Share on
×

Share

BMW เปิด ซีรีส์ 7 ใหม่ 3 ขุมพลัง ราคาใกล้กัน รับตลาดเปลี่ยนเร็ว

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ทั้งไฟฟ้าล้วน ปลั๊กอินไฮบริด และดีเซล พร้อมตั้งราคาแต่ละขุมพลังให้ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ลูกค้าเลือกตามการใช้งาน หลังพบว่าราคาน้ำมันและสถานการณ์โลกทำให้ความต้องการรถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ลูกค้าธุรกิจยังเลือกใช้เทคโนโลยีต่างกัน บริษัทจึงเตรียมรถรองรับทั้งสามระบบและปรับการผลิตตามความต้องการ โดย i7 รุ่นไฟฟ้าล้วนพร้อมส่งมอบปลายปี 2569 ส่วนปลั๊กอินไฮบริดและดีเซลจะประกอบในไทยและส่งมอบปี 2570

ธอมัส กอเรียน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ไทยเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและตอบสนองต่อสถานการณ์โลกอย่างชัดเจน เห็นได้จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางช่วงต้นปีที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ รวมถึงความสนใจรถปลั๊กอินไฮบริดที่เพิ่มขึ้น การลงทุนในเทคโนโลยีขับเคลื่อนหลายประเภทตลอดช่วงกว่า 5 ปีภายใต้กลยุทธ์ Power of Choice ทำให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์รองรับเมื่อลูกค้าเปลี่ยนความต้องการ และสามารถปรับการผลิตให้สอดคล้องกับตลาดได้

ความแตกต่างของการใช้งานเห็นได้จากกลุ่มโรงแรมระดับห้าดาว ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูมีความร่วมมือทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ธอมัส กล่าวว่า โรงแรมบางแห่งเลือก i7 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืน บางแห่งเลือกดีเซลเพราะสะดวกต่อการใช้งาน และบางแห่งเลือกปลั๊กอินไฮบริด บริษัทจึงมองว่าการมีรถให้เลือกทั้งสามระบบยังมีความจำเป็น สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ได้จัดรุ่นไฟฟ้าล้วน i7 50 xDrive M Sport รุ่นปลั๊กอินไฮบริด M760e xDrive และรุ่นดีเซล 740d xDrive M Sport เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

ตั้งราคาใกล้กัน ลดข้อจำกัดในการเลือกขุมพลัง

กวี ธนวัฒน์เดช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าวว่า การตั้งราคาเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ Power of Choice จากเดิมที่ราคามักไล่ระดับตามระบบขับเคลื่อน โดยรถดีเซลมีราคาต่ำกว่ารถเบนซิน และรถไฟฟ้ามีราคาสูงกว่า บริษัทต้องการให้ลูกค้าเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับตนเองได้ในราคาใกล้เคียงกัน จึงใช้แนวทางนี้กับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ พร้อมเพิ่มอุปกรณ์จากรุ่นก่อน และจะพยายามนำไปใช้กับรถรุ่นอื่นต่อไป โดยต้องพิจารณาภาษีและความเป็นไปได้ของแต่ละรุ่นประกอบด้วย

การจัดรุ่นครั้งนี้ยังคำนึงถึงจำนวนตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะแม้การมีทางเลือกเป็นเรื่องดี แต่หากมากเกินไปก็อาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจยาก บริษัทจึงเลือกทำตลาดระบบขับเคลื่อนละหนึ่งรุ่น โดยฝั่งปลั๊กอินไฮบริดเลือก M760e ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าได้รับสมรรถนะและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ส่วนผู้ที่ต้องการรถเครื่องยนต์ดีเซลมี 740d เป็นทางเลือก ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ได้ระบุสัดส่วนยอดขายที่คาดหวังของแต่ละขุมพลัง โดยให้ความสำคัญกับการตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า

สำหรับ i7 50 xDrive M Sport มีจำนวนจำกัด 12 คัน ราคา 6,999,000 บาทสำหรับตัวถังสีเดียว และ 7,599,000 บาทสำหรับตัวถังสองสี พร้อมส่งมอบปลายปี 2569 ขณะที่ M760e xDrive และ 740d xDrive M Sport จะประกอบในประเทศไทยและส่งมอบปี 2570 โดยคาดการณ์ราคาจำหน่ายไม่เกิน 6,800,000 บาทต่อรุ่น ซึ่งยังไม่ใช่ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ราคาทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard แล้ว

