ในยุคปัจจุบันที่สินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนโลกการเงินอย่างรวดเร็ว ทุกวินาทีของการให้บริการย่อมมีความหมายอย่างยิ่ง โดยรากฐานสำคัญของธุรกิจนี้คือความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้า บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล “บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์” จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานระบบการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
ล่าสุด บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ประกาศความสำเร็จในการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22301:2019 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้าน “ระบบการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ” (Business Continuity Management System: BCMS) โดยได้รับการรับรองมาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการยืนยันความพร้อมขององค์กรในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
วิสัยทัศน์การรับมือความเสี่ยงในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล
ศิต ทองสีนาค กรรมการบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด กล่าวว่า ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ไม่มีการส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือแล้ว เนื่องจากในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลทุกวินาทีมีความหมาย และความเชื่อมั่นของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด
สำหรับมาตรฐาน ISO 22301:2019 คือเกณฑ์การดำเนินงานระดับสากลที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การจัดตั้ง การนำไปปฏิบัติ และการปรับปรุงระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้เชี่ยวชาญอิสระภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและฟื้นฟูระบบกลับมาได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์วิกฤต
เบื้องหลังการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยง
นรธิป ธนสารศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารความเสี่ยง บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ได้กล่าวว่า “การได้มาซึ่งมาตรฐานนี้ เริ่มจากการนำผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาร่วมทำงานกับทีมงานภายในองค์กรอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันยกระดับกระบวนการ พัฒนาบุคลากร และจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล จนทำให้ บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ผ่านการรับรองอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเราเชื่อว่าองค์กรที่ดีต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงที่เป็นมาตรฐาน และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเราดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างจริงจัง ทั้งลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ”
การปกป้องลูกค้าเมื่อเกิดภัยไซเบอร์หรือระบบล่ม
คุณนรธิป ยกตัวอย่างสถานการณ์ของการมีมาตรฐานระดับโลกนี้ที่จะส่งผลดีต่อลูกค้าว่า หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น ระบบไฟฟ้าขัดข้องในวงกว้าง หรือมีการโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber Attack) บริษัทที่ไม่มีแผนรับมือที่ชัดเจนอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันกว่าจะกู้ระบบกลับมาได้ ซึ่งในช่วงเวลาเหล่านั้น ลูกค้าจะไม่สามารถซื้อขาย ถอนเงิน หรือเข้าถึงสินทรัพย์ของตัวเองได้เลย
“แต่สำหรับ บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ที่ผ่านมาตรฐาน ISO 22301 แล้ว เราได้วางระบบ กำหนดขั้นตอน และผ่านการทดสอบแผนรับมือเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว หมายความว่าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง เราจะสามารถกู้คืนระบบและกลับมาให้บริการได้ในเวลาที่รวดเร็วที่สุด ภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลและสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด จะได้รับการปกป้องตามมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบจากองค์กรอิสระ ไม่ใช่เพียงการประกาศจากบริษัทเองฝ่ายเดียว”
ความสำเร็จในการคว้ามาตรฐาน ISO 22301:2019 ในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งหลักประกันที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการมั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์การซื้อขายที่มั่นคง ปลอดภัย และราบรื่นในทุกสถานการณ์
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Amity ขึ้นแท่นดีล AI มูลค่าสูงสุดในอาเซียน หลังคว้า Series D 100 ล้านดอลลาร์
กสิกรไทย-IRPC นำร่องออกหุ้นกู้อ้างอิง SETESG ครั้งแรกในไทย





