Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ยอดขอลงทุน บีโอไอ ครึ่งปีแรกพุ่ง 1.47 ล้านล้าน จ้างงานทะลุ 8 หมื่น

บีโอไอเผยลงทุนครึ่งปีแรก 1.47 ล้านล้านบาท สร้างงาน 80,000 ตำแหน่ง

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รายงานยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน) มีจำนวน 1,299 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,473,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI รวมถึงอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่นๆ

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนในไทยปี 2569 ยังขยายตัวได้ดีแม้เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

กลุ่มอุตสาหกรรมและพื้นที่การลงทุน

เมื่อแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ประกอบด้วย:

  1. ดิจิทัล: 1,115,260 ล้านบาท (90 โครงการ)
  2. อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: 120,230 ล้านบาท (179 โครงการ)
  3. เกษตรและแปรรูปอาหาร: 61,388 ล้านบาท (131 โครงการ)
  4. โลจิสติกส์และบริการมูลค่าสูง: 40,217 ล้านบาท (170 โครงการ)
  5. พลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐาน: 39,461 ล้านบาท (221 โครงการ)
  6. ยานยนต์และชิ้นส่วน: 25,662 ล้านบาท (122 โครงการ)
  7. แร่ โลหะ และวัสดุ: 20,399 ล้านบาท (128 โครงการ)
  8. เคมีและปิโตรเคมี: 16,533 ล้านบาท (110 โครงการ)
  9. เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์: 13,093 ล้านบาท (82 โครงการ)

สำหรับอุตสาหกรรมที่มีจำนวนโครงการสูงสุด ได้แก่ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ) จำนวน 198 โครงการ มูลค่า 26,354 ล้านบาท รวมถึงระบบน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม

ด้านการกระจายตัวตามพื้นที่ เงินลงทุนส่วนใหญ่อยู่ใน ภาคกลาง มูลค่า 903,759 ล้านบาท (513 โครงการ) รองลงมาคือ ภาคตะวันออก มูลค่า 495,737 ล้านบาท, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14,985 ล้านบาท, ภาคใต้ 11,864 ล้านบาท, ภาคตะวันตก 8,162 ล้านบาท และ ภาคเหนือ 7,733 ล้านบาท ทั้งนี้ ภาคเหนือมีอัตราการเติบโตของเงินลงทุนสูงที่สุดถึงร้อยละ 93 จากปีก่อน โดยเฉพาะในกิจการพลังงาน เกษตรแปรรูป และการแพทย์

FDI โต 80% นำโดยสิงคโปร์-อุตสาหกรรมดิจิทัล

การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริม 877 โครงการ เงินลงทุนรวม 1,368,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 โดยประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่:

  1. สิงคโปร์: 1,121,742 ล้านบาท (158 โครงการ)
  2. สหราชอาณาจักร: 47,193 ล้านบาท (11 โครงการ)
  3. จีน: 45,766 ล้านบาท (321 โครงการ)
  4. ไต้หวัน: 38,014 ล้านบาท (47 โครงการ)
  5. ญี่ปุ่น: 32,790 ล้านบาท (123 โครงการ)

เงินลงทุนต่างชาติต่างเน้นไปที่อุตสาหกรรมดิจิทัล (Data Center, Data Hosting, Cloud Service) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Optical Transceiver, แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ PCB, ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์, การทดสอบแผ่นเวเฟอร์, ระบบระบายความร้อน Data Center) รวมถึงชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร และวัสดุขั้นสูง

มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม และการอนุมัติโครงการ

การขอรับการส่งเสริมตามมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ Smart and Sustainable Industry มีคำขอ 132 โครงการ มูลค่า 17,158 ล้านบาท เน้นการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทดแทน เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ

ส่วนการอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนในครึ่งปีแรก มีจำนวน 1,300 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1,306,386 ล้านบาท คาดว่าจะเกิดการจ้างงานบุคลากรไทยเพิ่มกว่า 82,000 ตำแหน่ง มีการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศมูลค่ากว่า 386,000 ล้านบาทต่อปี (คิดเป็นร้อยละ 42 ของมูลค่าวัตถุดิบทั้งหมด) และสร้างมูลค่าการส่งออกให้ประเทศกว่า 1.24 ล้านล้านบาทต่อปี

เลขาธิการบีโอไอ กล่าวสรุปว่า การส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอมุ่งเน้นประโยชน์ต่อประเทศและคนไทย ทั้งการสร้างงาน พัฒนาทักษะ ดึงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชน การกระจายรายได้สู่ภูมิภาค และการเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงผ่านกลไก Thailand FastPass เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

AIS เปิดจอง Samsung Galaxy Z8 Series อัดโปรส่วนลดสูงสุด 30,700 บาท

เนทติเซนท์ จับมือ Neptune Software เปิดตัว ‘AiBuild’ โซลูชัน AI Low-Code พัฒนาแอปบน SAP

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar