนายา ขณะที่เซนเซอร์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ทำให้การติดตามสุขภาพและการดูแลรักษาบางส่วนเกิดขึ้นที่บ้านได้มากขึ้น โอกาสของธุรกิจ HealthTech จึงครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การตรวจพบความผิดปกติระยะแรก ไปจนถึงการรักษาที่มุ่งเป้าต่อสาเหตุของโรค โดยมีข้อมูลสุขภาพและความสามารถในการนำข้อมูลมาใช้เป็นส่วนสำคัญของการแข่งขัน
กระทิง–เรืองโรจน์ พูนผลประธาน Disrupt Health Impact Fund และ สุพงศ์ เมี้ยนโภคา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน TISCO Asset Management ร่วมสะท้อนความเปลี่ยนแปลงนี้ในหัวข้อ “Investing in HealthTech เจาะโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต” ภายในงานสัมมนา “Thailand HealthTech NEXT ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ สู่เศรษฐกิจใหม่ของไทย” จัดโดยธนาคารทิสโก้
กระทิงมองว่า AI จะช่วยให้เข้าใจร่างกายและตรวจพบความผิดปกติได้เร็วขึ้น พร้อมขยายการดูแลสุขภาพจากโรงพยาบาลไปสู่บ้าน ขณะที่สุพงศ์มองถึงบทบาทของ AI ในการพัฒนายาและการรักษาแบบมุ่งเป้า ซึ่งเปิดโอกาสลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ แต่ยังต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจากผลการทดลองยาและความผันผวนของราคาหุ้น
AI เชื่อมข้อมูลร่างกายสู่การป้องกันโรค
กระทิง กล่าวว่า ความก้าวหน้าของ AI และเซนเซอร์กำลังช่วยให้มนุษย์เข้าใจข้อมูลร่างกายได้มากกว่าเดิม จากข้อมูลที่แยกอยู่ตามอวัยวะหรือการตรวจแต่ละประเภท ไปสู่การเชื่อมโยงเพื่อมองสุขภาพทั้งระบบ เขาสนใจแนวคิด Large Human Model ซึ่งนำข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์มาสร้างแบบจำลองเพื่อทำความเข้าใจสุขภาพในภาพรวม เมื่ออุปกรณ์ตรวจวัดพัฒนาขึ้นและเก็บข้อมูลได้ในระดับทางการแพทย์มากขึ้น ก็เปิดโอกาสให้นำข้อมูลเหล่านั้นมาช่วยป้องกันโรคและตรวจพบความผิดปกติได้เร็วขึ้น
ตัวอย่างที่กระทิงยกขึ้นมาคือสตาร์ตอัปที่พัฒนาอุปกรณ์ใช้เลเซอร์ตรวจวัดน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะ ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นขออนุมัติในยุโรป เทคโนโลยีตรวจลมหายใจเพื่อประเมินการอักเสบของลำไส้ และอุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับตรวจวัดสัญญาณสมอง ทั้งหมดสะท้อนทิศทางที่เขาให้ความสนใจ คือการตรวจวัดที่ลดการเจาะหรือรุกล้ำร่างกายและใช้งานได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน เขามองว่า AI จะมีขนาดเล็กลงและทำงานภายในอุปกรณ์ได้มากขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนการติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวัน
เมื่ออุปกรณ์ใช้งานได้ง่ายขึ้น โอกาสถัดมาคือการนำการดูแลบางส่วนจากโรงพยาบาลไปสู่บ้าน กระทิงยกตัวอย่างการลงทุนในอุปกรณ์คาดเอวที่ใช้แรงสั่นสะเทือนเพื่อชะลอการสูญเสียมวลกระดูกของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน โดยมองว่าเทคโนโลยีลักษณะนี้ ทำให้การป้องกันและดูแลสุขภาพเกิดขึ้นใกล้ตัวผู้ใช้มากขึ้น เป้าหมายที่เขาให้น้ำหนักคือ Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี ครอบคลุมทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจ เพื่อให้คนยังใช้ชีวิตได้ดีเมื่ออายุมากขึ้น
