เอไอเอส (AIS) วางเป้าหมายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยประกาศใช้งบประมาณ 30,000 ถึง 35,000 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้มีความพร้อมรองรับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า บริษัทตั้งใจสร้างโครงสร้างที่เรียกว่า Intelligent Infrastructure ซึ่งประกอบไปด้วยโครงสร้างพื้นฐาน 5 ส่วนหลัก ได้แก่ โครงสร้างโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สาย 5G และ 5G Advance โครงสร้างแบบมีสายหรือบรอดแบนด์ โครงสร้างการเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่วิ่งผ่านสายเคเบิลใต้น้ำ โครงสร้างศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center และโครงสร้าง Cloud โดยงบลงทุนที่เตรียมไว้จะถูกนำไปใช้ขยายเครือข่ายหลักเหล่านี้ เพื่อให้เติบโตสอดคล้องกับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
โดยภาพรวมการเตรียมความพร้อมในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 50 ถึง 60% แต่ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายนั้นมีความพร้อมถึง 70 ถึง 80% แล้ว นอกจากนี้ ในด้านโครงสร้างการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ เอไอเอสยังมีความแข็งแกร่งจากการมีพันธมิตรอย่าง Singtel ซึ่งถือหุ้นโดยตรงอยู่ประมาณ 24% กว่า เข้ามาช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์เครือข่ายระดับภูมิภาคให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ต่อยอดแพลตฟอร์มดิจิทัลจ่อเปิด Virtual Bank กลางปี
นอกจากการวางโครงสร้างพื้นฐานแล้ว เอไอเอสยังนำแพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามาเสริมการทำงาน ทั้งแพลตฟอร์มความบันเทิง แพลตฟอร์มค้าปลีก และแพลตฟอร์มทางการเงิน โดยบริษัทเตรียมจะเปิดให้บริการ Digital Bank หรือ Virtual Bank ในช่วงกลางปีนี้ประมาณเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ซึ่งกำหนดการที่ชัดเจนยังต้องขึ้นอยู่กับธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย
การดำเนินธุรกิจของแพลตฟอร์มทางการเงินนี้จะไม่มีสาขาและใช้ปริมาณอินเทอร์เน็ตในการทำงานน้อยมาก เป้าหมายหลักไม่ได้อยู่ที่การทำกำไรสูงสุด แต่เป็นการสร้างเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยให้กับผู้บริโภคด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ในส่วนของแพลตฟอร์มคอนเทนต์นั้น แม้จะไม่ได้สร้างผลกำไรโดยตรงมากนัก แต่บริษัทมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยดึงดูดให้ลูกค้าใช้งานดาต้ามากขึ้นและอยู่กับระบบนานขึ้น
พฤติกรรมยุคAI ดันความต้องการใช้ดาต้าพุ่ง
สำหรับทิศทางการเติบโตของผู้ใช้งาน ปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้ารวมประมาณ 47 ล้านราย โครงข่าย 5G ครอบคลุมประชากร 95% แล้ว แต่ยังมีสัดส่วนผู้ใช้งานอยู่ที่ 37% โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนผู้ใช้ 5G จาก 17 ล้านรายในปีที่ผ่านมา ให้ทะลุ 20 กว่าล้านรายในปีนี้
ขณะที่บริการบรอดแบนด์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากปัจจุบันมีการเข้าถึงเพียง 50% หรือ 11 ล้านครัวเรือนจากทั้งหมด 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เอไอเอสประเมินว่าความเร็วมาตรฐานของบรอดแบนด์จะขยับจาก 500 เมกะบิต ไปสู่ระดับ 1 กิกะบิต ตามความต้องการใช้งานและจำนวนอุปกรณ์ในบ้านที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้งาน AI เช่น ChatGPT ที่เปลี่ยนจากการเลื่อนดูหน้าจอเพียงอย่างเดียว มาเป็นการป้อนข้อมูลเพื่อประมวลผล จะส่งผลให้มีความต้องการความเร็วและปริมาณการอัปโหลดข้อมูลที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดยกำไรที่บริษัททำได้จะถูกนำกลับมาลงทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เอไอเอสให้ความสำคัญกับการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการมากกว่าแค่การเพิ่มจำนวนลูกค้า ซึ่งปริมาณการใช้ดาต้าที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่ารายได้เฉลี่ยจะเติบโตในสัดส่วนเดียวกัน เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนการให้บริการต่อกิกะไบต์ลง โดยคาดว่ารายได้รวมจะเติบโตประมาณ 3 ถึง 5% ขณะที่รายได้จากบรอดแบนด์อาจเติบโตถึง 9%
รุกตลาดองค์กรหนุนธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
กลุ่มลูกค้าองค์กร หรือธุรกิจ B2B ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 10% ของพอร์ตฟอลิโอ และคาดว่าจะเติบโตได้ในระดับ 10 ถึง 15% คุณปรัธนา กล่าวว่าบริษัทในประเทศไทยเพิ่งจะเริ่มต้นปรับตัวสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ซึ่งถือว่าช้ากว่าโลกตะวันตก แต่ในอนาคตทุกบริษัทจะต้องปรับตัว โดยการลงทุนด้านไอทีจะเปลี่ยนจากการซื้ออุปกรณ์มาตั้งไว้ที่บริษัท ไปสู่การใช้งานบน Cloud บริการรูปแบบ Software as a service และบริการ AI เพื่อสร้างโครงสร้างต้นทุนที่ดีขึ้น ทั้งนี้ โครงสร้างรายได้จากการลงทุนด้าน Cloud และ Data Center จะดำเนินการผ่านบริษัทร่วมทุน ผลตอบแทนจึงกลับมาที่เอไอเอสในรูปแบบของกำไรสุทธิโดยตรง ไม่ได้นำมารวมเป็นรายได้รวมของบริษัท
ชูความพร้อมดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลาง Data Center
สำหรับโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค ประเทศไทยกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการลงทุนขยาย Data Center เนื่องจากมีความพร้อมด้านทรัพยากร ทั้งไฟฟ้า การสื่อสาร น้ำ และพื้นที่ ซึ่งมีความเข้มแข็งกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เวียดนาม กัมพูชา และเมียนม่า ที่ยังเข้าไปลงทุนได้ยาก ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียก็เริ่มมีพื้นที่จำกัด
โดยคาดการณ์ว่าความต้องการใช้งาน Data Center จะพุ่งสูงถึง 2 ถึง 3 กิกะวัตต์ในระยะเวลาอันสั้น เอไอเอสได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง GULF และ Singtel ในการขยายศูนย์ข้อมูล โดยได้เปิดบริการ GSA01 ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา และเตรียมจะเปิด GSA02 ในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า ตามด้วย GSA03 ในช่วงครึ่งปีหลังของปีหน้า เพื่อรองรับความต้องการลงทุนจากต่างประเทศที่มุ่งมายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก



