Share on
×

Share

CLICX Bank ดึง Thought Machine เสริมทัพเทคโนโลยี Virtual Bank

CLICX Bank ดึง Thought Machine เสริมทัพเทคโนโลยี Virtual Bank

ธนาคารคลิกซ์ (CLICX Bank) ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ Thought Machine ผู้ให้บริการเทคโนโลยีธนาคารบนระบบคลาวด์ นำระบบธนาคารหลัก (Core Banking) รุ่น Vault Core มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและความคล่องตัวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนไทย

CLICX เป็นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของไทย ที่มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจตามกรอบเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด การนำ Vault Core มาใช้ ช่วยให้ธนาคารสามารถแยกส่วนการกำหนดเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ ออกจากโครงสร้างระบบธนาคารหลัก ทำให้สามารถออกแบบ ทดสอบ และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่การกำหนดวิธีคำนวณดอกเบี้ยไปจนถึงเงื่อนไขของบัญชี ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาผู้ให้บริการระบบภายนอก เพิ่มความรวดเร็วในการนำเสนอบริการใหม่ และรองรับการเชื่อมต่อกับช่องทางดิจิทัลของพันธมิตรในกลุ่ม

นอกจากนี้ CLICX ยังผสานความเชี่ยวชาญทางการเงินของธนาคารกรุงไทย เครือข่ายโทรคมนาคมของ AIS และเครือข่ายค้าปลีกของ OR เพื่อเชื่อมบริการธนาคารเข้ากับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน พร้อมขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบให้แก่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้มีรายได้รายวัน และผู้ประกอบการรายย่อย โดยใช้ข้อมูลทางเลือกที่ลูกค้ายินยอม เพื่อประเมินพฤติกรรมทางการเงิน ความเสี่ยง และความสามารถในการชำระคืนของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม

สุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากมีรูปแบบรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรายได้จากงานอิสระ การรับจ้างรายวันหรือธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งรายได้และพฤติกรรมการเงินของลูกค้ากลุ่มนี้ไม่สามารถสะท้อนได้อย่างครบถ้วนผ่านการประเมินทางการเงินในรูปแบบเดิม ดังนั้นธนาคารคลิกซ์จึงมุ่งพัฒนาบริการทางการเงินที่สอดรับกับวิถีชีวิตการทำงานและรูปแบบรายได้ของลูกค้า ตั้งแต่การจัดการเงินในชีวิตประจำวัน การเข้าถึงสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ไปจนถึงการออมเพื่ออนาคต”

“เราผสานจุดแข็งของทั้งธนาคารกรุงไทย AIS และ OR เข้ากับเทคโนโลยีจาก Thought Machine เพื่อให้พัฒนาบริการตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือทำให้คนไทยบริหารเงินได้คล่องตัวขึ้น เข้าถึงบริการที่เหมาะสมกับตนเอง และมีโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว”

วรรณสิทธิ์ ไชยภินันท์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายเทคโนโลยีดิจิทัล บริษัท ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเลือกใช้ Vault Core มาเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานของระบบเทคโนโลยีของ CLICX ช่วยให้ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ สามารถออกแบบ พัฒนา ทดสอบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้อย่างคล่องตัว เช่น วิธีการคำนวณดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขบัญชี โดยลดข้อจำกัดจากการพึ่งพาผู้ให้บริการระบบในการปรับแก้ ขณะเดียวกัน ระบบยังรองรับการเชื่อมต่อกับช่องทางดิจิทัลของพันธมิตร ทำให้ธนาคารสามารถนำข้อมูลพฤติกรรมลูกค้ามาพัฒนาบริการที่มีความเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม และสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง”

พอล เทเลอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thought Machine กล่าวว่า “การให้บริการผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้ที่มีข้อมูลเครดิตแตกต่างจากรูปแบบทั่วไป จำเป็นต้องเปลี่ยนจากระบบธนาคารหลักแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะระบบเหล่านั้นไม่สามารถรองรับข้อมูลแบบเรียลไทม์จากหลายระบบนิเวศได้ การดำเนินงานได้ทันตามกรอบเวลาที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดถือเป็นก้าวสำคัญ แต่บทพิสูจน์ที่แท้จริงของระบบธนาคารหลักคือความรวดเร็วในการปรับตัวหลังเปิดให้บริการ”

“ด้วย Vault Core ทำให้ CLICX มีอิสระอย่างเต็มที่ในการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ เพื่อปรับอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม และขยายบริการทั่วประเทศไทย โดยเทคโนโลยีระบบธนาคารหลักจะไม่กลายเป็นข้อจำกัดในการเติบโต”

การขยายเครือข่ายของ Thought Machine ในภูมิภาค

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการขยายเครือข่ายลูกค้าของ Thought Machine ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มเติมจากสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ปัจจุบันบริษัทให้บริการธนาคารชั้นนำระดับโลก 20 แห่ง โดยมีรายได้รวมในปี 2568 มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตร้อยละ 57 จากปีก่อน และมีรายได้ประจำต่อปี (ARR) มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ไตรมาส 2 ปี 2569

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

CLICX Virtual Bank กับเกมใหม่ของธนาคารไทย

บลูบิค Q4 โตกระฉูด รับ 3 เมกะเทรนด์ AI, Cloud, Virtual Bank

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar