Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

FairDee’s parent company, Qoala, named to the 2023 CB Insights’ Fintech 100 List

FairDee’s parent company, Qoala, named to the 2023 CB Insights’ Fintech 100 List

“จิตตะ” เสนอแนวทางจัดเก็บ ภาษีเงินได้จากต่างประเทศตามหลักสากล ขอให้พิจารณายกเว้น Capital Gain Tax การลงทุนต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนนักลงทุนรายย่อยให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเติบโตและหมุนเวียนเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หากจัดเก็บควรกำหนดอัตราภาษีและวิธีการจัดเก็บที่เป็นธรรมและง่ายต่อการปฏิบัติ เพื่อให้นักลงทุนวางแผน ได้เหมาะสม มองรัฐควรสนับสนุนชนชั้นกลางให้เข้าถึงการออมการลงทุน เพื่อลดภาระงบประมาณในอนาคต พร้อมแนะนักลงทุนรอดูความชัดเจนของเกณฑ์การจัดเก็บก่อน

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ นักลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และผู้ก่อตั้ง Jitta (จิตตะ) ผู้ให้บริการเทคโนโลยี การวิเคราะห์หุ้นทั่วโลก ที่นักลงทุนไทยนิยมใช้เพื่อตัดสินใจลงทุนต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้มีการศึกษาลงลึก รับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุน ที่ปรึกษาด้านกฏหมายภาษี รวมถึงได้เข้าร่วมหารือกับสมาชิกอื่นๆ ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เพื่อหาแนวทางที่ชัดเจนและเป็นธรรม ยื่นเสนอสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และกรมสรรพากรต่อไป

ทั้งนี้ทุกคนเข้าใจดีว่าภาษีเป็นเรื่องสําคัญและเป็นภาระหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่มีเงินได้ แต่สิ่งที่ต้องการเห็นคือความเป็นธรรมและเท่าเทียมในการจัดเก็บภาษีเงินได้ต่างประเทศ รวมถึงอยากเห็นความชัดเจน ในการจัดเก็บ เพื่อให้นักลงทุนสามารถวางแผนการลงทุนได้ง่ายขึ้น

โดยข้อเสนอแนะของ Jitta เพื่อนักลงทุนรายย่อยมีดังนี้

ยกเว้นการเก็บภาษีจากการลงทุนหุ้นต่างประเทศ เช่นเดียวกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่มีการยกเว้น Capital Gain Tax หรือ ประเทศสิงคโปร์ หรือ ฮ่องกง ที่มีการยกเว้นภาษีส่วนนี้เช่นเดียวกัน เพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนได้มีโอกาสกระจายความเสี่ยง และสร้างผลตอบแทนจากหุ้นบริษัทดีๆ ทั่วโลกได้ เพราะปัจจุบัน โลกแห่งการลงทุนนั้นไร้พรมแดนแล้ว เทคโนโลยีได้อำนวยความสะดวกมากขึ้น นักลงทุนไทยสามารถกระจายความเสี่ยง เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าจากตลาดหุ้นทั่วโลกได้ การจัดเก็บภาษีส่วนนี้ อาจจะไม่ไดส่งผลให้เกิดการกระตุ้นทางเศรษฐกิจมากนัก แต่กลับลดโอกาสในการแสวงหาการเติบโตของเม็ดเงิน และสกัดกั้นการนำเงินจากนอกประเทศ กลับมาหมุนเวียนในเศรษฐกิจของประเทศมากกว่า 

แต่หากต้องมีการจัดเก็บภาษีส่วนนี้จริงๆ ขอให้พิจารณาจัดเก็บตามหลักสากล โดยอย่างแรกสุด คือ ให้คำนวณรายได้จากหลัก Net Capital Gain โดยนำกำไรมาหักลบกับขาดทุนที่เกิดขึ้นก่อนที่จะนับเป็นรายได้ เพราะการลงทุนในหุ้นนั้นมีความเสี่ยงมากกว่ารายได้ประเภทอื่น มีโอกาสทั้งกำไรและขาดทุน ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมควรคำนวณภาษีแบบองค์รวม โดยคิดทั้งพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) เพราะสะท้อนถึงรายได้ที่แท้จริงจากการลงทุน เช่น ในสหรัฐฯ ที่สามารถนำผลขาดทุนมาหักออกจากกำไรได้ และหากปีไหนมีการขาดทุนมากกว่ากำไร ก็สามารถใช้ขาดทุนที่เหลือในปีต่อๆ ไปได้จนกว่าจะหมด หรือ ในสหราชอาณาจักรที่สามารถนำขาดทุนมาหักออกได้สูงสุด 4 ปี นับจากปีที่ขาดทุน

อย่างที่สอง คือ การแยกอัตราภาษี Capital Gain ออกมาจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยกำหนดให้มีอัตราภาษีโดยเฉพาะ เช่น ที่สหรัฐฯ ถ้าลงทุนมานานกว่า 1 ปี จะถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาว จะเสียภาษีในอัตราพิเศษสูงสุดที่ 20% และ หากกำไรไม่ถึง 44,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะได้รับยกเว้นภาษี  หรือ กำหนดให้มีการหักลดหย่อนเพื่อความเป็นธรรม สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการลงทุน เช่น ในสหราชอาณาจักร สามารถนำกำไรจากการลงทุนมาหักลดหย่อนได้ 6,000 ปอนด์ กำไรส่วนที่เกิน ค่อยนำไปรวมกับรายได้อื่นๆ เพื่อเสียภาษีเงินได้ปกติ

จะเห็นได้ว่าหลักการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีความชัดเจนและเป็นธรรมสำหรับนักลงทุนทุกราย หากมีการจัดเก็บภาษี จากการลงทุนในต่างประเทศของไทย Jitta จึงขอเสนอให้ทางภาครัฐ พิจารณาจัดเก็บในอัตราภาษีดังนี้

กำไรจากเงินลงทุนสุทธิแล้ว ไม่ถึง 1 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี ตั้งแต่ 1-20 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 10% และหากมากกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราภาษี 20% โดยสามารถนำขาดทุนมาหักออกได้ตามจำนวนที่ขาดทุน และใช้ในปีต่อ ๆ ไปได้จนกว่าจะหมด หรือครบ 5 ปี

“ชนชั้นกลางเป็นฐานใหญ่ของประเทศ เราควรพยายามกระตุ้นเหมือนที่ทุกรัฐบาลพยายามกระตุ้นให้คนเก็บออม และลงทุน เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเติบโตในด้านการเงินส่วนบุคคล  และต้องกระตุ้นให้คนอยากลงทุน เพราะถ้าคนไม่ลงทุนเลย ก็จะเป็นภาระด้านงบประมาณสำหรับรัฐบาลในอนาคตที่จะต้องเข้ามาดูแลเช่นกัน”

ตราวุทธิ์ ในฐานะที่เป็นนักลงทุนต่างประเทศ ยังให้คำแนะนำสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนต่างประเทศอยู่ในเวลานี้ว่า  ไม่ควรรีบร้อนที่จะถอนการลงทุนเพราะความกังวลเรื่องภาษีจนลืมมองผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง เพราะระยะเวลาเพียง 3 เดือน มันค่อนข้างที่จะจัดการยาก และเท่าที่คุยกับนักลงทุนหลายท่านก็พบปัญหาว่า เมื่อนำเงินกลับมาในประเทศ ก็ไม่รู้ว่าจะนำไปลงทุนอะไรต่อ เพราะบางท่านก็มีพอร์ตส่วนหนึ่ง ที่ตั้งใจจะลงทุนในประเทศอยู่แล้ว ดังนั้นก็ควรรอความชัดเจนในเรื่องหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีก่อน เพื่อที่จะได้ทำเรื่องจัดการหรือวางแผนภาษีได้ถูกต้อง  

×

Share

Author

The Story Thailand Avatar