เมื่อเรามองย้อนกลับไปในปี 2568 ภาพรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ แม้ว่า Bitcoin และ Ethereum จะยังคงเป็นเสาหลักในพอร์ตการลงทุน แต่ผลตอบแทนระดับ “Alpha” หรือกำไรที่โดดเด่นในปีนี้กลับมาจากส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างโปรโตคอล AI, โครงสร้างพื้นฐานการ Staking ของ Bitcoin และเครือข่ายดั้งเดิมที่มีความแข็งแกร่ง
บนกระดานเทรด Bitkub มี 5 เหรียญที่โดดเด่นไม่เพียงแค่ในแง่ของเปอร์เซ็นต์การทำกำไร แต่ยังรวมถึง Narrative ใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ได้แก่ Virtuals Protocol, Bitcoin Cash, Lombard, TRON และ StakeStone
หมายเหตุ : รายชื่อเหรียญต่อไปนี้ ถูกนำมาคำนวณตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2025 และราคาปิดตลาดวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2025 จาก Bitkub Exchange และรายชื่อดังกล่าวไม่ได้เรียงตามตามลำดับใด ๆ
1. Virtuals Protocol (VIRTUAL) +53.890 (1Y)
Virtuals Protocol จัดอยู่ในกลุ่ม AI Narrative ที่เป็นการบรรจบกันระหว่าง AI และบล็อกเชน ซึ่งเป็นธีมหลักที่มาแรงตลอดปี 2025 ทั้งยังเป็นผู้นำในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ “AI Agents” หรือตัวตนดิจิทัลอัจฉริยะที่สามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์และทำธุรกรรมบนเชนได้ด้วยตัวเอง
ปัจจัยหนุนการเติบโตของ VIRTUAL เมื่อนักลงทุนรายย่อยเริ่มมองหาโอกาสที่มากกว่าแค่ Chat Bot ความสามารถสร้าง AI Agents สำหรับเกมและโซเชียลมีเดีย จึงกลายเป็นเป้าหมายหลักของการเก็งกำไร
2. Lombard (BARD) +11.75 (1Y)
Lombard มีจุดเด่นในการปลดล็อกด้วยการนำ Bitcoin ที่เคยอยู่นิ่งๆ มาสร้างผลตอบแทน (Productive Asset) โดยการเปิดตัวของเหรียญ LBTC ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับผลตอบแทนโดยที่ไม่ต้องขาย Bitcoin ออกไป
ตัวขับเคลื่อนการเติบโต มาจากการเชื่อมต่อกับโปรโตคอล Babylon ทำให้ Lombard แก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องให้กับผู้ถือ BTC ส่งผลให้ BARD กลายเป็นโทเคนอรรถประโยชน์สำคัญสำหรับกลยุทธ์ “Liquid Bitcoin”
3. StakeStone (STO) +6.09 (1Y)
StakeStone กลายมาเป็นศูนย์กลางของ Omnichain Liquidity ที่ก้าวขึ้นเป็น “พาสปอร์ต” ของสภาพคล่องในโลก DeFi ความสามารถในการนำ ETH หรือ BTC ที่ถูก Staking ไว้ไปหมุนเวียนสร้างกำไรต่อในบล็อกเชนต่างๆ กว่า 20 แห่ง ทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับการสร้างผลตอบแทน
ผลต่อความเปลี่ยนแปลงในโลกคริปโทเคอร์เรนซี คือการเป็นโปรโตคอลที่นำระบบ Swap & Burn มาใช้ สามารถนำเหรียญไปแลก (Swap) เป็นสินทรัพย์ในคลังของโปรโตคอล (เช่น ETH, BTC หรือ Stablecoins) ได้โดยตรงหากราคาในตลาดต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่หนุนหลัง รวมถึงการเผาเหรียญทิ้ง ทำให้เกิดการลดอุปทาน (Deflation) และเป็นการสร้าง “ราคาพื้นฐาน” (Floor Price) ที่จับต้องได้จริงจากสินทรัพย์
4. TRON (TRX) +6.44 (1Y)
คริปโทที่นับได้เป็นผู้นำแห่งการนำไปใช้ประโยชน์ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีโปรโตคอลใหม่ ๆ เข้ามาแย่งพื้นที่ แต่ TRON ก็ยังทำหน้าที่ในการเป็นอรรถประโยชน์ในตลาดได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกับการเป็นผู้นำในการโอน เหรียญ Stablecoin (USDT)
TRON เดินหน้าสู่การเป็นราชาแห่งการใช้งานจริง ในขณะที่โปรโตคอลใหม่ๆ พยายามเข้ามาแย่งชิงพื้นที่หน้าสื่อ แต่ TRON ยังคงทำหน้าที่เอย่างมั่นคง ด้วยความโดดเด่นด้วยการเป็นเครือข่ายหลักในการโอน เหรียญ Stablecoin (USDT) ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเทรดเดอร์รายย่อย
ความแข็งแกร่งของ TRON ในปี 2025 และระบบนิเวศของ TRON สามารถพิสูจน์ในการเป็นผู้เล่นตัวจริงที่ควบคุมสภาพคล่องของ Stablecoin ส่วนใหญ่ของตลาดที่มีส่วนแบ่งกว่า 50% ของ USDT ทั้งหมดในระบบหมุนเวียนอยู่บนเครือข่าย TRON รวมถึงการมีจำนวนการทำธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันพุ่งทะลุ 10.2 ล้านรายการ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากในบรรดา Layer 1 สู่การเป็นผู้นำที่เรียกว่า “ถูก เร็ว และเป็นเจ้าตลาด USDT”
5. Bitcoin Cash (BCH) +36.63 (1Y)
Bitcoin Cash กลับมาอีกครั้งในปี 2025 เมื่อค่าธรรมเนียมในเครือข่ายหลักของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นจากกระแส Ordinals ทำให้ BCH กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะทางเลือกราคาถูกสำหรับการชำระเงินแบบ Peer-to-Peer และอัปเกรด
การกลับมาเติบโตคือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ CashTokens ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Token, NFT และรัน Smart Contracts ได้โดยตรงบนเชน BCH โดยยังคงรักษาความเร็วและค่าธรรมเนียมที่ที่ถูกเพียง 1 เซนต์ ดึงดูดนักพัฒนาที่หนีจากค่า Gas แพง ๆ บนเครือข่ายอื่นให้หันมาสร้างแอปพลิเคชันบน BCH มากขึ้น และการอัปเกรดระบบ CashVM ในช่วงพฤษภาคม 2026 เข้ามาปลดล็อกความสามารถด้าน Smart Contract ให้ซับซ้อนทัดเทียมกับ Ethereum และระบบป้องกันภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต
บทสรุป
ผลงานของ 5 เหรียญเด่นในปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโทได้ก้าวข้ามการเก็งกำไรไปสู่ “การใช้งานจริง” อย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI มาสร้างมูลค่า (Virtuals), การทำให้ Bitcoin สร้างผลตอบแทนจากเหรียญที่อยู่นิ่ง ๆ ได้ (Lombard/StakeStone), หรือการเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกและเร็วสำหรับการโอนเงินและพัฒนาแอป (TRON/BCH)
บทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนคือ “อรรถประโยชน์ (Utility)” ได้กลายเป็นไม้บรรทัดใหม่ในการตัดสินมูลค่า การเลือกโปรเจกต์ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดและมีฐานผู้ใช้จริง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สามารถคว้าโอกาส “Alpha” ในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงได้อย่างยั่งยืน
คำเตือน
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
อ้างอิง: Messari
บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน
เดินหน้าสู่ปี 2026 ‘การลดดอกเบี้ยแบบเหยี่ยว’ ของ Fed กำลังกำหนดนิยามใหม่สภาพคล่อง
Real-World Assets (RWA) คลื่นแห่งการเชื่อมโลก TradFi สู่ DeFi
จากบัญชีออมทรัพย์สู่ลงทุนคริปโทฯ เมื่อ Gen Z มองความผันผวนเป็นโอกาส





