ManageEngine ผู้ให้บริการโซลูชันการจัดการไอทีระดับองค์กร ประกาศกลยุทธ์การเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ชูจุดแข็งการเป็นแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่สร้างขึ้นเองตั้งแต่ต้น (Built From Scratch) เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด Native SOAR ในโซลูชัน Log360 เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนของภัยคุกคามในยุคดิจิทัล พร้อมเผยโรดแมปการเปิดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกในอาเซียนที่สิงคโปร์เร็ว ๆ นี้
ไทย ตลาดสำคัญอันดับต้นของอาเซียน
Arun Kumar รองประธานระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ของ ManageEngine เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึง 25% ต่อปี และปัจจุบันมีฐานลูกค้าองค์กรในภูมิภาคนี้มากกว่า 7,500 ราย
สำหรับประเทศไทยเป็นตลาด Top 5 ของ ManageEngine ในภูมิภาคในแง่ของรายได้ และมีสัดส่วนลูกค้าประมาณ 10% หรือ 750 ราย โดยมีกลยุทธ์หลักคือการสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าผ่านแนวทาง Localization หรือการปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงการจ้างทีมงานคนไทย ทั้งฝ่ายที่ปรึกษาทางเทคนิคและฝ่ายการตลาด เพื่อให้สามารถสื่อสารและดูแลลูกค้าเป็นภาษาไทยได้โดยตรง
นอกจากนี้ บริษัทยังทำงานร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งในไทยอย่าง SiS Distribution (Thailand) และ PPBK (PP Bangkaew Business) เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการให้บริการหลังการขายที่ครอบคลุม

ทลายกำแพง Silo ในการจัดการไอที
หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่องค์กรทั่วโลกเผชิญคือการมีซอฟต์แวร์ไอทีที่ทำงานแยกส่วนกัน ทำให้การบริหารจัดการขาดความต่อเนื่อง คุณ Arun ชี้ให้เห็นว่าแนวคิดของ ManageEngine คือการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์
“องค์กรส่วนใหญ่เผชิญกับความท้าทายจากการมีผลิตภัณฑ์ไอทีที่ทำงานแยกส่วนกัน ซึ่งไม่สื่อสารกันเอง แนวคิดของเราคือการสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากศูนย์ เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ออกมาจากโรงงาน ช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมแบบ 360 องศา”
ปัจจุบัน ManageEngine มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 60 รายการ แบ่งออกเป็น 7 กลุ่มโซลูชันหลัก (Verticals) ได้แก่ การจัดการบริการไอที (ITSM), การจัดการอุปกรณ์และรักษาความปลอดภัย (UEM), การตรวจสอบประสิทธิภาพ (Observability), การจัดการ Log และเหตุการณ์ความปลอดภัย (SIEM), การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงระดับสูง (PAM), การจัดการอัตลักษณ์ (IAM) และเครื่องมือ Low-code สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล
เตรียมเปิดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกในอาเซียน
ManageEngine เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้ Zoho Corporation ซึ่งดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2539 บริษัทฯ มีโครงสร้างพื้นฐานเป็นของตนเอง มีดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่า 20 แห่งทั่วโลก ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการเองทั้งหมดโดยไม่พึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์ภายนอก เพื่อรับประกันความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าอย่างสูงสุด
ManageEngine กำลังจะเปิด Data Center แห่งใหม่ในประเทศสิงคโปร์เร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกในอาเซียน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในแถบนี้ และช่วยให้การใช้งานแอปพลิเคชันคลาวด์มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
พลิกโฉมการโต้ตอบภัยคุกคามใน Log360

เพื่อรับมือกับภัยคุกคามข้ามโดเมนที่ซับซ้อนขึ้น ManageEngine ได้เปิดตัว Native SOAR ภายในแพลตฟอร์ม Log360 ซึ่งเป็นการนำระบบอัตโนมัติมาไว้ในโมเดลข้อมูลเดียวกันกับระบบตรวจจับ ทำให้ทีม SOC (Security Operations Center) สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอเครื่องมือไปมา
“เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic Automation ที่ AI ไม่ได้แค่แจ้งเตือน แต่สามารถตัดสินใจและจัดการปัญหาได้เองในกรอบที่กำหนด ซึ่ง Log360 ถูกออกแบบมาให้ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” Manikandan Thangaraj รองประธานของ ManageEngine กล่าวเสริม
ด้วยความสามารถของ Native SOAR องค์กรสามารถใช้ Expert Playbooks ที่พร้อมใช้งานทันทีมากกว่า 60 แบบ ตัวอย่างเช่น เมื่อระบบตรวจพบมัลแวร์ในอุปกรณ์เครื่องหนึ่ง Playbook จะสามารถสั่งแยกอุปกรณ์ ผ่านระบบ UEM และยกเลิกสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ผ่านระบบ IAM ได้โดยอัตโนมัติทันที
จากการพยากรณ์สู่ Agentic AI ที่ตัดสินใจได้เอง
ManageEngine ไม่ได้มอง AI เป็นเพียงกระแส แต่เป็นการลงทุนที่ต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปีผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Zia ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การทำ Machine Learning เพื่อทำนายแนวโน้มเหตุการณ์ (Prediction) และวิเคราะห์ความรู้สึกของผู้ใช้งาน (Sentiment Analysis) เพื่อช่วยงาน IT Helpdesk ไปจนถึง Generative AI รุ่นล่าสุดที่บริษัทสร้าง Large Language Model (LLM) ของตัวเองที่เป็น Open Source ซึ่งลูกค้าสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้าน Token เพิ่มเติม และยังเปิดกว้างให้ลูกค้านำ LLM ภายนอกที่ตนเองมีสิทธิ์การใช้งานอยู่แล้วมาเชื่อมต่อกับระบบได้ตามความต้องการ
ความท้าทายใหม่ บัญชีที่ไม่ใช่มนุษย์
หนึ่งในเทรนด์ความปลอดภัยที่สำคัญที่ ManageEngine ให้ความสำคัญคือการจัดการบัญชีที่ไม่ใช่มนุษย์หรือ Non-human Identity เช่น API Keys, Tokens และบัญชีที่ใช้ในระบบอัตโนมัติ (RPA) ซึ่งคุณ Arun ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันพบว่าอัตราส่วนระหว่างบัญชีที่ไม่ใช่มนุษย์ต่อพนักงาน 1 คน อยู่ที่ 50:1 และมีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น 500:1 ในอนาคต
“บัญชีเหล่านี้มักไม่ได้รับความสนใจในการเปลี่ยนรหัสผ่านหรือควบคุมสิทธิ์ ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงมหาศาลหากถูกแฮกเกอร์โจมตี ManageEngine จึงมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันที่ครอบคลุมทั้ง Identity Lifecycle Management และระบบการเก็บรักษารหัสผ่านเพื่อปิดช่องโหว่ในส่วนนี้” คุณ Arun กล่าวทิ้งท้าย



