Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ออมนิคอม มีเดียชู ‘Consumer-First’ รับมือภาวะ ‘Mass Fragmentation’

ออมนิคอม มีเดียชู 'Consumer-First' รับมือภาวะ 'Mass Fragmentation'

อุตสาหกรรมสื่อและโฆษณากำลังเผชิญกับการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ จากปัจจัยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ล่าสุด ออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจภายหลังการรวมกิจการของบริษัทแม่ในระดับโลกระหว่าง Omnicom และ IPG ซึ่งส่งผลให้มีการปรับโครงสร้างการบริหารในไทยใหม่ โดยผนึกกำลัง 4 เอเจนซี่หลัก ได้แก่ Initiative, OMD, PHD และ UM เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและบริหารจัดการทรัพยากรผ่านระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการผลลัพธ์ทางธุรกิจมากกว่าการซื้อพื้นที่สื่อแบบดั้งเดิม

จากการสื่อสารแบรนด์ สู่การถอดรหัสวัฒนธรรม

จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย เปิดเผยถึงทิศทางการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญว่า บริษัทฯ มีการปรับกระบวนทัศน์จากการยึดแบรนด์เป็นที่ตั้ง (Brand-first) มาเป็นการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Consumer-first) ผ่านการใช้ Fast Creative Lab ที่นำข้อมูลเรียลไทม์มาวิเคราะห์บทสนทนาในโลกโซเชียล เพื่อสร้างคอนเทนต์แบบ Social-first ที่ทันต่อกระแสสังคม

“เราไม่ได้เริ่มจากสิ่งที่แบรนด์อยากพูด แต่เริ่มจากสิ่งที่สังคมกำลังสนใจ เพื่อสร้างคอนเทนต์แบบ Social-first ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วและลึกกว่าเดิม” คุณจิณณารัชช์ กล่าว

นอกจากงานด้านคอนเทนต์ บริษัทยังขยายบริการไปสู่ดิจิทัลโซลูชันเต็มรูปแบบ อาทิ SGO (Search Generative Optimization) หรือการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาด้วย AI รวมถึงงานด้าน CRM และ UX เพื่อมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่วัดผลได้จริง

ปัจจุบัน ออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย มีพนักงานรวม 480 คน ซึ่งเป็นทีมขนาดใหญ่ขึ้นเท่าตัวจากการควบรวม

วิเคราะห์ตลาดสื่อไทยปี 2569 ลูกค้า ‘เร่งสปีด’ ใช้งบ

สำหรับแนวโน้มการใช้งบโฆษณา พบปรากฏการณ์ที่แบรนด์เลือกที่จะเร่งใช้เงิน แม้เศรษฐกิจจะมีความผันผวนและมีวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากบทเรียนในอดีตชี้ให้เห็นว่าการหยุดสื่อสารอาจส่งผลเสียต่อแบรนด์ในระยะยาวและต้องใช้ต้นทุนที่สูงกว่าในการกู้คืนชื่อเสียง

“ปัจจุบันลูกค้ามีภูมิคุ้มกันต่อวิกฤติมากขึ้น โดยตระหนักดีว่าการลดงบประมาณอาจหมายถึงการลดทอนโอกาสในการทำกำไร ยิ่งตัดงบประมาณมากเท่าใด ผลกระทบต่อธุรกิจก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น” คุณจิณณารัชช์ กล่าว

ในส่วนของภูมิทัศน์สื่อไทย สื่อโทรทัศน์ สื่อนอกบ้าน (Out Of Home) และสื่อดิจิทัล ยังคงเป็น 3 อันดับแรกที่ลูกค้าใช้เงินสูงสุด โดยพบว่า กลุ่มครีเอเตอร์ระดับ Nano/Micro และ KOCs (Key Opinion Consumers) มีบทบาทอย่างมากในกลุ่มสินค้า FMCG และ Beauty เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความเชื่อมั่นในตัวผู้บริโภคด้วยกันเองมากกว่าโฆษณาแบบดั้งเดิม

“ที่น่าสนใจคือความสำคัญของ KOL (Key Opinion Leaders) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นสื่อหลักของบางแบรนด์” คุณจิณณารัชช์กล่าว

ข้อมูลจากสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) คาดการณ์ว่า งบโฆษณาโดยรวมในปี 2569 จะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 1.13 – 1.15 แสนล้านบาท ท่ามกลางภาวะ “Mass Fragmentation” หรือการบริโภคสื่อที่หลากหลายและแตกออกเป็นกลุ่มเฉพาะมากขึ้นตามช่วงวัยและวิถีชีวิต

ผสานเทคโนโลยีหลังบ้าน แต่คงความต่างของแบรนด์

โทนี ฮาราดีน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออมนิคอม มีเดีย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การรวมกิจการของ Omnicom และ IPG ครั้งนี้ทำให้ออมนิคอม มีเดีย กลายเป็นเครือข่ายที่มีบริการครอบคลุมที่สุดในตลาด โดยมีการรวมเทคโนโลยีและระบบปฏิบัติการหลังบ้านเข้าด้วยกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ยังคงรักษาจุดเด่นและวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกันของเอเจนซี่ทั้ง 4 แบรนด์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะตัว และมีมาตรการจัดการความขัดแย้งทางธุรกิจที่เข้มงวด ทั้งการแยกสำนักงาน ระบบไอที และระบบป้องกันข้อมูลตามหลักกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม

ปัจจุบัน ออมนิคอม มีเดีย ดูแลเม็ดเงินโฆษณาทั่วโลกกว่า 7.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคุณโทนีเน้นย้ำว่า “ขนาดธุรกิจจะมีค่า ก็ต่อเมื่อใช้สติปัญญาประยุกต์ให้เกิดความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์” ผ่าน 3 เครื่องมือหลัก คือ

  1. Omni Operating System: ระบบปฏิบัติการที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานเดิมของ Interact (IPG) เข้ามา ทำให้เข้าถึงอินไซต์ผู้บริโภคได้แบบครบวงจร
  2. Acxiom Database: ฐานข้อมูลอัตลักษณ์ที่ยืนยันตัวตนได้กว่า 2.6 พันล้าน ID ทั่วโลก
  3. โมเดลธุรกิจตามผลลัพธ์ (Outcome-based): ปรับโมเดลธุรกิจจากการคิดค่าคอมมิชชั่นแบบเดิม ไปสู่การคิดค่าบริการตามความสำเร็จของงาน เพื่อให้เป้าหมายของเอเจนซี่สอดคล้องกับการเติบโตของลูกค้า

การเป็นพันธมิตรเพื่อการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ

โรเชล นีล ชฮายา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย กล่าวว่า ในยุคที่โลกเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤติ ออมนิคอม มีเดียได้เปลี่ยนบทบาทไปสู่การเป็น Business Transformation Agency ที่ช่วยแก้ปัญหาทางธุรกิจมากกว่าแค่การบริหารสื่อ โดยมีการจัด Workshop ร่วมกับพันธมิตรสื่อเพื่อหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Points ของลูกค้าผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การเข้าถึงผู้บริโภค, คอนเทนต์และวัฒนธรรม, การบริหารการตลาดครบวงจร และการใช้ Data ผสานกับวิจารณญาณของมนุษย์ เพื่อเป้าหมายในการเติบโตที่สูงกว่าภาพรวมของตลาด และก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของการเป็นเพียงมีเดียเอเจนซี่แบบในอดีต

“เราก้าวข้ามการเป็นเพียงมีเดียเอเจนซี่ สู่การทำหน้าที่เป็นพันธมิตรที่ร่วมออกแบบโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายทางธุรกิจของลูกค้า” คุณโรเชล กล่าว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ถอดรหัส AI Index Report 2026: โอกาส ความเสี่ยง และยุทธศาสตร์ชาติ

ดัน AI Literacy ทักษะแห่งยุค: อว.-จุฬาฯ-AIS ผนึกกำลังต้านภัยไซเบอร์

Tesco จับมือ Adobe ดึง AI ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งเฉพาะบุคคล

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar