Meta เผยอินไซต์ Instagram Thailand Growth Day 2026 ระบุว่า ปัจจุบัน Instagram มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 3,000 ล้านคน โดยในประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 65% เชื่อมต่อแพลตฟอร์มนี้เป็นประจำทุกเดือน แพลตฟอร์มสามารถเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ในไทยได้สูงถึง 80% และเข้าถึงกลุ่มมิลเลนเนียล Gen X รวมถึง Baby Boomers ได้เกินครึ่ง
ผลสำรวจพบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยกว่า 70% ใช้ระบบส่งข้อความ Instagram Direct Message (DM) ในการสอบถามรายละเอียดสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ ขณะที่วิดีโอสั้นหรือ Reels คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 85% ของคอนเทนต์ที่ถูกส่งต่อผ่านแชต พฤติกรรมการส่งคลิปแทนการพิมพ์ข้อความเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ถูกนิยามว่า “Digital Pebbling”
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Instagram ได้เปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่แชร์รูปภาพระหว่างเพื่อน สู่การเป็นกลไกหลักของธุรกิจและเศรษฐกิจครีเอเตอร์ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีพฤติกรรมการใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน (Multi-App Behavior) อย่างชัดเจน โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทย 60% ใช้งานทั้ง Facebook และ Instagram ควบคู่กัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 79% โดย 94% ของผู้ใช้งาน Instagram รายเดือนในไทย จะใช้งาน Facebook เป็นประจำเช่นกัน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกำลังผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์การตลาดสู่รูปแบบที่ขับเคลื่อนโดยครีเอเตอร์ ผลการศึกษาของ Meta พบว่าแคมเปญที่ผสาน Partnership Ads ช่วยลดต้นทุนต่อการดำเนินการลง 19% เพิ่มอัตราการคลิกผ่าน 13% และเพิ่มการจดจำแบรนด์ 71% ขณะเดียวกัน ครีเอเตอร์ที่เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน กลับได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากกว่าคนดัง โดย 81% ของผู้บริโภคให้ค่ากับ “ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” มากกว่าความตลกหรือความโด่งดัง
พร้อมกันนี้ Meta ยังเตรียมนำโปรแกรม Affiliate Commerce ร่วมกับ Shopee สู่ Instagram ต่อเนื่องจากความสำเร็จบน Facebook ที่มีครีเอเตอร์ทั่วโลกกว่า 5 ล้านคนใช้อยู่ พร้อมเปิดตัวเครื่องมือ AI Reels Translations ที่ช่วยแปลเสียงพร้อมปรับการขยับริมฝีปากให้ตรง ช่วยให้ครีเอเตอร์ไทยสามารถขยายฐานผู้ชมข้ามพรมแดนไปยังญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ และลาตินอเมริกาได้ โดยไม่ต้องละทิ้งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอง
จาก “The Next” สู่ “The NOW” จุดเปลี่ยนของ Instagram ในไทย
การเติบโตของ Instagram ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลแพลตฟอร์มของไทยอย่างชัดเจน ข้อมูลจาก Meta ชี้ให้เห็นว่า Instagram เป็นช่องทางอันดับ 1 ที่ครีเอเตอร์เลือกใช้เพื่อเชื่อมต่อกับคอมมูนิตี้ โดยอยู่ในช่วง 89-92% รายได้จากโฆษณาประเภท Partnership Ads เติบโตขึ้น 2 เท่าเป็น 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และผู้ใช้งานใช้เวลากับวิดีโอสั้น (Reels) เพิ่มขึ้นถึง 30% ในปีที่ผ่านมา
แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta กล่าวว่า “ธุรกิจในปัจจุบันกำลังมองหาโอกาสในการเติบโต ที่ไปไกลกว่าแค่การสร้างการเข้าถึงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการวิธีที่มีความหมาย ในการเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายผ่านคอนเทนต์ที่น่าดึงดูด มีความเกี่ยวข้อง และขับเคลื่อนโดยครีเอเตอร์ Instagram ช่วยให้ธุรกิจสร้างการเชื่อมต่อเหล่านั้นได้ผ่านจุดตัดของความคิดสร้างสรรค์ คอมมูนิตี้ และคอมเมิร์ซ”
นอกจากกลุ่มผู้ใช้ข้ามรุ่นแล้ว ยังมีกลุ่มผู้ใช้ที่เลือกใช้ Instagram เพียงแอปเดียว (IG Only Consumers) คิดเป็นประมาณ 24-28% ของผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแบรนด์และครีเอเตอร์ ขณะที่พฤติกรรมการติดตามพบว่า กว่าครึ่งของผู้ใช้เข้ามาเพื่อหาข้อมูลและติดตามแบรนด์ โดยเนื้อหาที่ได้รับความนิยมได้แก่ ไลฟ์สไตล์ ความงาม ท่องเที่ยว ฟิตเนส และเกมมิ่ง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่มักจะติดตามแบรนด์ที่พวกเขาสนใจจะซื้อ
Multi-App Behavior จุดแข็งเฉพาะตัวที่ทำให้ไทยแตกต่าง
สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยแตกต่างจากประเทศอื่นในภูมิภาค คือพฤติกรรมการใช้งานหลายแอปพร้อมกัน โดย 60% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใช้งานทั้ง Facebook และ Instagram ควบคู่กัน ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 79%
“ผู้บริโภคชาวไทยยังมีพฤติกรรมการใช้งานแบบหลายแอปพร้อมกันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ใช้งาน Multi-App สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 79% ดังนั้น เมื่อแบรนด์ใช้งาน Instagram ควบคู่ไปกับ Facebook ภายใต้กลยุทธ์ข้ามแพลตฟอร์มของ Meta แบรนด์จะสามารถขยายการสื่อสารได้ โดยรู้ว่า 94% ของผู้ใช้งาน Instagram รายเดือนในประเทศไทย ก็ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกวันหรือทุกเดือนเช่นกัน” คุณแพรกล่าว
ผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านสู่การค้นหาเชิงรุก ดัน DM เป็นช่องทางซื้อขาย
ในยุคที่ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเลื่อนฟีดแบบผ่าน ๆ (Passive Scrolling) ไปสู่การค้นหาสิ่งใหม่ ๆ อย่างจริงจัง (Active Discovery) ธุรกิจจึงต้องกลับมาทบทวนวิธีสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์
สำหรับประเทศไทย แม้ว่า Facebook จะยังคงเป็นอันดับหนึ่งในแง่การเข้าถึงบนโซเชียลมีเดียโดยรวม แต่ Instagram ได้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งสำหรับการค้นพบแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยครึ่งหนึ่งของกลุ่มผู้ใช้งานชาวไทยใช้แอปนี้เพื่อค้นหาสินค้าและติดตามแบรนด์โดยเฉพาะ
กลุ่มผู้บริโภคที่มีความพร้อมในการซื้อนี้กำลังขับเคลื่อนการเติบโตของ “การซื้อขายผ่านการแชต” (Conversational Commerce) ซึ่งในตลาดไทยที่มีพฤติกรรมการสื่อสารผ่านแชตเป็นหลักนั้น มีผู้บริโภคถึง 70% ที่ใช้งาน Instagram Direct Message (DM) เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า
ความต้องการซื้อดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ เลือกใช้โซลูชันการตลาดที่นำโดยครีเอเตอร์ (Creator-Led Marketing) เพิ่มขึ้น
ผลการศึกษาของ Meta แสดงให้เห็นว่า แคมเปญที่ผสมผสานระหว่าง Partnership Ads ร่วมกับโฆษณาแบบปกติ (Business-As-Usual หรือ BAU Ads) ช่วยลดต้นทุนต่อการดำเนินการ (Cost Per Acquisition หรือ CPA) ลงถึง 19% เพิ่มอัตราการคลิกผ่าน (Click-Through Rate หรือ CTR) ขึ้น 13% และช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ (Brand Lift) สูงถึง 71%
ยุค Expert Era: ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมีค่ามากกว่าความดัง
เศรษฐกิจครีเอเตอร์กำลังเติบโตอย่างเต็มที่ โดยความสำเร็จไม่ได้ถูกกำหนดจากจำนวนผู้ติดตามอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับ “ความน่าเชื่อถือ” ของครีเอเตอร์เป็นหลัก
ผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2026 ของ Meta ระบุว่า 81% ของผู้บริโภคมองว่า “ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” (Expert Knowledge) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่พวกเขามองหาในตัวครีเอเตอร์ ซึ่งนำหน้าความตลก ความใกล้ชิดเข้าถึงง่าย หรือแม้แต่ความโด่งดัง
เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่คอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงและมีความเฉพาะกลุ่ม อัลกอริทึมของ Instagram ให้ความสำคัญกับ “คุณค่าของคอนเทนต์” (Content Merit) มากกว่าจำนวนผู้ติดตาม ช่วยให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่สามารถสร้างยอดการรับชมได้หลักล้านตั้งแต่การโพสต์ Reels ในช่วงแรกๆ หากมีเนื้อหาที่ชัดเจนในสายเฉพาะทาง (Niche and Depth)
ในประเทศไทย ครีเอเตอร์กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความลึกซึ้งของความเชี่ยวชาญและความเป็นตัวของตัวเองทางวัฒนธรรมมีพลัง สิ่งนี้ได้ช่วยขับเคลื่อนวัฒนธรรมการเป็น “สาย” ที่โดดเด่นบน Instagram ที่ซึ่งคอมมูนิตี้ที่มีความหลงใหลร่วมกันจะรวมตัวรอบตัวครีเอเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่ม เช่น สายบิวตี้ สายกิน และสายการลงทุน

เรวี ซิลวิเนีย Director of Global Partnerships ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่จาก Meta กล่าวว่า “ครีเอเตอร์ไม่เพียงแค่สร้างฐานผู้ติดตามเท่านั้น แต่พวกเขากำลังสร้างคอมมูนิตี้ ธุรกิจ และอิทธิพลทางวัฒนธรรม โดย Instagram พร้อมสนับสนุนเส้นทางนั้นผ่านเครื่องมือที่หลากหลาย ตั้งแต่ Reels ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ ไปจนถึงประสบการณ์การส่งข้อความที่สร้างความผูกพันที่ลึกซึ้ง และช่องทางการสร้างรายได้โดยตรง”
Digital Pebbling และการก้าวข้ามพรมแดนของครีเอเตอร์ไทย
Instagram Reels เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2566 โดยปัจจุบันผู้ใช้ใช้เวลามากกว่า 50% บนแอปไปกับการดู Reels
ที่สำคัญ Reels ยังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นหลักของการสนทนาส่วนตัว โดยคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ผ่าน Instagram DM สูงถึง 85% คือ Reels ผลการศึกษาระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวเรียกว่า “Digital Pebbling” หรือเปรียบเหมือนนกเพนกวินที่ส่งมอบก้อนหินให้แก่กันเพื่อแสดงความผูกพัน
ในประเทศไทย เทรนด์ระดับโลกนี้สะท้อนผ่านพฤติกรรมท้องถิ่น โดยแทนที่ผู้ใช้งานชาวไทยจะพิมพ์คำว่า “คิดถึง” ตามรูปแบบข้อความทั่วไป แต่พวกเขาเลือกที่จะแสดงความใส่ใจและรักษาความสัมพันธ์ด้วยการส่ง Reels ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นคลิปตลกๆ สูตรอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปด้วยกันตรงไปยังกลุ่มคนสนทนา
แนวกระแสที่เกิดขึ้นในไทยอย่างซีรีส์ BL (Boy Love) และ T-Pop ได้ข้ามพรมแดน โดยสามารถสร้างฐานแฟนคลับในต่างประเทศ ทั้งในญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ และลาตินอเมริกาผ่านทาง Reels
ปีเตอร์-ปรัตถกร ดวงสว่าง นักแสดงจากซีรีส์ Reloved เปิดเผยว่าฐานแฟนคลับของเขาไม่ได้มีแค่ในเอเชีย แต่มีกลุ่มผู้ชมจำนวนมากจากลาตินอเมริกา โดยเฉพาะประเทศบราซิล เขาใช้ Broadcast Channels สื่อสารกับแฟนคลับหลักพันคน ใช้ส่งสปอยล์ผลงานล่วงหน้า เช่น การส่งเป็น Voice Message ร้องเพลงคัฟเวอร์สั้นๆ ให้คนในกลุ่มได้ฟังก่อนใคร ซึ่งช่วยให้แฟนคลับกลุ่มนี้รู้สึกพิเศษและต้องการสนับสนุนต่อไป
คุณปีเตอร์กล่าวว่า “Instagram ไม่ได้เป็นแค่โซเชียลมีเดียสำหรับผม แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมผมกับแฟนๆ ทั่วโลกเข้าด้วยกัน”
เขายังทดลองใช้ฟีเจอร์ Trial Reels โดยลงคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายวิ่ง ซึ่งสามารถดึงดูดผู้ติดตามกลุ่มใหม่ๆ ที่ไม่ได้รู้จักเขาจากซีรีส์ให้เข้ามาติดตามเพิ่มขึ้น
ด้วยความที่อัลกอริทึมของ Instagram ให้รางวัลกับคอนเทนต์ที่มีการตอบรับที่ดีโดยไม่แบ่งแยกพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ประกอบกับเทคโนโลยี AI Reels Translations ที่ช่วยแปลเสียงพูดแบบอัตโนมัติพร้อมปรับการขยับริมฝีปากให้ตรง (Lip-Sync) ครีเอเตอร์ชาวไทยจึงไม่จำเป็นต้องเลือกข้างระหว่างความเป็นตัวของตัวเองทางวัฒนธรรมกับการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมนานาชาติ

เครื่องมือและช่องทางรายได้ครบวงจรสู่ความยั่งยืน
Instagram กำลังเดินหน้าลงทุนทั้งในด้านเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานในการสร้างรายได้ เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์ชาวไทยสามารถเปลี่ยนคอมมูนิตี้ให้เป็นอาชีพได้
ในฝั่งของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ แอปพลิเคชัน Edits ซึ่งมอบคุณสมบัติการตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไร้ลายน้ำ มียอดดาวน์โหลดถึง 7 ล้านครั้งในสัปดาห์แรกของการเปิดตัว ขณะที่เทคโนโลยี AI Reels Translations ช่วยข้ามกำแพงทางภาษาสำหรับการเติบโตระดับโลก
ในฝั่งการสร้างรายได้ Instagram พัฒนาช่องทางที่หลากหลาย อาทิ Partnership Ads หรือรูปแบบโฆษณาที่ให้ครีเอเตอร์โปรโมตแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ของตัวเอง ซึ่งสร้างรายได้ระดับโลกกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อนหน้า
Creator Marketplace เป็นพื้นที่สำหรับการค้นหาครีเอเตอร์ที่เหมาะกับแบรนด์โดยตรง ผ่านการประเมินจากผลลัพธ์การสร้างคอนเทนต์ ส่วน Subscriptions สำหรับมอบคอนเทนต์พิเศษเฉพาะกลุ่มแฟนคลับ และโปรแกรมรับโบนัสพิเศษจากยอดการมีส่วนร่วม
คุณเรวี กล่าวว่า “ปัจจุบัน Affiliate Commerce ได้กลายมาเป็นสิ่งสำคัญ โดย Meta ได้แนะนำโปรแกรม Affiliate Partnership ซึ่งเชื่อมต่อครีเอเตอร์ทั่วโลกกว่า 5 ล้านคนเข้ากับบัญชี Affiliate แล้ว สำหรับในประเทศไทย โปรแกรม Facebook Affiliate Partnership ร่วมกับ Shopee ได้เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และด้วยความสำเร็จอย่างต่อเนื่องนี้ เราจึงกำลังนำประสบการณ์และฟีเจอร์ดังกล่าวมาสู่ Instagram ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า”
ทั้งนี้ ตัวเลขครีเอเตอร์ 5 ล้านคนที่อยู่ในระบบ Affiliate บนแพลตฟอร์ม Meta เป็นตัวเลขรวมจากทั่วโลก ซึ่งมีครีเอเตอร์ชาวไทยรวมอยู่ในจำนวนมาก
โครงการ Affiliate Commerce บน Instagram จะให้ครีเอเตอร์สามารถเลือกลงทะเบียนกับระบบของ Shopee โดยครีเอเตอร์จะสามารถแท็กสินค้าในคอนเทนต์เพื่อแนะนำสินค้าและสร้างรายได้ได้โดยตรง ผู้บริโภคที่กดแท็กก็จะสามารถสั่งซื้อและชำระเงินผ่านระบบของ Shopee ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีหน้า Dashboard ให้ครีเอเตอร์ประเมินผลงานของตนเอง และโปรแกรมรับโบนัสร่วมกับ Shopee สำหรับครีเอเตอร์ที่ผ่านเกณฑ์ โดยจะมีการส่งคำเชิญผ่านการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชัน
“วิสัยทัศน์ของเราชัดเจน ครีเอเตอร์ไทยสามารถหารายได้เพิ่มขึ้นหลายช่องทางโดยทั้งที่ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มคอมมูนิตี้หรือผู้ติดตามโดยตรงและข้อเสนอจากแบรนด์ต่าง ๆ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้ที่มีชีวิตชีวาที่สุดของ Instagram ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเรามุ่งมั่นที่จะมอบเครื่องมือ การเข้าถึง และเส้นทางรายได้ให้ครีเอเตอร์ไทยสามารถเปลี่ยนความหลงใหลให้กลายเป็นอาชีพที่ยั่งยืน” คุณเรวีกล่าว
มาตรการความปลอดภัย และแนวทางการโพสต์
เพื่อรับมือกับกระแสทั่วโลกที่เริ่มตื่นตัวเรื่องเยาวชนกับโซเชียลมีเดีย Instagram ได้พัฒนาระบบ “บัญชีวัยรุ่น (Teen Accounts)” ซึ่งจะมีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเริ่มต้นที่เข้มงวดที่สุด โดยผู้ใช้งานอายุ 13-16 ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหากต้องการเปลี่ยนการตั้งค่า
แพลตฟอร์มมีระบบควบคุมสำหรับผู้ปกครอง (Parental Control) ควบคู่ไปกับฟีเจอร์จำกัดการส่งข้อความ DM จากคนแปลกหน้า การแจ้งเตือนหากใช้งานเกิน 60 นาที การปิดแจ้งเตือน (Mute) ในช่วงเวลากลางคืน และการจัดประเภทเนื้อหาแบบ PG-13 เพื่อคัดกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
