Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

นักวิจัยนาโนเทค คว้ารางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ปี 2569 โชว์นวัตกรรม MOFs ดักจับ CO2-ลดความชื้น

นักวิจัยนาโนเทค คว้ารางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ปี 2569 โชว์นวัตกรรม MOFs ดักจับ CO2-ลดความชื้น

นักวิจัยนาโนเทค สวทช. ดร.บุญรัตน์ รุ่งทวีวรนิตย์ โชว์ผลงาน “เทคโนโลยีวัสดุพรุน Metal–Organic Frameworks (MOFs) สำหรับการดักจับ CO2 และไอน้ำแบบครบวงจร” รับรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2569 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานมูลนิธิฯ เป็นผู้มอบรางวัล

งาน Outstanding Technologist Awards & Techinno Forum 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Unfinished Business” เพื่อทบทวนและขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของไทย โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เข้าร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค เข้าร่วมรับฟังและแสดงความยินดี

จากปัญหาสภาวะโลกร้อนอันเนื่องมาจากการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการลดการปล่อยแก๊ส CO2 สู่ชั้นบรรยากาศ โดยประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายการปล่อยแก๊สเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 การไปถึงเป้าหมายดังกล่าว นอกจากมาตรการอื่น ๆ แล้ว ยังมีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (carbon dioxide capture, utilization, and storage, CCUS) ดังนั้น เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยลด CO2 จากแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกได้ยาก (hard-to-abate sector) การพัฒนาวัสดุและระบบดักจับแก๊ส CO2 ที่มีประสิทธิภาพ และต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองเพื่อตอบโจทย์ทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Metal–Organic Frameworks

ดร.บุญรัตน์ รุ่งทวีวรนิตย์ นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า วัสดุโครงข่ายโลหะ-อินทรีย์ หรือ Metal–Organic Frameworks (MOFs) เป็นวัสดุที่มีรูพรุนระดับนาโน สามารถออกแบบโครงสร้างและสมบัติทางเคมีให้เลือกดูดซับโมเลกุลเป้าหมายได้อย่างจำเพาะ และใช้พลังงานต่ำในการคายซับเพื่อนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ทีมวิจัยพัฒนา MOFs สำหรับดักจับแก๊ส CO2  ตั้งแต่ตั้งแต่ความเข้มข้นร้อยละ 0.1 ถึงร้อยละ 20 เพื่อให้ครอบคลุมแหล่งแก๊สไอเสียต่าง ๆ ของไทย

จุดเด่นของผลงาน อยู่ที่การพัฒนาเทคโนโลยีแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบวัสดุ การทดสอบสมบัติการดูดซับแก๊สในสภาวะเสมือนจริง การขยายกำลังการผลิตด้วยกระบวนการสังเคราะห์แบบไหลต่อเนื่อง การขึ้นรูป  MOFs จากผงเป็นเม็ดวัสดุดูดซับ สารเคลือบที่ใช้งานได้บนวัสดุต่าง ๆ ไปจนถึงการพัฒนาระบบต้นแบบสำหรับใช้งานจริง ภายใต้แนวคิด “Drop-in Upgrade” เพื่อให้สามารถนำวัสดุไปทดแทนหรือยกระดับระบบเดิมของโรงงานได้ โดยลดความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์หลัก

ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิต MOFs ที่พัฒนาขึ้นสามารถขยายกำลังการผลิตได้มากกว่า 50 เท่า และอยู่ในระหว่างการต่อยอดสู่ระบบผลิตวัสดุที่ผลิตได้ในระดับไม่น้อยกว่า 100 กิโลกรัมต่อวัน ในขณะที่เทคโนโลยีขึ้นรูปวัสดุแบบเม็ดมีกำลังการผลิตมากกว่า 20 กิโลกรัมต่อวัน และมีการพัฒนาต้นแบบระบบดักจับแก๊ส CO2 ด้วยกระบวนการแยกแก๊สแบบสลับความดัน หรือ Vacuum Pressure Swing Adsorption (VPSA) สำหรับขยายผลสู่การทดสอบกับแก๊สไอเสียจริง

ดร.บุญรัตน์เผยว่า ผลการทดสอบระบบต้นแบบระดับห้องปฏิบัติการ พบว่าสามารถแยกแก๊ส CO2 จากแก๊สไอเสียที่มี CO2 ร้อยละ 15 ได้ CO2 ที่มีความบริสุทธิ์มากกว่าร้อยละ 93 ขณะนี้ได้ขยายผลสู่การจัดสร้างต้นแบบระดับสนามสำหรับการดักจับแก๊ส CO2 เพื่อทดสอบการดักจับจากแก๊สไอเสียจริงจากปล่องไอเสียของโรงไฟฟ้า ภายใต้ความร่วมมือระหว่างนาโนเทค สวทช. และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้นำเทคโนโลยีแบบครบวงจรที่พัฒนาขึ้นมาใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการลดความชื้นต่ำยิ่งยวด ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และเซมิคอนดักเตอร์ โดยอยู่ในขั้นการศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น นอกจากใช้กับแก๊ส CO2 แล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้กับแก๊สอื่น ๆ ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ มีศักยภาพลดการพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้า และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

“รางวัลนี้เป็นกำลังใจสำคัญให้ทีมวิจัยมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายในการวิจัยไม่ใช่เพียงการพัฒนาวัสดุที่มีประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการ แต่ต้องทำให้เทคโนโลยีสามารถผลิตได้จริง ใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ในระยะต่อไป โดยทีมจะเร่งทดสอบและขยายขนาดระบบต้นแบบร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อผลักดันการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทั้งด้านการดักจับแก๊ส CO2 และการควบคุมความชื้น ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากงานวิจัยไทยและสนับสนุนการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกของประเทศ” ดร.บุญรัตน์ กล่าว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

SC Asset เปิดบ้านนำร่อง ‘SC Green Mark’ ชู 13 จุดกรีนจับต้องได้จริง

เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุก FoodTech ขยายอีคอมเมิร์ซกลุ่ม HORECA

วิศวฯ จุฬาฯ ร่วมกับ สวจ. และ Sea (ประเทศไทย) จัดอบรม ‘CU Financial Change Agent’

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar