สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ประกาศเดินหน้าสู่ปีที่ 9 แห่งภารกิจภายใต้แนวคิด “depa Unstoppable” พร้อมแผนการดำเนินงานรอบด้านที่มุ่งสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ได้เผยรายละเอียดการขับเคลื่อน 4 ภารกิจหลัก ตั้งแต่การพัฒนากำลังคนดิจิทัล 1 แสนราย การยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยตราสัญลักษณ์ dSURE การส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคเกษตร ไปจนถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค
เร่งผลิตและยกระดับทักษะคนดิจิทัล 1 แสนราย
ผศ.ดร.ณัฐพล ระบุว่า ภารกิจพื้นฐานที่สำคัญสุดคือการพัฒนากำลังคน ดีป้าตั้งเป้าอบรมและพัฒนาทักษะดิจิทัลให้คนไทยได้ไม่น้อยกว่า 100,000 ราย เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาด โครงการ Coding Thailand ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 จะถูกขยายผลสู่การส่งเสริมความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลไปยังโรงเรียนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 300 แห่ง
กษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และความมั่นคง เปิดเผยกลไกสนับสนุนว่า ดีป้ากำลังผลักดันมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่เสียค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรทักษะดิจิทัล ซึ่งคาดจะครอบคลุมกลุ่มผู้เสียภาษี 15 ล้านคน “เป้าหมายคือการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการ Reskill และ Upskill ในวงกว้าง พร้อมกับมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 250% สำหรับภาคธุรกิจที่ส่งพนักงานเข้ามาพัฒนาตนเอง” นางสาวกษมากล่าว
สร้างมาตรฐานรับรองคุณภาพและความปลอดภัยไซเบอร์

ในมิติการส่งเสริมอุตสาหกรรม นอกจากการสนับสนุนสตาร์ตอัปไทยและต่างชาติแล้ว ดีป้าให้ความสำคัญกับการสร้างความน่าเชื่อถือในตลาด ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล อธิบายว่า ตราสัญลักษณ์ dSURE จะถูกนำมาใช้รับรองผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลของไทยในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
พร้อมกันนี้ จะมีการผลักดันมาตรฐานสากล ISO 27001 ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กับผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายให้มีผลิตภัณฑ์และบริการที่ผ่านการรับรองไม่น้อยกว่า 400 รายการในปีนี้ “มาตรฐานเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่จะป้องกันสินค้าไม่มีคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ” ดร.วารินกล่าว
จากสวนทุเรียนสู่ตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล
สำหรับการนำเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาและสร้างรายได้จริง ดีป้าโฟกัสที่โครงการ “ทุเรียนดิจิทัล” โดยมีแผนส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียน 10,000 ราย นำแพลตฟอร์มดิจิทัลและอุปกรณ์ IoT มาบันทึกข้อมูลการปลูกเพื่อขอการรับรองมาตรฐาน GAP สำหรับการส่งออก
ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการนี้ขึ้นอยู่กับการเชื่อมโยงข้อมูลกับ National Digital Trade Platform (NDTP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ “การเชื่อมโยงนี้จะช่วยลดระยะเวลาขั้นตอนการส่งออกจาก 10-20 วัน เหลือเพียง 2-3 วัน นำมาซึ่งความได้เปรียบทางการค้าที่จับต้องได้” ดร.ปรีสารกล่าว
Thailand Digital Valley: หัวใจของระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งใหม่
โครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่คาดว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมคือ Thailand Digital Valley (TDV)ซึ่งมีแผนก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่สามของปีนี้ ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานโครงการพิเศษและผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม ระบุว่า TDV จะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรม (Sandbox) และศูนย์กลางการพัฒนาของภูมิภาค
ภายใน TDV จะประกอบด้วยศูนย์ทดสอบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ Esports Arena และ Digital Go Global Center สำหรับสตาร์ตอัป “ภารกิจของเราคือการเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ เช่น กสทช. เพื่อลดข้อจำกัดทางกฎหมายและเปิดพื้นที่ให้เกิดการทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างปลอดภัย” ดร.ศุภกรกล่าว อาคารแรกขนาด 40,000 ตารางเมตรคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาสสี่
ขับเคลื่อนโครงการเชิงรุกเพื่อสังคมและเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากยุทธศาสตร์หลัก ดีป้ามีแผนขยายผลโครงการที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ได้แก่ การเพิ่มจำนวนรถพยาบาลฉุกเฉิน 5G Ambulance อีก 80 คัน การยกระดับเทศบาล 200 แห่งให้เป็น Smart City และการติดตั้งระบบ Smart Living ในชุมชน 50 พื้นที่
ในส่วนของอุตสาหกรรมเกม ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งใน New S-Curve ของประเทศ ดีป้าวางแผนจัดงาน Game Crossover Asia 2026 โดยตั้งเป้าผลักดันการทำธุรกรรมทางธุรกิจไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท พร้อมกับเปิดโครงการร่วมลงทุนใน Game Accelerator/Incubator สูงสุด 50 ล้านบาทภายใน TDV
การดำเนินงานทั้งหมดในปี 2569 นี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของดีป้าในการทำงานแบบบูรณาการหรือที่เรียกว่า “Digital Mall” เพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อนของหน่วยงานรัฐ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้ปรัชญาการทำงานที่มุ่งไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลก
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Food Innopolis ชู Deep Tech ปั้นอาหารไทยสู่ Hard Power
State of Thai AI 2026: โอกาส 3 ล้านล้าน ที่คนไทยคว้าได้แค่ 10%
Future of Care: ดัน ‘ดิจิทัล’ เป็นแกนกลางสร้างความยั่งยืนให้ระบบสาธารณสุข



