Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

NT กางแผนสู้ศึกปี 2569: เดิมพัน Data & Space Economy กู้วิกฤติขาดทุน

NT กางแผนสู้ศึกปี 2569: เดิมพัน Data & Space Economy กู้วิกฤติขาดทุน

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยผลประกอบการปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 1,900 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2026 เตรียมรับมือภาวะรายได้จากพันธมิตรลดลง ด้วยการตั้งงบลงทุน 4,900 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างและมุ่งเน้นธุรกิจใหม่ ทั้งการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) และเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) โดยตั้งเป้าพลิกฟื้นองค์กรให้กลับมาทำกำไรอย่างยั่งยืนภายใน 3 ปี

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2025 ถือว่าทำได้ดีกว่าแผนงานที่วางไว้ เดิมที NT คาดการณ์กำไรสุทธิ (Net Profit) ไว้ที่ประมาณ 300-400 ล้านบาท แต่สามารถทำตัวเลขกำไรจริงได้สูงถึง 1,900 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ การควบคุมค่าใช้จ่าย (Cost Control) ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น และการไม่มีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน (Unexpected Costs) ซึ่งแตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เข้ามากระทบ รวมถึงระบบบริหารจัดการ (Management System) การบริหารจัดการระบบหลังบ้าน (Back Office) และระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในด้านรายได้ (Revenue) แม้ภาพรวมจะไม่ได้เข้าเป้าตามประมาณการทั้งหมด โดยเฉพาะรายได้จากกลุ่มโมบายล์ (Mobile) ที่หายไปจากการสิ้นสุดสัญญาพันธมิตร แต่ในแง่ของอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) พบว่ามีการปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ (Sector) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจดิจิทัล (Digital Business) ที่ทำผลงานได้สูงกว่าแผนและมีอัตราการเติบโต (Growth) ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ก้อนใหญ่ที่หายไปจากส่วนของพันธมิตรได้

ทิศทางปี 2568: ปีแห่งความท้าทายและการปรับฐานองค์กร

พันเอก สรรพชัยย์ ยอมรับว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ยากลำบาก โดยประมาณการเบื้องต้นอาจประสบภาวะขาดทุนประมาณ 5,000 – 6,000 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักจาก 2 ประการ

  1. รายได้จากพันธมิตร (Partner Revenue): หายไปจากการสิ้นสุดสัญญา
  2. โครงการปรับลดบุคลากร (MFP): มีภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จากการดำเนินโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดหรือการปรับลดคน

NT คาดการณ์ว่าผลประกอบการอาจจะอยู่ในแดนลบประมาณ 2 ปี (ปีนี้และปีหน้า) ก่อนที่จะกลับมาเป็นบวกได้อีกครั้งใน 2-3 ปีข้างหน้า ด้วยกลยุทธ์การเร่งหารายได้ใหม่ การลดค่าใช้จ่าย และการลดจำนวนบุคลากร โดยในปี 2026 นี้ บริษัทจะมุ่งเน้นนโยบายเร่งด่วน ได้แก่

  1. การธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance): เนื่องจากองค์กรเกิดจากการควบรวม มีระบบซ้ำซ้อนและข้อมูลจำนวนมากที่ต้องจัดการ ปีนี้จะเน้นการทำความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing) และจัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  2. การปรับโครงสร้างองค์กร (Restructuring): จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2026 ซึ่งโครงสร้างใหม่นี้มีความเหมาะสมประมาณ 90% และจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน

กลยุทธ์ธุรกิจ มุ่งสู่ Digital และ Space Economy

  1. ธุรกิจดิจิทัล (Digital Business) NT โฟกัสไปที่บริการคลาวด์ (Cloud Service) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยเฉพาะในภาครัฐ (Government Sector) ซึ่งมีความต้องการใช้งาน (Demand) สูงมากจากโครงการ G Cloud, Open Data และ AI Cloud
    • อธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty): NT ผลักดันนโยบายความเป็นอธิปไตยของข้อมูลและเทคโนโลยี (Technology Sovereignty) เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้แพลตฟอร์มต่างชาติ (เช่น ChatGPT, Gemini) ที่ข้อมูลมักจะถูกส่งออกไปประมวลผลและจัดเก็บในต่างประเทศ NT จึงต้องการสร้างระบบที่ข้อมูลของภาครัฐยังคงอยู่ภายในประเทศและบริหารจัดการโดยคนไทย
    • ศูนย์ข้อมูล (Data Center): ปัจจุบันพื้นที่ให้บริการเต็มทุกแห่งและไม่เพียงพอต่อความต้องการ NT จึงมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มทั้งในกรุงเทพฯ (งามวงศ์วาน), ภาคเหนือ, ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมถึงเปิดรับพันธมิตรจากต่างชาติที่ต้องการเข้ามาตั้งฐานในไทย โดย NT พร้อมสนับสนุนด้านการเชื่อมต่อ (Connectivity)
  2. เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) NT เดินหน้าธุรกิจดาวเทียม โดยเฉพาะดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ซึ่งได้เริ่มทดลองให้บริการร่วมกับพันธมิตรอย่าง OneWeb ที่จังหวัดพิษณุโลก และพบว่าสามารถใช้งานได้จริง ไม่ล่าช้า (Latency) อย่างที่กังวล เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกล ชายฝั่ง หรือในทะเล
    • โอกาสในอนาคต: คาดว่าจะมีพันธมิตรรายใหม่เข้ามาเจรจาอีก 1-3 รายภายในปีนี้ และเตรียมลงทุนสร้างเกตเวย์ (Gateway) เพิ่มเติม
    • อินเทอร์เน็ตสรรพสิ่ง (IoT): การใช้ดาวเทียม LEO สนับสนุนโซลูชัน IoT เพื่อการเตือนภัยพิบัติ เช่น การตรวจจับไฟป่า (Wildfire Detection) ซึ่งเซนเซอร์สามารถแจ้งเตือนได้ทันที ช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้มหาศาล แม้การลงทุนต่อจุดอาจดูสูง แต่มีความคุ้มค่าในระยะยาว (อายุการใช้งานอุปกรณ์ 15 ปี)
  3. โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และ บรอดแบนด์ (Broadband) NT วางตำแหน่งเป็น “เป็นกลาง” (Neutral) ในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ให้บริการทุกรายสามารถใช้งานร่วมกันได้ ลดการลงทุนซ้ำซ้อนของประเทศ และเปลี่ยนการแข่งขันไปที่คุณภาพบริการ (Service Solution) แทนสงครามราคา
    • บรอดแบนด์: ตลาดเริ่มอิ่มตัว (Saturate) เน้นการรักษาฐานลูกค้าและลดต้นทุนการดำเนินงาน

แผนการลงทุน

ปี 2569 งบลงทุนรวมอยู่ที่ประมาณ 4,900 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากในอดีต (เคยอยู่ที่ระดับ 7,000 – 8,000 ล้านบาท) โดยมีการจัดสรรสัดส่วนการลงทุน ดังนี้:

  • 30%: สำหรับธุรกิจบรอดแบนด์และโครงสร้างพื้นฐานข่ายสาย (Last Mile/ODN) ซึ่งยังมีต้นทุนสูงในการขยายและดูแลรักษา
  • 5%: สำหรับธุรกิจดิจิทัล โดยเน้นหนักที่การสร้างและขยายศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีมูลค่าโครงการหลักหลายร้อยล้านบาท (ไม่รวมซอฟต์แวร์)
  • 10-20%: สำหรับโครงสร้างพื้นฐานหนัก (Hard Infrastructure) อื่นๆ

การบริหารสินทรัพย์

NT มีที่ดินประมาณ 2,400 ไร่ ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท และมีอาคารสำนักงานจำนวนมาก โดยมีแนวทางบริหารจัดการดังนี้:

  • พื้นที่เช่าราชการ: หากไม่ใช้งานจะส่งคืน หรือนำมาปล่อยเช่าช่วงหากทำได้
  • พื้นที่กรรมสิทธิ์ของ NT: เปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาเช่าทำสัญญา โดยได้ปรับปรุงระเบียบให้เอื้อต่อการทำธุรกิจมากขึ้น และมีระบบตัวแทนเช่า (Agent) ที่มีส่วนแบ่งรายได้ (Incentive) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเช่าพื้นที่
  • ลดสาขา: เนื่องจากลูกค้าใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) มากขึ้น จึงลดจำนวนศูนย์บริการในบางพื้นที่ (เช่น สุรินทร์ จากเดิม 6-7 แห่ง เหลือ 2 แห่ง) เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและค่าจ้างบุคลากร

โครงสร้างรายได้และโบนัส

สัดส่วนรายได้ (Revenue Mix): เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่รายได้โมบายล์เคยสูงถึง 51-52% ปัจจุบันสัดส่วนของบรอดแบนด์เริ่มมีขนาดใหญ่กว่าโมบายล์ (โมบายล์เหลือลูกค้าบริหารเองประมาณ 1.5 ล้านราย) ในขณะที่รายได้จากดิจิทัลขยับขึ้นมาอยู่ที่ 15-20% และตั้งเป้าให้เป็นพอร์ตรายได้หลักในอนาคต

โบนัส (Bonus): คาดว่าจะมีการจ่ายโบนัสสำหรับผลประกอบการปี 2568 (รอการยืนยันตัวเลขสุดท้ายหลังหักลบรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน) แต่สำหรับปี 2569-2570 ที่คาดว่าจะขาดทุน อาจไม่มีการจ่ายโบนัส ก่อนจะกลับมาจ่ายได้อีกครั้งเมื่อผลประกอบการกลับมาเป็นบวก

พันเอก สรรพชัยย์ ทิ้งท้ายว่า การบริหารงานของ NT จำเป็นต้องปรับตัวอย่างจริงจัง ทั้งการเพิ่มรายได้จากธุรกิจใหม่ (New S-Curve) และการลดรายจ่ายอย่างเข้มข้น เพื่อให้องค์กรอยู่รอดและกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าโครงสร้างและทิศทางที่วางไว้นี้เป็นทางออกที่จำเป็นและเหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรในเวลานี้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Future of Care: ดัน ‘ดิจิทัล’ เป็นแกนกลางสร้างความยั่งยืนให้ระบบสาธารณสุข

จุฬาฯ เปิด ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ รุกวิจัย-ปั้นหลักสูตร ดันไทยสู่ฮับภูมิภาค

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar