Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Chiang Rai senior entrepreneur goes digital to save her hilltribe clothing business

Chiang Rai senior entrepreneur goes digital to save her hilltribe clothing business

อาภา หน่อตา ผู้ประกอบการวัยเก๋าชาวเชียงราย เจ้าของร้าน สีสันพันเผ่า เสื้อผ้าชนเผ่า ชาวไทยภูเขา และผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจเพื่อสังคมที่ใช้สีสันและลวดลายงดงามของเครื่องแต่งกายชนเผ่า ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มสตรีในชุมชนชาติพันธุ์

ปัญหาทับซ้อนของแม่สาย

ย้อนกลับไปเดือนมิถุนายน 2561 ประเทศไทยเป็นที่จับตาของคนทั้งโลก เมื่อเกิดเหตุผู้ช่วยฝึกสอนและนักฟุตบอลเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี จำนวน 13 ชีวิต ได้เข้าไปสำรวจถ้ำและหายตัวไปในถ้ำหลวง ภายในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เหตุการณ์ดังกล่าวตราตรึงคนทั้งโลกจนได้รับการขนานนามว่า “Thailand’s Miracle Cave Rescue”

หากจำกันได้ ภายหลังปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวงสำเร็จลุล่วง อีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับการสะท้อนจากภารกิจช่วยเหลือดังกล่าวคือปัญหาคนไร้สัญชาติ เนื่องจากโค้ชทีมหมูป่าและนักฟุตบอลของทีมบางคนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในไทย แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้รับสัญชาติไทย

แม่สาย เป็นอำเภอที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็กของเมียนมา โดยมีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดนกั้นระหว่างสองประเทศ ชาวไทยและชาวเมียนมาเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างเสรี (ก่อนเกิดเหตุการณ์รัฐประหารของพม่าในปี 2564) ด้วยเหตุนี้ ทำให้ อ.แม่สายมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูง แต่พื้นที่ดังกล่าวก็รายล้อมด้วยปัญหาทางสังคมในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด แรงงานอพยพ คนไร้สัญชาติ และการค้ามนุษย์

ปัญหาการค้าบริการทางเพศและหลบหนีเข้าเมือง

อาภา หน่อตา หรือ ปอม อายุ 51 ปี อดีตเจ้าหน้าที่มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ เพื่อพนักงานบริการ ซึ่งปัจจุบันได้ปิดทำการสาขาเชียงรายไปแล้ว อธิบายปัญหาที่มาพร้อมกับความเจริญของเมืองว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ด้วยความได้เปรียบทางกายภาพของแม่สายที่เป็นเมืองติดชายแดน มีการค้าการลงทุนสูง ทำให้ปัญหาที่ตามมาคือการค้าบริการทางเพศและหลบหนีเข้าเมือง ผู้ชายต้องการเข้ามาใช้แรงงาน ส่วนผู้หญิงจะเข้ามาทำงานบริการ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าจำนวนหนึ่งต้องการมาให้บริการทางเพศ ไม่เพียงเท่านั้น ผู้หญิงท้องถิ่นบางส่วนก็ตกอยู่ในวงจรนี้ด้วย นำไปสู่ความท้าทายด้านสิทธิของผู้หญิงบริการเหล่านี้

ด้วยการเคลื่อนย้ายประชากรข้ามชาติในลักษณะต่าง ๆ โดยเฉพาะการอพยพหนีจากความยากจน ทำให้แม่สายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีคนไร้สัญชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยพวกเขาเหล่านี้เข้าไม่ถึงสิทธิในมิติต่าง ๆ ทั้งความยุติธรรม การเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย และสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการแพร่ระบาดของโรคเอดส์

ความยากจนคือรากของปัญหา

ตลอดระยะการทำงานภาคประชาสังคมทั่วทั้งเชียงรายของอาภา เธอตระหนักชัดถึงรากฐานของปัญหาสังคม นั่นคือปัญหาเรื่องปากท้องและการเลี้ยงชีพ กล่าวคือ ทุกคนต่างต้องการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งคนท้องถิ่นเดิมที่ส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม ปลูกใบยาสูบและข้าวโพดเป็นหลัก รวมไปถึงแรงงานอพยพจำนวนมากที่ต่างใช้แม่สายเป็นทางผ่าน

ในระหว่างที่อาภาทำงานภาคประชาสังคม อีกหนึ่งอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้เธอ ก็คือการออกแบบและขายเสื้อผ้าชาวไทยภูเขาและชนพื้นเมืองในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ ตัวอย่างเช่น ม้ง กะเหรี่ยง ปวาเกอะญอ อาข่า เมี่ยน ลาหู่ ดาราอ้าง และคะฉิ่น อันเป็นทักษะที่เธอเรียนรู้มาแต่เด็กจากน้าของเธอ โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นเป็นธุรกิจที่มีช่องทางขายแบบหน้าร้านเพียงอย่างเดียวและพุ่งเป้าไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว

“การทำงานกับผู้คนจากหลายชาติพันธุ์ ทำให้เราเห็นว่าการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มคนเหล่านี้ น่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่า จึงได้สอนและจ้างหญิงชาติพันธุ์ มาทำงานเย็บปักถักร้อย สร้างอาชีพให้พวกเขาได้” อาภาเล่า

โควิดปิดด่าน นักท่องเที่ยวหาย รายได้ศูนย์

ขณะที่ธุรกิจกำลังดำเนินไปได้ดี อาภาก็ต้องเผชิญกับพายุโหมกระหน่ำอย่างไม่ทันตั้งตัวจากทั้งวิกฤติโควิด-19 และสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา ส่งผลให้ด่านพรมแดนแม่สายปิดมายาวนานกว่า 2 ปีเต็ม จนยอดนักท่องเที่ยววันละหลายพันคนลดลงเหลือศูนย์ และธุรกิจของเธอนั้นขาดรายได้ พร้อม ๆ กับที่มูลนิธิซึ่งเธอทำงานประจำอยู่ก็ปิดทำการสาขาเชียงรายลง อาภาจึงตัดสินใจ “โกออนไลน์”

“แรก ๆ ก็ตั้งเพจเอง ไหว้วานให้เด็กที่รู้จักกันช่วย ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่วันหนึ่ง ก็เห็นข่าวดีแทคเปิดโครงการเน็ตทำกิน ผู้ประกอบการวัยเก๋า 50+ เลยลองสมัครไปดู และได้รับการคัดเลือก ไปอบรมกับโค้ชของดีแทคหนึ่งวัน ได้เทคนิคเพียบ และที่สำคัญ คนสอนใจเย็นมาก” เธอกล่าว ก่อนจะเสริมต่อว่า “พออบรมเสร็จแล้วก็คิดว่าจบกันไป แต่กับโครงการนี้ไม่ใช่ ไอซ์ (หนึ่งในโค้ชของโครงการ) มาช่วยสอนถึงที่ ให้ความเอาใจใส่ อธิบายจนกว่าจะทำเป็น ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ผู้ประกอบการวัยเก๋าต้องการ”

ปัจจุบัน อาภายังคงเดินหน้าทำงานกับภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ดำเนินการศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์สตรีนานาชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในการสร้างองค์ความรู้และอาชีพให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ทั้งการทำอาหาร การตัดเย็บเสื้อผ้า ฯลฯ ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจเพื่อสังคมในชื่อ ‘ร้านสีสันพันเผ่า’

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ส่วนผสมทักษะสำหรับผู้ประกอบการในยุคดิจิทัล

EIC เผย แรงงานไทยต้องเร่งพัฒนาทักษะ เพื่อให้สามารถรับมือกับโลกยุคปัจจุบัน

×

Share

Author

The Story Thailand Avatar