ทีมผู้เชี่ยวชาญและผู้สมัครด้านดิจิทัล จากพรรคประชาชน เปิดวิสัยทัศน์ปฏิรูปโครงสร้างประเทศผ่านยุทธศาสตร์ “รัฐแพลตฟอร์ม” (State as a Platform) เพื่อเปลี่ยนบทบาทภาครัฐจากการเป็นผู้สร้างบริการรายย่อย สู่การเป็นผู้วางรากฐานเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อภาคเอกชนและประชาชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
แผนปฏิบัติการครั้งนี้ มุ่งเน้นการรื้อโครงสร้างเชิงลึกผ่าน 4 แกนหลัก ตั้งแต่การทลายทุนผูกขาดด้วยระบบการค้าแบบเปิด (OCN) การยกระดับความโปร่งใสในระบบราชการด้วย “Digital พินิจ” และปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงการจัดสวัสดิการอัปสกิลแรงงาน ผ่านคูปองพัฒนาทักษะเพื่อรองรับความผันผวนในยุค AI ซึ่งถือเป็นการวางเลเยอร์เทคโนโลยีใหม่ ที่จะเปลี่ยนทั้งวิถีการทำธุรกิจและประสิทธิภาพของรัฐบาลไทยในอนาคต
จากบริการภาครัฐสู่การวางรากฐาน “รัฐแพลตฟอร์ม”

พรรคประชาชนนำเสนอความแตกต่างระหว่างรัฐบาลดิจิทัลแบบเดิม ที่เป็นเพียงการย้ายงานจากออฟไลน์สู่หน้าจอ กับ “รัฐแพลตฟอร์ม” ที่รัฐทำหน้าที่เพียงการวางโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แนวคิดนี้กำหนดให้รัฐทำหน้าที่ในบริการที่เอกชนทำไม่ได้หรือทำได้ยาก เช่น การยืนยันตัวตน (Unify Digital ID) การแลกเปลี่ยนข้อมูล และระบบชำระเงินส่วนกลาง เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถพัฒนาบริการต่อยอดบนแพลตฟอร์มที่รัฐเตรียมไว้ให้
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Digital Infrastructure) พรรคเสนอการมองเทคโนโลยีเป็นเลเยอร์ตามมาตรฐาน OSI 7 Layer Model เพื่อให้แต่ละส่วนของระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ (Interoperability) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- Digital ID และ e-Signature: เสนอให้ Thai ID ทำหน้าที่เป็น Identity Provider (IDP) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อใช้พิสูจน์และยืนยันตัวตน รวมถึงการผลักดันระบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มีผลทางกฎหมายที่ชัดเจน
- เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อความโปร่งใส: การนำบล็อกเชนมาใช้ในระบบ Escrow เพื่อป้องกันการโกงในการซื้อขายออนไลน์ โดยเงินจะถูกโอนเมื่อมีการยืนยันการรับสินค้าผ่าน Oracle ที่ตรวจสอบได้จริง รวมถึงการเก็บข้อมูลภัยพิบัติแบบเรียลไทม์บนบล็อกเชนเพื่อป้องกันการปลอมแปลงข้อมูล (Data Integrity)
ปฏิรูปเศรษฐกิจดิจิทัล: ทลายทุนผูกขาดและเพิ่มสภาพคล่อง SME
ในมิติเศรษฐกิจ พรรคประชาชนมุ่งเน้นการแก้ปัญหาการผูกขาดของแพลตฟอร์มข้ามชาติ ที่ปิดกั้นข้อมูลลูกค้าและขูดรีดค่าธรรมเนียมจากผู้ค้าออนไลน์ ผ่านโครงการ OCN (Open Commerce Network) ซึ่งเป็นโครงข่ายการค้าแบบเปิด
- กลไก OCN: รัฐจะสร้างมาตรฐานข้อมูลสินค้า (Big Data of Products) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขายสินค้าผ่านหลายช่องทางได้พร้อมกันโดยไม่ถูกผูกขาด และสนับสนุนการส่งออกผ่านระบบ Local Fulfillment ในอาเซียน
- การเข้าถึงแหล่งทุน: เสนอการใช้ New Credit Scoring จากข้อมูลดิจิทัล (เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ยอดขายออนไลน์) แทนสินทรัพย์ค้ำประกัน พร้อมเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. เป็น 30%
- E-invoice Marketplace: การสร้างตลาดกลางใบแจ้งหนี้เพื่อให้ SME สามารถเร่งสภาพคล่องด้วยการนำใบแจ้งหนี้ไปประมูลขายให้ธนาคารได้ทันที
รัฐบาลโปร่งใส: ลดดุลพินิจด้วย “Digital พินิจ”
พรรคระบุว่า ปัญหาความล้าหลังของระบบราชการเกิดจากขั้นตอนที่ซับซ้อน เช่น การขออนุญาตไปอบรมของข้าราชการที่ต้องผ่านการเซ็นอนุมัติ 26 ครั้ง และใช้เวลาทำเอกสารรวม 29 ชั่วโมงต่อครั้ง จึงเสนอแนวทางปฏิรูปดังนี้:
- รัฐไร้กระดาษ (Paperless): กำหนดเป้าหมายใช้ e-Office ภายใน 1 ปี โดยใช้ซอฟต์แวร์จากบริษัทท้องถิ่นตามมาตรฐานที่รัฐกำหนด
- Digital พินิจ และ BIM: การใช้เทคโนโลยี 3D Model (BIM) ในการตรวจสอบแบบขออนุญาตก่อสร้างอาคารด้วยตรรกะคอมพิวเตอร์ แทนการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อลดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์
- AI จับโกงและ Public Code: เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ (Machine Readable) เพื่อใช้อัลกอริทึมตรวจสอบความผิดปกติ และกำหนดให้นโยบายการจ้างงานดิจิทัลต้องเปิดเผยซอร์สโค้ด (Public Code) ต่อสาธารณะ
สังคมดิจิทัล: เตรียมความพร้อมทรัพยากรมนุษย์ในยุค AI
ในมุมมองด้านสังคม พรรควิเคราะห์ว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำงานและอาจกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพ จึงเสนอโครงการ Skill-based Voucher เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะมนุษย์:
- งบประมาณอัปสกิล: เสนอจัดสรรงบประมาณปีละ 2,000 ล้านบาทในช่วง 2 ปีแรก และขยับเป็น 5,000 ล้านบาทในปีที่ 3 และ 4 เพื่อแจกเป็นคูปองพัฒนาทักษะ (Voucher) ใน 3 ด้าน คือ Soft Skill, Hard Skill และ Professional Skill
- การติดตามข้อมูลแรงงาน: การเชื่อมโยงข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และประกันสังคม เพื่อวิเคราะห์เทรนด์อาชีพและแจ้งเตือนแรงงานล่วงหน้าก่อนจะเกิดวิกฤติการตกงาน
อย่างไรก็ตาม แผนปฏิบัติการดิจิทัลที่นำเสนอในครั้งนี้ถือเป็นเพียงหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่มุ่งหวังจะขับเคลื่อนประเทศไทยท่ามกลางกระแสธารของความเปลี่ยนแปลง ในฐานะสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลนโยบายอย่างรอบด้าน เราจะยังคงติดตามและทยอยนำเสนอนโยบายด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีจากพรรคการเมืองอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สาธารณชนได้พิจารณาและเปรียบเทียบแนวทางที่หลากหลาย อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการร่วมกันกำหนดทิศทางดิจิทัลของประเทศไทยในอนาคต
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ถอดบทเรียนจากรัฐบาลดิจิทัลระดับโลก: เดนมาร์ก, UK, เอสโตเนีย
DGA ปักธงรัฐบาลดิจิทัล 2.0 จ่อแจ้งเตือนตรงถึงมือถือ-ใช้บัตรประชาชนดิจิทัล



