ภายใต้กระแสความตื่นตัวของอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดร.จาริกา มากคช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้ร่วมก่อตั้ง Genfosis กลับมองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญซึ่งฉุดรั้งศักยภาพของผู้ประกอบการไทย นั่นคือการขาดแคลน “หลักฐานทางวิทยาศาสตร์” (Scientific Proof) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค พบข้อมูลสำคัญว่าสินค้าที่ขาดผลงานวิจัยรองรับมีอัตราการซื้อซ้ำเฉลี่ยเพียง 32% แม้จะทุ่มงบประมาณไปกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์
ล่าสุด Genfosis จึงเปิดตัวบริการ “Catalyst” โซลูชันทดสอบผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อยกระดับมาตรฐานการกล่าวอ้างสรรพคุณสินค้า (Claim) จากคำโฆษณาให้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ พร้อมผลักดันนวัตกรรมอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
กับดักการตลาดและทางรอดด้วยวิทยาศาสตร์
ปัญหาดังกล่าวยังลุกลามต่อเนื่องไปจนถึงวันที่สินค้าถูกเข็นออกมาวางจำหน่ายจริง ผู้ประกอบการจำนวนมากทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการทำตลาด ทั้งการจ้างผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Influencer) การปั้นผู้นำทางความคิด (KOL) หน้าใหม่ หรือการทุ่มเม็ดเงินไปกับการทำ SEO Marketing เพื่อแย่งชิงพื้นที่สื่อ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นเพียงยอดขายชั่วคราว อัตราการซื้อซ้ำ (Retention Rate) ของสินค้ากลุ่มนี้หยุดนิ่งอยู่ที่ตัวเลขเฉลี่ยเพียงร้อยละ 32 เท่านั้น สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความต้องการทดลองสิ่งใหม่อยู่เสมอ และพร้อมจะเปลี่ยนใจทันทีหากแบรนด์เดิมไม่สามารถนำเสนอคุณค่าที่แตกต่างหรือพิสูจน์ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง
ทางออกของวิกฤตความเชื่อมั่นนี้ ดร.จาริกา ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่การถมงบประมาณโฆษณาเพิ่ม แต่คือการเปลี่ยนกลยุทธ์จากการมุ่งเน้นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ มาสู่การสร้างมูลค่าด้วยวิทยาศาสตร์ ข้อมูลเชิงสถิติยืนยันชัดเจนว่า หากผลิตภัณฑ์มีผลงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพอย่างชัดเจน จะสามารถดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้สูงขึ้นจากเดิมกว่าเท่าตัว คือจาก 32% พุ่งทะยานสู่ 74% การเปลี่ยนคำโฆษณาชวนเชื่อให้เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างจุดยืนที่แตกต่าง สร้างความน่าเชื่อถือซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของสินค้าสุขภาพ และทำให้แบรนด์สามารถยืนหยัดเหนือคู่แข่งในตลาดได้อย่างมั่นคง
ช่องว่างของ SME และความเสี่ยงจากการเคลมเอง
ทว่าในความเป็นจริง เส้นทางสู่การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยนั้นแทบจะถูกปิดตาย เนื่องจากโครงสร้างของอุตสาหกรรมรับทำวิจัย (Contract Research Organization หรือ CRO) ที่มีมาตรฐานระดับสากลส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นให้บริการแก่บริษัทยาข้ามชาติ หรือรับเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพไม่มีทางเลือกและขาดโอกาสในการเข้าถึงการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ หลายรายจึงจำยอมใช้วิธีการเคลมสรรพคุณสินค้าด้วยตัวเอง (Self-claim) ซึ่งเปรียบเสมือนความเสี่ยงที่รอวันถูกคู่แข่งตรวจสอบหรือดิสเครดิตออกจากตลาดเมื่อไรก็ได้ หากข้อมูลนั้นไม่เป็นความจริง
Catalyst: จิ๊กซอว์ที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศ
Genfosis จึงก้าวเข้ามาเพื่ออุดช่องว่างทางการตลาดนี้ด้วยบริการที่ชื่อว่า “Catalyst” ซึ่งเป็นบริการทดสอบผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพสำหรับธุรกิจ Future Food เครื่องดื่มฟังก์ชัน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยออกแบบมาให้มีขั้นตอนที่ง่าย ยืดหยุ่น และมีความเข้าใจในบริบทของผู้ประกอบการรายย่อย โดยครอบคลุมการทดสอบประสิทธิภาพในทุกมิติที่ตลาดต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบด้านการชะลอวัยและคุณภาพของเซลล์ การดูแลผิวพรรณและความงาม การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของสมองและระบบประสาท การวัดสมรรถภาพทางกาย การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงการทดสอบผลลัพธ์ด้านการลดน้ำหนัก
ความแข็งแกร่งของ Genfosis เกิดจากการขยายฐานความเชี่ยวชาญเดิมที่เคยทำธุรกิจด้านการจัดหาสินค้าเวชศาสตร์ชะลอวัย (Longevity) ให้กับโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ ผนวกกับประสบการณ์จากทีมงานที่ประกอบด้วยเภสัชกร แพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ ทำให้สามารถให้บริการทดสอบที่ได้มาตรฐานสากล
บทพิสูจน์ความสำเร็จจากแผ่นแปะลดเครียด
กรณีศึกษาที่สะท้อนความสำเร็จได้ชัดเจนที่สุดคือผลิตภัณฑ์แผ่นแปะเสริมอาหาร (Supplement Patch) แบรนด์หนึ่ง ซึ่งแม้จะได้รับเลขจดแจ้งจากองค์การอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อต้องการขยายตลาดไปยังกลุ่มนักลงทุนในฮ่องกง แคนาดา และสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าสู่ระบบธุรกิจเครือข่าย (MLM) กลับถูกตั้งคำถามถึงผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ซึ่งแม้แต่แบรนด์ดังในอังกฤษหรือออสเตรเลียก็ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ Genfosis ได้เข้ามาดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพจนสามารถพิสูจน์ได้ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยลดระดับความเครียดได้สูงสุดถึง 78% ข้อมูลเชิงลึกนี้เองที่กลายเป็นกุญแจสำคัญให้นักลงทุนต่างชาติยอมรับและเปิดประตูสู่ตลาดโลกได้สำเร็จ
การดำเนินงานของ ดร.จาริกา และ Genfosis จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่บทบาทของผู้ให้บริการทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่คือความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับวงการ Future Food ของไทย โดยเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำธุรกิจจากการกล่าวอ้างลอย ๆ มาสู่การใช้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและได้รับการยอมรับในเวทีโลกอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญในการขับเคลื่อนวงล้ออุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตของไทยให้หมุนไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
‘ฟองฟอง’ พลิกตำนาน 89 ปี สู่ 90 ล้าน: ทายาทรุ่น 3 เปลี่ยนฟองเต้าหู้ให้กินง่ายใน2 นาที
DITTO x NETBAY ปั้น E-VRT สแกน QR Code คืนภาษีจบใน 2 นาที