โควตา i7 ปีหน้ายังไม่สรุป รอความชัดเจนภาษี

ธอมัส กล่าวว่า บริษัทยังไม่ระบุจำนวนจัดสรร i7 สำหรับปี 2570 โดยจะประเมินความสนใจจากกิจกรรมพบลูกค้าในช่วงเปิดตัว เพื่อนำมาพิจารณาจัดสรรรถให้สอดคล้องกับความต้องการ ขณะเดียวกันต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงภาษีสรรพสามิต ซึ่งขณะให้ข้อมูลยังไม่มีความชัดเจนทั้งรูปแบบและช่วงเวลาที่จะมีผล เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว บริษัทจะพิจารณาปรับการดำเนินงานให้เหมาะสม ทั้งในส่วนของ i7 และรถปลั๊กอินไฮบริดกับดีเซลที่ผลิตในประเทศ

นำ Neue Klasse สู่รถหรู เพิ่มระยะทางไฟฟ้าและอุปกรณ์สำหรับผู้บริหาร

ด้านผลิตภัณฑ์ กวี กล่าวว่า บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ได้นำเทคโนโลยีจากเจเนอเรชัน Neue Klasse มาใช้กับรถหรูตระกูลนี้เป็นครั้งแรก ครอบคลุมงานออกแบบภายนอกและภายใน ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X และแบตเตอรี่เจเนอเรชันที่ 6 ใน i7 โดยรุ่นไฟฟ้าล้วนมีระยะทางขับขี่ 620–727 กิโลเมตรต่อการชาร์จตามมาตรฐาน WLTP เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 102 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงสูงสุด 250 กิโลวัตต์ และชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% เป็น 80% ได้ภายใน 28 นาที ส่วน M760e สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้ 69–80 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ขณะที่ทั้งสามรุ่นติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ BMW xDrive เป็นมาตรฐาน

อุปกรณ์ภายในรองรับทั้งผู้บริหารที่ขับรถเองและนั่งโดยสาร โดยฝั่งผู้ขับใช้ระบบ BMW Panoramic iDrive ร่วมกับการแสดงข้อมูลตลอดแนวด้านหน้ารถและจอแสดงข้อมูลในระดับสายตา ส่วนผู้โดยสารด้านหน้ามีจอขนาด 14.6 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น สำหรับเบาะหลังมีชุดเบาะ Executive Lounge หลังคากระจก Panorama Sky Lounge และจอ BMW Theatre Screen ขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียด 8K ซึ่งรองรับการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอเป็นครั้งแรก ขณะที่ i7 และ M760e ติดตั้งระบบเสียง Bowers & Wilkins Diamond รองรับ Dolby Atmos พร้อมลำโพง 35 ตัว

ด้านบริการหลังการขาย ลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ที่มีนัดหมายเข้ารับบริการบำรุงรักษาจะได้รับสิทธิ์ใช้รถ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ หรือ X7 ทดแทนระหว่างเข้ารับบริการ โดยบริษัทจะพิจารณาจัดสรรตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมนำรถเดิมมาแลกซื้อ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับ Series 7 ใหม่ในรุ่นที่ร่วมรายการ เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนรถ

เปิดตัว 7 Series ผ่านนิทรรศการ Driven by Dedication

บีเอ็มดับเบิลยูเปิดตัวรถครั้งนี้ผ่านนิทรรศการ “Driven by Dedication” ที่ดิบ บางกอก โดยนำเสนอ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ควบคู่กับเรื่องราวของ BMW Art Car และประวัติของรถตระกูลนี้ คริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทต้องการนำเสนอมรดกทางศิลปะตลอด 5 ทศวรรษ พร้อมกับก้าวต่อไปของรถซีดานรุ่นเรือธง ซึ่งผสานความประณีตของงานฝีมือ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยี Neue Klasse เข้าด้วยกัน สำหรับลูกค้าที่สนใจ บริษัทจะนำ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ไปจัดแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 2–13 ธันวาคม 2569 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1–3 เมืองทองธานี

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar