กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผนึก ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศยุทธศาสตร์พลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยด้วยโครงข่าย 5G และ เทคโนโลยี AI ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศสุขภาพอัจฉริยะที่ไร้รอยต่อ โดยมี “หมอพร้อม Super App” ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 26 ล้านคนเป็นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพดิจิทัล พร้อมดำเนินการ 3 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้คนไทย
3 ยุทธศาสตร์หลัก พลิกโฉมระบบสุขภาพไทย
พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งสร้างความมั่นคงทางสุขภาพดิจิทัลให้คนไทย ซึ่งความร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญสูงจะช่วยให้ก้าวข้ามข้อจำกัดของการพัฒนาและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยมีประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ 3 เรื่อง
- การทำให้การเข้าถึงบริการสุขภาพพื้นฐานผ่านดิจิทัลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน
- นำข้อมูลสุขภาพที่ได้รับโดยความยินยอมของประชาชนมาวิเคราะห์ เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลสุขภาพรายบุคคล ให้ประชาชนรู้ทันสุขภาพของตนเองก่อนเจ็บป่วย
- การพัฒนาบุคลากรให้ครอบคลุมทุกระดับ รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า เพื่อสามารถแนะนำประชาชนในการใช้งานเทคโนโลยีด้านสุขภาพได้
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การผนึกกำลังกับภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการสื่อสารจะช่วยให้ระบบสุขภาพดิจิทัลสมบูรณ์แบบได้เร็วขึ้น โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1) เปลี่ยนการรักษาเป็นการสร้างนำซ่อมหรือเน้นการป้องกัน 2) เปลี่ยนบุคลากรเดิมเป็นบุคลากรสมรรถนะสูง และ 3) เปลี่ยนกำแพงค่าใช้จ่ายเป็นโอกาสการเข้าถึง
ทั้งนี้ จะมีการส่งเสริมบุคลากรในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้บริการประชาชน อาทิ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ การสร้างความตระหนักรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนให้สิทธิประโยชน์ด้านบริการสื่อสารและอินเทอร์เน็ต รวมถึงอุปกรณ์เทคโนโลยี
นพ.สมฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ควบคุม กำกับ และบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มหมอพร้อม ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
ด้าน ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ทรูจะนำโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและศักยภาพการให้บริการดิจิทัล ผสานเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญ ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมระบบบริการสุขภาพดิจิทัลของกระทรวงสาธารณสุข ผ่าน “หมอพร้อม Super App” ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพดิจิทัล อีกทั้งยังพร้อมขยายความร่วมมือต่อยอดสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ ที่หลอมรวมทั้งข้อมูล คน และเทคโนโลยี เข้าด้วยกัน ด้วยการผนวกโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้วย AI ทำให้เกิดการบูรณาการข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ทรูยังร่วมยกระดับทักษะดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมผลักดันยุทธศาสตร์สุขภาพดิจิทัลของกระทรวงสาธารณสุข มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับภูมิภาค
ขจัดกำแพงค่าใช้จ่าย สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพด้วยอินเทอร์เน็ตฟรี 1 ปี
หัวใจสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้อีกประการหนึ่ง คือการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัลได้โดยไม่มีอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายในการสื่อสาร ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนกำแพงค่าใช้จ่ายเป็นโอกาสการเข้าถึง”
ชารัด เมห์โรทรา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงสิทธิประโยชน์ในส่วนนี้ว่า ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทรู ในการนำเทคโนโลยีมายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยทรูพร้อมสนับสนุนการใช้งานแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ด้วยการเปิดให้ลูกค้าทรูและดีแทคทั่วประเทศใช้แอปพลิเคชันโดยไม่เสียค่าบริการดาต้าเป็นเวลา 1 ปี
ความร่วมมือดังกล่าวกำหนดให้ลูกค้าทรูและดีแทคทั่วประเทศสามารถใช้งานแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” โดยไม่คิดค่าบริการดาต้า เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570 ผู้ใช้บริการเพียงใส่ซิมและมีสัญญาณโทรศัพท์ก็สามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้ทันทีโดยไม่ถูกหักอินเทอร์เน็ตจากแพ็กเกจที่ใช้งานอยู่
ด้วยความพร้อมของโครงข่ายทรูที่มีความครอบคลุม 5G ถึง 95% และ 4G ร่วมกับ 5G ถึง 98% จึงมั่นใจได้ว่าประชาชนจะใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง นโยบายนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัวให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และบุคลากรทางการแพทย์ที่แต่เดิมอาจต้องใช้ทุนส่วนตัวเติมอินเทอร์เน็ตเพื่อลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล
รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า การสนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรี 1 ปีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยตั้งเป้าให้การเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านดิจิทัลเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ของประชาชน ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพดิจิทัลและแบ่งเบาภาระของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
“หมื่นก้าว เอารางวัล” สร้างแรงจูงใจให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพเชิงรุก
นอกจากการขจัดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงบริการแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนผ่านแคมเปญ “Healthy Life” บนหมอพร้อม Super App เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก
คุณชารัด กล่าวถึงรายละเอียดแคมเปญ “หมื่นก้าว เอารางวัล” ว่า แคมเปญนี้ส่งเสริมให้ประชาชนสะสมก้าวเดินเพื่อรับ “หมอพร้อมเครดิต” โดยมีเงื่อนไขการสะสมคะแนนและการแลกของรางวัลที่ชัดเจน
การเดินครบ 10,000 ก้าว จะได้รับหมอพร้อมเครดิต 5 คะแนน เมื่อสะสมครบ 35 คะแนน สามารถนำไปแลกรับส่วนลดเครื่องดื่มทรูคอฟฟี่ในเมนูหวานน้อย มูลค่า 35 บาท สะสมครบ 100 คะแนน สามารถนำไปเป็นส่วนลดซื้ออุปกรณ์เสริมที่ทรูช็อปได้ 100 บาท และสะสมครบ 1,000 คะแนน สามารถนำไปเป็นส่วนลดซื้อนาฬิกาสุขภาพหรือสมาร์ทโฟน 5G ได้สูงสุด 1,500 บาทที่ทรูช็อป
รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า กิจกรรมนับก้าวไม่ได้มีเพียงการแจกรางวัลเท่านั้น แต่ต้องนำข้อมูลสุขภาพที่ได้รับความยินยอมมาวิเคราะห์ เพื่อออกแบบนโยบายการดูแลสุขภาพรายบุคคล และให้ประชาชนรู้ทันสุขภาพก่อนป่วย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนการรักษาเป็นการสร้างนำซ่อมหรือการเน้นการป้องกันที่นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน กล่าวไว้
ยกระดับบุคลากรสาธารณสุขสู่ยุคดิจิทัลด้วย True Digital Academy
ความร่วมมือนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีและการให้สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับให้มีทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน ตามแนวคิด “เปลี่ยนบุคลากรเดิมเป็นบุคลากรสมรรถนะสูง” ที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวถึง
ดร.ธีรเดช กล่าวว่า ทรูจะนำสถาบัน True Digital Academy รวมทั้งเครือข่ายพันธมิตรจากมหาวิทยาลัย เข้ามาช่วยฝึกอบรมและให้ความรู้แก่บุคลากรของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เทคโนโลยี AI และความเข้าใจด้านการเปลี่ยนแปลงระบบดิจิทัล
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า การส่งเสริมบุคลากรในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้บริการประชาชนจะดำเนินการผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ การสร้างความตระหนักรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนการให้สิทธิประโยชน์ด้านบริการสื่อสารและอินเทอร์เน็ต รวมถึงอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการปฏิบัติราชการผ่านระบบดิจิทัล
รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จะเร่งอบรมและพัฒนาบุคลากรทุกระดับ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ด่านหน้าและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้เป็น “Digital Health Agent” ที่สามารถแนะนำการใช้เทคโนโลยีให้ประชาชนได้จริง ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานนี้จะช่วยลดต้นทุนของ อสม. และลดความแออัดในโรงพยาบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมาย ทรุยืนยันไม่มีนัยยะแฝงทางธุรกิจ
ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองหน่วยงานให้ความสำคัญคือ ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลประชาชน โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ควบคุม กำกับ และบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลทั้งหมดบนแพลตฟอร์มอย่างเคร่งครัด ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะควบคุม กำกับการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มหมอพร้อม ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
ดร.ธีรเดชกล่าวว่า ทรูยืนยันว่าการเข้าร่วมโครงการนี้ทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยทรูไม่ได้เข้าไปดูหรือนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไปใช้ประโยชน์ และไม่มีวัตถุประสงค์อื่นเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคย้ายค่าย สิ่งที่ทรูทำคือการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์เข้ามาช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานให้กระทรวงสาธารณสุข
รมว.สาธารณสุข กล่าวเสริมว่า ข้อมูลสุขภาพทั้งหมดเป็นของประชาชนและอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข โดยดำเนินการภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
อนาคต “หมอพร้อม” สู่การเป็นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนา “หมอพร้อม Super App” ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลประจำตัวของคนไทยอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีแผนพัฒนาฟีเจอร์ในอนาคตเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์
คุณพัฒนา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า หมอพร้อมถูกยกระดับให้เป็นแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลประจำตัวของคนไทย โดยในอนาคตจะมีการเพิ่มฟังก์ชันโทรเวชกรรมให้ผู้ป่วยปรึกษาแพทย์ได้ทางออนไลน์ และมีระบบติดตามสถานะการจัดส่งยาทางออนไลน์ว่าจะส่งถึงเมื่อใด รวมถึงฟังก์ชันการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันเพื่อลดความแออัดและลดภาระการบริหารจัดการเงินสดของโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีการรองรับการเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable devices) และการรวมศูนย์ข้อมูลสุขภาพเพื่อเป็นแหล่งรวมประวัติการรักษาผู้ป่วย เช่น ข้อมูลความดัน ผลตรวจเลือด
ทางด้าน ดร.ธีรเดช กล่าวว่า ทรูพร้อมขยายความร่วมมือต่อยอดสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งหลอมรวมทั้งข้อมูล คน และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ขณะที่ จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า การมีแอปพลิเคชันที่รวมข้อมูลสุขภาพไว้ที่เดียวจะช่วยแก้ปัญหาที่ประชาชนต้องเจาะเลือดหรือวัดความดันใหม่ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนโรงพยาบาล ทำให้สามารถนำประวัติการรักษาติดตัวไปใช้ได้ทุกที่
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ฟูจิฟิล์มรุก AI การแพทย์ ชูเอกซเรย์อัจฉริยะลดภาระสาธารณสุขไทย
วิชาข่าวร้าย: เมื่อความไม่รู้น่ากลัวกว่าความตาย ให้ ‘ความจริง’ นำทาง
‘พระคิลานธรรม’ สงฆ์ยามด่วน เยียวยาใจในห้องไอซียู