AI เร่งพัฒนายามุ่งรักษาถึงระดับยีน
สุพงศ์ กล่าวว่า การดูแลสุขภาพมีทั้งส่วนที่ปรับเปลี่ยนได้ด้วยพฤติกรรม และส่วนที่เกี่ยวข้องกับอายุหรือพันธุกรรม ซึ่งควบคุมได้ยากกว่า แม้จะป้องกันโรคและติดตามสุขภาพแล้ว การรักษาด้วยยายังมีบทบาทสำคัญ เทคโนโลยีชีวภาพจึงเป็นอีกส่วนที่สนับสนุนการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาพดี โดยความรู้เกี่ยวกับ DNA และยีนที่เพิ่มขึ้นช่วยให้พัฒนายาได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ส่วน AI เข้ามาช่วยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างยีนกับโรค คัดกรองข้อมูล และสนับสนุนการออกแบบยา
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทยาและบริษัทเทคโนโลยีร่วมมือกันมากขึ้น สุพงศ์ยกตัวอย่าง Amgen ซึ่งมีบริษัทลูก deCODE ในไอซ์แลนด์ กับ NVIDIA ในการใช้ข้อมูลสุขภาพและ AI เพื่อศึกษายีนและสนับสนุนการพัฒนายา โดยระบุถึงการเก็บข้อมูลที่ได้รับความยินยอมและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เขามองว่าเทคโนโลยีช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลและการออกแบบยาบางขั้นตอนทำได้เร็วขึ้น พร้อมยกตัวอย่าง AstraZeneca ที่ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยี AI ในด้านการพัฒนายาเช่นกัน
นวัตกรรมที่สุพงศ์นำเสนอ มีทั้งยาที่มุ่งจัดการกลไกของโรค และการรักษาที่ช่วยลดภาระของผู้ป่วย เช่น การศึกษายาฉีดสำหรับความดันโลหิตสูงของ Alnylam ที่มุ่งลดการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรค เพื่อช่วยลดภาระการกินยาทุกวัน ซึ่งเขาระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการทดลอง รวมถึงตัวอย่างยารักษาไขมันพอกตับ ยาชะลอการเสื่อมของจอตา และยามุ่งเป้าสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ดื้อต่อการรักษา ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนมุมมองของเขาว่า เทคโนโลยีชีวภาพกำลังเพิ่มทางเลือกในการรักษาโรคที่เดิมมีข้อจำกัด
ข้อมูลสุขภาพเปิดโอกาส HealthTech ไทย
สำหรับผู้ประกอบการไทย กระทิงมองว่า โอกาสสำคัญอยู่ที่ข้อมูลสุขภาพเฉพาะที่ตนมีและความเข้าใจปัญหาในประเทศ ซึ่งสามารถนำมาใช้ฝึก AI เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์การรักษาในไทย เขายกตัวอย่าง Perceptra ในการใช้ AI กับภาพ CT Scan พร้อมชี้ถึงโอกาสจากปัญหาสุขภาพในพื้นที่ เช่น โรคปอดที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ซึ่งสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ ผู้ประกอบการจึงควรวางเป้าหมายการเติบโตให้กว้างกว่าตลาดไทยตั้งแต่ต้น
โอกาสยังอยู่ในระบบการทำงานของโรงพยาบาล ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนอุปกรณ์ และพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เหมาะกับผู้ใช้งาน กระทิงเสนอให้พิจารณาว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดใดสามารถพัฒนาให้มีราคาถูกลงและตอบโจทย์โรงพยาบาลไทยมากขึ้น รวมถึงทบทวนซอฟต์แวร์แบบบริการที่โรงพยาบาลจ่ายเงินใช้งานอยู่ ว่าส่วนใดมีต้นทุนสูงและสามารถพัฒนาทดแทนได้ โดยมองว่า Agentic AI หรือ AI ที่ทำงานเป็นขั้นตอน เป็นแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์กลุ่มนี้
สุขภาพจิตเป็นอีกตลาดที่กระทิงให้ความสนใจ โดยเฉพาะการตรวจพบสัญญาณความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า หรือความวิตกกังวล เพื่อให้เริ่มดูแลได้เร็วขึ้น เขายกตัวอย่างการลงทุนในอุปกรณ์แผ่นแปะขนาดเล็กสำหรับตรวจจับสัญญาณที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่า เทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพจิต ขณะที่สุพงศ์ชี้ถึงข้อจำกัดในการวิจัยยาในด้านนี้ เพราะการประเมินผลเกี่ยวข้องกับความรู้สึก และประสบการณ์ของแต่ละคน จึงเป็นพื้นที่ที่ยังมีความท้าทาย และอาจต้องอาศัย HealthTech หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เข้ามาช่วย
บริษัทยาซื้อกิจการเพิ่มโอกาสลงทุน Biotech
ความก้าวหน้าของการพัฒนายา ยังเชื่อมโยงกับโอกาสในการซื้อกิจการ สุพงศ์ระบุว่า บริษัทยาขนาดใหญ่พัฒนายาเองได้ไม่ทันความต้องการ จึงเลือกเข้าซื้อบริษัทที่มีผลงานพัฒนายาน่าสนใจ หรือประสบความสำเร็จ การซื้อกิจการจึงเป็นอีกโอกาสสำหรับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ และสอดคล้องกับแนวทางที่สตาร์ตอัปบางรายมองไว้สำหรับอนาคตของธุรกิจ ขณะเดียวกัน เขามองว่าความต้องการรักษาโรคของประชากรสูงวัย และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะสนับสนุนตลาดในระยะยาว พร้อมคาดหวังว่าการรักษาที่มีต้นทุนสูงในปัจจุบันจะเข้าถึงได้มากขึ้นในอนาคต
กระทิงเปิดเผยว่าได้ลงทุนในสตาร์ตอัปแล้ว 7 บริษัท และกำลังจะลงทุนเพิ่มอีก 3 บริษัท โดยใช้เงินไปประมาณครึ่งหนึ่งของกองทุน และยังต้องการมองหาสตาร์ตอัปไทยเพิ่มเติม ส่วนสุพงศ์มองว่า การลงทุนในธุรกิจสุขภาพผ่านตลาดหุ้นไทยยังมีทางเลือกหลักอยู่ในกลุ่มโรงพยาบาล ผู้ที่ต้องการเข้าถึงธุรกิจพัฒนายาหรือเทคโนโลยีชีวภาพจึงต้องพิจารณาการลงทุนในต่างประเทศ โดยระบุว่า บลจ.ทิสโก้เลือกลงทุนผ่าน Polar Capital Biotechnology Fund ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของทีมลงทุน ความสม่ำเสมอของผลการดำเนินงาน และการบริหารความเสี่ยงช่วงตลาดปรับตัวลง
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ต้องพิจารณาควบคู่กับความเสี่ยงทางธุรกิจ สุพงศ์ชี้ว่า หุ้นเทคโนโลยีชีวภาพมีความผันผวนสูง ผลการทดลองยาที่ไม่เป็นไปตามคาดอาจทำให้ราคาหุ้นลดลงได้มาก ขณะที่ผลการทดลองที่ดีหรือการเข้าซื้อกิจการอาจทำให้ราคาปรับขึ้นแรงเช่นกัน เขาจึงให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญของผู้จัดการกองทุนและความสามารถในการจำกัดความเสียหาย พร้อมเสนอให้มองการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมทางการเงิน เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายสุขภาพในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีการรักษาพัฒนาไปไกลขึ้น
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
AI สุขภาพไทย ขยายการคัดกรองโรค เชื่อมการดูแลถึงบ้าน
อว. ดัน HealthTech ไทย เร่งงานวิจัยสู่ตลาด ต่อยอดชิปและ AI การแพทย์



