Share on
×

Share

แม็คโคร คาดยอดขายออนไลน์ปี 2569 แตะ 1.1 แสนล้าน ต่อยอด Makro PRO สู่ร้านอาหาร

แม็คโคร คาดยอดขายออนไลน์ปี 2569 แตะ 1.1 แสนล้าน ต่อยอด Makro PRO สู่ร้านอาหาร

แม็คโครคาดยอดขายออนไลน์ปี 2569 อยู่ที่ 100,000–110,000 ล้านบาท เพิ่มจาก 72,000 ล้านบาทในปีก่อน พร้อมเตรียมต่อยอด Makro PRO ให้ช่วยผู้ประกอบการบริหารร้านอาหาร หลังลูกค้าหันมาสั่งสินค้าให้ส่งถึงร้านมากขึ้น ขณะที่กลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง หรือ HORECA สร้างยอดขายให้แม็คโกรมากกว่าร้านโชห่วยแล้ว การขยายธุรกิจจึงต้องควบคู่กับการช่วยลูกค้าลดขั้นตอนทำงาน ควบคุมคุณภาพ และปรับตัวให้ทันความต้องการของผู้บริโภค

ธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่ง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยระหว่างงาน Makro HORECA 2026 ว่า ลูกค้าผู้ประกอบการยังเป็นฐานธุรกิจหลักของแม็คโคร คิดเป็นประมาณ 65–70% ของยอดขาย และสัดส่วนดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก แม้ธุรกิจร้านอาหารเผชิญการแข่งขันและมีผู้ประกอบการบางส่วนปิดกิจการ แต่ยังมีร้านเปิดใหม่เข้ามาในตลาด แม็คโครจึงต้องพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการต่อเนื่อง เพราะการเติบโตของลูกค้าเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทที่ทำธุรกิจค้าส่งมาแล้ว 37 ปี

ยอดขายออนไลน์แม็คโครลุ้นสัดส่วน 40% ปี 2570

ธนิศร์ ระบุว่า ยอดขายออนไลน์ของแม็คโครในปี 2568 อยู่ที่ 72,000 ล้านบาท ส่วนปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 100,000–110,000 ล้านบาท โดยยังไม่ใช่ตัวเลขปิดปีที่ยืนยันแล้ว ขณะที่สัดส่วนยอดขายออนไลน์เพิ่มจากระดับกว่า 30% ในปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 35% และคาดว่าจะขึ้นไปถึง 40% ในปี 2570 การเติบโตนี้สะท้อนว่าผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับความสะดวกมากขึ้น และเลือกให้แม็คโครส่งสินค้าไปถึงสถานประกอบการ แทนการเดินทางมาซื้อสินค้าด้วยตนเองทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายังต้องการมาสาขาเพื่อดูสินค้าใหม่และหาแนวคิดไปพัฒนาธุรกิจ ธนิศร์เล่าว่า ผู้ประกอบการบางรายที่เขาพบระหว่างลงพื้นที่ส่งสินค้ายังอยากมาสาขาเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อดูว่ามีสินค้าและโอกาสใหม่อะไรบ้าง ก่อนใช้ช่องทางออนไลน์สั่งสินค้าที่ต้องซื้อเป็นประจำ แม็คโครจึงต้องพัฒนาบริการออนไลน์ควบคู่กับประสบการณ์ภายในสาขา ให้ลูกค้าได้รับทั้งความสะดวกในการซื้อสินค้าและแนวคิดที่นำกลับไปใช้กับร้านของตนเองได้

สำหรับรูปแบบธุรกิจ Makro PRO ธนิศร์อธิบายว่า เป็นแพลตฟอร์มแบบ 1P (First-party) [mk1.1]ซึ่งแม็คโครบริหารสินค้าและสต็อกเอง ทำให้ยอดขายกับมูลค่าซื้อขายรวมผ่านแพลตฟอร์ม หรือ GMV มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ต่างจากแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ขายรายอื่นนำสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งมูลค่าซื้อขายรวมไม่ได้เป็นรายได้ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มทั้งหมด พร้อมระบุว่า Makro PRO ได้รับการรับรองจาก Euromonitor ว่าเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบ 1P อันดับ 1 ในอาเซียน โดยเป็นการจัดอันดับในรูปแบบธุรกิจดังกล่าว

Makro PRO เตรียมขยาย Smart POS สู่ร้านอาหาร

การขยาย Makro PRO ไม่ได้หยุดอยู่ที่การรับคำสั่งซื้อ แม็คโครพัฒนาระบบ Smart POS ให้ร้านโชห่วยเชื่อมการขายและการจัดการสต็อกเข้ากับระบบของบริษัท ปัจจุบันมีลูกค้าใช้งานประมาณ 1,000 กว่าราย โดยโจทย์สำคัญมาจากปัญหาที่พบระหว่างส่งสินค้าให้ลูกค้า บางร้านสั่งสินค้าจำนวนมากในช่วงส่งเสริมการขาย แต่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงตรวจนับและบันทึกสินค้าเข้าระบบ แม็คโครจึงพัฒนาให้เมื่อร้านกดรับสินค้า ข้อมูลสามารถเข้าสู่สต็อกได้ ช่วยลดขั้นตอนก่อนนำสินค้าขึ้นชั้นวางจำหน่าย

ธนิศร์ กล่าวว่า ได้หารือกับทีมงานถึงการต่อยอดระบบนี้ไปยังร้านอาหาร ซึ่งมีความต้องการต่างจากร้านโชห่วย โดยมองถึงความสามารถด้านอื่นนอกเหนือจากการสั่งสินค้า เช่น การจัดทำเมนูดิจิทัล และการเข้าถึงความรู้หรือแนวคิดพัฒนาเมนู ปัจจุบัน Makro PRO เริ่มมีวิดีโอสั้นให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการอาหารแล้ว แต่ยังต้องพัฒนาให้ครอบคลุมมากขึ้น ส่วนการใช้งานระบบขายหน้าร้านสามารถทำผ่านแท็บเล็ตและอุปกรณ์สแกนสินค้า โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องขนาดใหญ่

ความสามารถในการปรับระบบตามปัญหาของลูกค้าเป็นเหตุผลที่แม็คโครหันมาพัฒนาซอฟต์แวร์หลายส่วนด้วยตนเองในช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมา ธนิศร์มองว่า การทำธุรกิจในยุคที่อีคอมเมิร์ซเปลี่ยนแปลงรวดเร็วต้องมีทีมที่พัฒนาระบบได้ทันความต้องการ รวมถึงบุคลากรด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่ใช้ AI ช่วยทำงานได้ แต่การพัฒนาระบบยังต้องเริ่มจากความเข้าใจหน้างาน ทั้งการขนส่ง การรับสินค้า และขั้นตอนทำงานของผู้ประกอบการ เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

ตลาดอาหาร 680,000 ล้านบาท แข่งขันด้วยคุณภาพและราคา

ความสำคัญของกลุ่ม HORECA ต่อแม็คโครสอดคล้องกับขนาดของธุรกิจบริการไทย ข้อมูลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้านำเสนอในงานระบุว่า ตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569 มีมูลค่าประมาณ 680,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 3.9% ขณะที่กลุ่ม HORECA ซึ่งครอบคลุมโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง สร้างรายได้ในปี 2568 ประมาณ 800,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2567 โดยตัวเลข 2 ชุดมีขอบเขตธุรกิจและช่วงเวลาต่างกัน

ณ เดือนตุลาคม 2569 มีนิติบุคคลในกลุ่ม HORECA ดำเนินกิจการประมาณ 43,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นธุรกิจอาหารกว่า 29,000 ราย ซึ่งประมาณ 99% เป็นธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง และมีแนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งเพิ่มขึ้นประมาณ 12% โดยกระจุกตัวในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนฐานผู้ประกอบการจำนวนมากที่ยังต้องการทั้งวัตถุดิบ เครื่องมือบริหาร และความรู้เพื่อพัฒนาธุรกิจ ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนและการแข่งขัน

ธนิศร์ มองว่า โอกาสของร้านอาหารอยู่ที่การทำให้ลูกค้าได้รับอาหารคุณภาพดี รสชาติอร่อย และรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย เขายกตัวอย่างการเติบโตของร้านสุกี้และร้านสเต็กบางราย เพื่อชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตไม่สูงยังมีพื้นที่สำหรับธุรกิจที่เข้าใจผู้บริโภค ผู้ประกอบการจึงต้องพิจารณาทั้งราคา เมนู และรูปแบบการขายที่เหมาะกับลูกค้า ขณะเดียวกัน พฤติกรรมสั่งอาหารให้ส่งถึงบ้านซึ่งเติบโตในช่วงโควิดยังดำเนินต่อไป ร้านอาหารจึงต้องรักษารสชาติและคุณภาพให้ได้ทั้งการรับประทานที่ร้านและเมื่อส่งถึงมือลูกค้า

สินค้าพร้อมปรุงและพร้อมรับประทานเป็นเครื่องมือที่แม็คโครนำมาใช้สนับสนุนร้านอาหาร โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางที่เริ่มมี 2–3 สาขาและต้องรักษารสชาติให้สม่ำเสมอ ธนิศร์ยกตัวอย่างซอสสำหรับราดเนื้อที่อาจใช้เวลาเตรียมถึง 10 ชั่วโมง หากใช้ผลิตภัณฑ์แช่แข็งที่เตรียมไว้แล้วจะลดเวลาเหลือประมาณ 30–60 นาที นอกจากนี้ ร้านที่มีเมนูหลักอย่างข้าวมันไก่หรือก๋วยเตี๋ยวยังสามารถใช้สินค้าพร้อมรับประทานเพิ่มเมนูติ่มซำหรือขนมหวาน เพื่อทดลองเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าโดยไม่ต้องเตรียมทุกอย่างเอง

แม็คโครยังนำข้อเสนอแนะของลูกค้ามาปรับมาตรฐานวัตถุดิบ ธนิศร์เล่าว่า ระหว่างส่งสินค้าให้ร้านหมูกระทะ เขาได้รับคำวิจารณ์เรื่องการตัดแต่งเนื้อ ทำให้เห็นว่าการตัดแต่งในแต่ละสาขาอาจได้คุณภาพต่างกันตามทักษะของพนักงาน บริษัทจึงเริ่มตัดแต่งสินค้าบางประเภท เช่น เนื้อสัตว์และปลาแซลมอนจากแหล่งผลิตก่อนส่งเข้าสาขา เพื่อให้มาตรฐานสม่ำเสมอมากขึ้น การปรับปรุงนี้ช่วยตอบโจทย์ร้านอาหารที่ต้องควบคุมคุณภาพวัตถุดิบก่อนนำไปประกอบอาหารและจำหน่ายในราคาที่ลูกค้ายอมรับได้

นอกจากคุณภาพและราคา ธนิศร์ยังให้น้ำหนักกับการมีสิ่งใหม่ให้ลูกค้ากลับมาสนใจ โดยนำพฤติกรรมผู้บริโภคที่เลื่อนผ่านเนื้อหาบน TikTok อย่างรวดเร็วมาเป็นแนวคิดในการหมุนเวียนสินค้า ตัวอย่างคือไก่ย่าง Chef Series ที่ร่วมพัฒนากับเชฟและเพิ่มความถี่ในการเปลี่ยนรสชาติจากทุก 3–4 เดือนเป็นทุก 2 เดือน รวมถึงไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ปรับจากออกรสชาติใหม่ทุก 2–3 เดือนเป็นทุก 1 เดือน แนวทางนี้ใช้สร้างความน่าสนใจให้สาขา และเป็นตัวอย่างที่ร้านอาหารนำไปประยุกต์กับการพัฒนาเมนูของตนเองได้

Makro HORECA 2026 เชื่อมโอกาสธุรกิจอาหาร

งาน Makro HORECA 2026 เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนผู้ประกอบการในระยะยาว ผ่านการรวบรวมวัตถุดิบ นวัตกรรม กิจกรรมให้ความรู้ และเครือข่ายเชฟ ผู้ผลิต ตลอดจนซัพพลายเออร์ไว้ในงานเดียว ธนิศร์กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่มีเมนูหรือซอสสูตรเฉพาะสามารถมองโอกาสต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายในวงกว้าง หรือร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาเมนูและรูปแบบธุรกิจใหม่ แม็คโครจึงวางบทบาทให้ครอบคลุมทั้งการจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพและคุ้มค่า การสนับสนุนความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนการเชื่อมโอกาสทางธุรกิจผ่าน Makro PRO, Chef’s Club by Makro และเครือข่ายคู่ค้า

ภายในงานยังมีการลงนามความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับซีพี แอ็กซ์ตร้า เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ครอบคลุมทั้งร้านอาหารและร้านโชห่วย ต่อยอดจากความร่วมมือด้านการปรับภาพลักษณ์ร้านให้ทันสมัยและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการ ขณะที่แม็คโครมองว่าการจัดงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 19 ต้องช่วยให้ผู้ประกอบการได้ความรู้และแนวคิดกลับไปใช้กับกิจการ เพราะผลระยะยาวเกิดจากความสามารถของลูกค้าในการแข่งขันและเติบโต

บทบาทดังกล่าวยังรวมถึงการช่วยให้ผู้ประกอบการกลับมาทำธุรกิจหลังประสบภัย ธนิศร์เล่าถึงการลงพื้นที่น้ำท่วมและช่วงหลังน้ำลดว่า การช่วยเหลือต้องดำเนินต่อไปถึงการฟื้นฟูกิจการ แม็คโครจึงให้ความสำคัญกับการส่งสินค้าเพื่อให้ผู้ประกอบการกลับมาเปิดร้านได้ รวมถึงจัดประชุมผู้บริหารและผู้จัดการสาขาประมาณ 300 คนที่หาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายกับธุรกิจในพื้นที่ ก่อนจัดงาน Makro Like a Pro เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้บริษัทเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการดำเนินงานของแม็คโคร การประกอบอาชีพของลูกค้า และการใช้ชีวิตของชุมชนชัดขึ้น

“ถ้าผู้ประกอบการ HORECA เติบโตได้ ประสบความสำเร็จได้ ธุรกิจแม็คโครถึงจะประสบความสำเร็จ” ธนิศร์กล่าวถึงหลักคิดในการทำงานร่วมกับลูกค้า โดยมหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19 หรือ Makro HORECA 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “FOOD FESTA จุดพลุความคิด จุดไฟธุรกิจอาหาร” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6–8 เมืองทองธานี เปิดให้เข้าชมฟรี เวลา 10.00–19.00 น.

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ท็อปส์ กางแผน 3-5 ปี ยกระดับ SME ไทย ดัน ‘ท็อปส์ ท้องถิ่น’ โกอินเตอร์ 12 ประเทศ

AWC จับมือ IHG ดึงแบรนด์ ‘Ruby’ ปักหมุดโรงแรมแรกในเอเชียแปซิฟิกที่สาทร คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2570

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar