รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เสนอทิศทางนโยบายขับเคลื่อนไทยสู่ “เศรษฐกิจนวัตกรรม” เพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ชี้ไทยต้องเปลี่ยนจากผู้ซื้อเป็นผู้สร้างนวัตกรรม พร้อมเสนอแนวทางรื้อโครงสร้างวิจัย เลิกติดหล่มผลลัพธ์ระยะสั้น (Quick Win) ดันกลไกโฮลดิ้งคอมพานีหนุนเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ชูอุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness Economy) ดึงดูดทุนโลก และพลิกโฉมสู่ “มหาวิทยาลัยไร้รั้ว” สร้างรายได้และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และอดีตผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมเผยทิศทางการขับเคลื่อนประเทศสู่ “เศรษฐกิจนวัตกรรม” ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงอย่างยั่งยืน พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับบทบาทของประเทศจาก “ผู้ซื้อเทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างนวัตกรรม” โดยสะท้อนมุมมองจากประสบการณ์การพัฒนาและขับเคลื่อนกลไกนวัตกรรมของสถาบัน INT มหิดล ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของสถาบัน
รื้อโครงสร้างวิจัยเชื่อมโยงสู่การใช้จริง
จากการถอดบทเรียนการบริหารจัดการนวัตกรรมในช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าความท้าทายหลักของระบบวิจัยไทยไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพของบุคลากร แต่เกิดจากกลไกเชื่อมโยงที่ยังไม่สมบูรณ์ในการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง การรื้อโครงสร้างวิจัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยต้องเปลี่ยนกรอบเดิมที่มักจำกัดให้นักวิจัยมุ่งเน้นเพียงการตีพิมพ์หรือขอตำแหน่งทางวิชาการ มาสู่การสร้างกลไกเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคม ซึ่งผลตอบแทนต้องสามารถสร้างมูลค่าและเปลี่ยนชีวิตคนทำวิจัยได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจที่แท้จริง
เลิกติดหล่ม Quick Win ดันโฮลดิ้งหนุน Deep Tech
นอกจากนี้ การขับเคลื่อนนวัตกรรมต้องก้าวข้ามวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ระยะสั้น หรือ Quick Win เนื่องจากเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Deep Tech จำเป็นต้องอาศัยเวลาและการลงทุนระยะยาว จึงมีการเสนอให้ใช้กลไก Holding Company เข้ามาช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินทุน โดยทำหน้าที่เป็นสะพานทุนคอยประคับประคองงานวิจัยในระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะส่งต่อให้กองทุนร่วมลงทุน หรือ Venture Capital (VC) เข้ามาร่วมลงทุนในระดับอุตสาหกรรมต่อไป
ชู Wellness Economy แม่เหล็กดึงดูดทุนโลก
ในเชิงยุทธศาสตร์ ประเทศไทยควรใช้จุดแข็งด้านการแพทย์ สมุนไพร และความหลากหลายทางชีวภาพ ยกระดับนวัตกรรมด้านสุขภาพ หรือ Wellness Economy ให้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก นโยบายนี้จะทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ บริษัทเทคโนโลยี และนักลงทุนจากทั่วโลก ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอื่นๆ ให้เติบโตตามมาในระยะยาว
พลิกโฉมสู่ ‘มหาวิทยาลัยไร้รั้ว’
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญเชิงนโยบายคือการผลักดันให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนบทบาทสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจนวัตกรรม ในอนาคตรายได้หลักของสถาบันการศึกษาต้องเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาค่าเทอม ไปสู่การสร้างรายได้จากผลผลิตทางนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมกันนี้ได้เสนอแนวคิดมหาวิทยาลัยไร้รั้ว ซึ่งเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่จะหลอมรวมกับศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจและภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้ามาร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน โดยให้มหาวิทยาลัยเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ทรู ปักธงผู้นำ Responsible AI หนุนคนไทยเข้าถึง AI อย่างรับผิดชอบ
gettgo จับมือ บางจาก รุกประกันออนไลน์ เชื่อมต่อโซลูชันดูแลรถ ‘ครบจบ’ ในแอปเดียว