ด้านกลยุทธ์การโพสต์คอนเทนต์ ผู้บริหารแนะนำให้ครีเอเตอร์เข้าไปดูข้อมูลเชิงลึกในระบบหลังบ้าน (Business Suite) เพื่อดูว่าผู้ติดตามของตนเองแอคทีฟในช่วงเวลาใดมากที่สุด โดยการโพสต์ไม่ได้มีช่วงเวลาที่ตายตัวหรือเป็นสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน
สิ่งสำคัญยิ่งกว่าเวลาในการโพสต์คือ การใช้เวลาหลังจากที่กดโพสต์ไปแล้ว ครีเอเตอร์ไม่ควรเครียดกับเวลาโพสต์มากเกินไป แต่ควรให้ความสำคัญกับการตอบคอมเมนต์และพูดคุยกับผู้ติดตามหลังโพสต์คอนเทนต์ ซึ่งจะช่วยสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) และกระตุ้นการเข้าถึงได้ดีกว่า
วิดีโอสั้น (Reels) ยังคงเป็นความสำคัญหลัก เนื่องจากผู้ใช้ในยุคปัจจุบันมีสมาธิสั้นลง และกว่า 85% ของคอนเทนต์ที่ถูกส่งหากันทาง DM คือ Reels จุดเด่นสำคัญของ Reels คือเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ดึงดูดผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ ๆ ที่ยังไม่ได้กดติดตาม (Non-followers) ให้เข้ามาเห็นคอนเทนต์และช่วยให้ครีเอเตอร์เติบโตได้
ผู้บริหารยืนยันว่า วิดีโอสั้น (Reels) ยังคงเป็นความสำคัญหลัก (Priority) ในปีนี้ ขณะที่ครีเอเตอร์ชาวไทยยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการเล่าเรื่องผ่านวิดีโอที่เต็มไปด้วยบริบท (Context) โดยสิ่งที่ภาษาอังกฤษ 1 ประโยค คนไทยสามารถสร้างสรรค์เป็นวิดีโอความยาว 3 นาทีได้อย่างน่าสนใจ
ปัญหาบัญชีถูกระงับและคำแนะนำ
สาเหตุหลักที่ทำให้บัญชีถูกระงับการใช้งานโดยฉับพลัน มักเกิดจากการละเมิดกฎระเบียบชุมชน (Community Guidelines) หรืออีกสาเหตุที่พบบ่อยในขณะนี้คือ การนำบัญชีไปผูกเชื่อมโยงกับ “บัญชีวัยรุ่น” ซึ่งระบบจะมีความไวและเข้มงวดต่อคอนเทนต์เป็นพิเศษ
คำแนะนำเบื้องต้นคือให้ผู้ใช้งานตรวจสอบการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชันหรืออีเมลเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการยื่นอุทธรณ์ (Appeal) โดยทางแพลตฟอร์มเน้นย้ำว่าจะพยายามจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ครีเอเตอร์เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของครีเอเตอร์
อย่างไรก็ตาม คุณปีเตอร์ได้สรุปนิยาม Instagram ของตนเองใน 3 คำว่า “Freedom through Connection” (การเชื่อมโยงกันที่เป็นอิสระ) พร้อมฝากเคล็ดลับสำหรับครีเอเตอร์ว่า ควรอัปเดตคอนเทนต์บ่อยๆ อย่างน้อยควรลง Story ทุกวัน และสลับลงภาพนิ่งกับ Reels อย่างน้อยวันละ 1 โพสต์ เพื่อให้คอมมูนิตี้แข็งแรงและดึงดูดคนใหม่ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่คุณเรวีฝากแนวทางสู่ความสำเร็จ 4 ข้อสำหรับครีเอเตอร์บน Instagram ได้แก่
- การสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าน่าจะแชร์และส่งต่อ (Shareability)
- การเลือกลงลึกในความเชี่ยวชาญที่ตนถนัด (Niche and Depth)
- การเปิดตั้งค่ารายได้บนแพลตฟอร์ม (Turn on Monetization)
- การคว้าโอกาสจากกระแสสังคมหรือเทศกาลสำคัญ (Right Cultural Moments) เพื่อขยายฐานผู้ชม
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Instant Era เปลี่ยนเกมการตลาด เมื่อผู้บริโภคไม่รอแบรนด์ต้องเร็วให้ทัน
SheKnows ถอดสูตรธุรกิจรักษ์โลก กำไรและความยั่งยืนไปด้วยกัน





