งานปักกิ่ง ฟอรัม ประจำปี 2569 ว่าด้วยการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของประชาชนอย่างรวดเร็ว
งานปักกิ่ง ฟอรัม ประจำปี 2569 ว่าด้วยการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของประชาชนอย่างรวดเร็ว (The 2026 Beijing Forum on Swift Response to Public Complaints) เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติจีน (CNCC) โดยมีสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์แห่งประเทศจีน (Chinese Academy of Social Sciences: CASS) ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป (China Media Group: CMG) คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเทศบาลกรุงปักกิ่ง และรัฐบาลประชาชนเทศบาลกรุงปักกิ่ง ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน จากการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 กันยายน ระบุว่า ภายในงานจะมีการเผยแพร่ผลงานสำคัญหลายประการ อาทิ ผลการวิจัยเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับการปฏิรูประบบการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของประชาชนอย่างรวดเร็ว (SRPC) รายงานประเมินการให้บริการสายด่วนของเมืองและประสิทธิผลด้านการบริหารจัดการเมืองทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ ตลอดจนกรณีศึกษาตัวอย่างด้านการบริหารจัดการเมืองจากนานาประเทศ
เสิ่น ปินหัว (Shen Binhua) รองเลขาธิการรัฐบาลประชาชนเทศบาลกรุงปักกิ่ง เลขาธิการกลุ่มผู้นำพรรค และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการข้อมูลและบริการภาครัฐกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ฟอรัมดังกล่าวยึดถือค่านิยมหลัก “เมืองของประชาชน อนาคตที่ดีกว่า” (People’s City, Better Future) และกำหนดแนวคิดหลักประจำปีนี้ว่า “ยุคดิจิทัลอินเทลลิเจนซ์และเมืองของประชาชน” (The Digital Intelligence Era and People’s City) โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 3,200 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นแขกผู้มีเกียรติจากต่างประเทศประมาณ 240 คน จากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
ภายในงานจะมีการประชุมย่อย 6 หัวข้อ ได้แก่ “ความประณีตและละเอียดอ่อน: ต้นแบบการบริหารจัดการเมืองอย่างแม่นยำและความยั่งยืนของเมือง”, “ความมุ่งหวังและความดีงาม: วิวัฒนาการของการบริหารจัดการที่ดีและการยกระดับอารยธรรมเมือง”, “ภูมิปัญญาและการแบ่งปัน: ยกระดับการบริหารจัดการเมืองสู่ความทันสมัยด้วยดิจิทัลอินเทลลิเจนซ์”, “การแลกเปลี่ยนและการบูรณาการ: การบริหารจัดการเมืองด้วยความร่วมมือ ความเปิดกว้าง และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน”, “ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน: การบริหารจัดการเมืองรูปแบบใหม่ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและขับเคลื่อนด้วยความต้องการของประชาชน” และ “การหารือร่วมกันและการบริหารจัดการร่วมกัน: การมีส่วนร่วมของหลากหลายภาคส่วนและประชาคมการบริหารจัดการเมือง” ทั้งนี้ เสิ่น ปินหัว กล่าวว่า “หัวข้อเหล่านี้มีรากฐานมาจากประสบการณ์การปฏิรูประบบการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของประชาชนอย่างรวดเร็วของกรุงปักกิ่ง ขณะเดียวกันยังมุ่งตอบโจทย์ประเด็นด้านการบริหารจัดการที่เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญในยุคดิจิทัลอินเทลลิเจนซ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสอดคล้องกับบริบทของยุคสมัยและความเปิดกว้างอย่างชัดเจน”
นอกจากนี้ ภายในงานจะมีการเผยแพร่ผลงานสำคัญหลายประการ อาทิ ผลการวิจัยเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับการปฏิรูประบบการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของประชาชนอย่างรวดเร็ว (SRPC) รายงานประเมินการให้บริการสายด่วนของเมืองและประสิทธิผลด้านการบริหารจัดการเมืองทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ ตลอดจนกรณีศึกษาตัวอย่างด้านการบริหารจัดการเมืองจากนานาประเทศ สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ นับเป็นครั้งแรกที่จีนเผยแพร่เอกสารวิชาการฉบับภาษาอังกฤษว่าด้วยการปฏิรูประบบ SRPC และเป็นครั้งแรกที่จีนร่วมมือกับวารสารวิชาการชั้นนำระดับนานาชาติเพื่อจัดทำฉบับพิเศษภาษาอังกฤษในประเด็นดังกล่าว ผลงานเหล่านี้จะช่วยยกระดับการปฏิรูประบบ SRPC ของกรุงปักกิ่ง จากการสรุปบทเรียนไปสู่การนำเสนอในเชิงทฤษฎี และจากแนวปฏิบัติของจีนไปสู่การเปรียบเทียบในระดับนานาชาติ อันจะนำไปสู่การถ่ายทอดประสบการณ์เชิงปฏิบัติและองค์ความรู้เชิงทฤษฎีเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเมืองทั่วโลก
จาง อี้ (Zhang Yi) ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาการบริหารจัดการนครหลวง แห่งสถาบันบัณฑิตสังคมศาสตร์จีน (CASS) และสมาชิกสภาวิชาการของ CASS กล่าวว่า รายงาน Theoretical Research Outcomes on the SRPC Reform ได้รวบรวมบทความวิชาการสำคัญจากนักวิชาการที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ ประกอบด้วยบทความภาษาจีน 12 บทความ และภาษาอังกฤษ 9 บทความ ขณะที่เอกสารวิชาการฉบับภาษาอังกฤษ Why Is Urban Governance Like This? A Study Based on Beijing’s Practice of the SRPC Reform ประกอบด้วยบทความ 12 บทความ และกรณีศึกษา 4 กรณี “เราหวังว่าบทความเหล่านี้จะสะท้อนประสบการณ์เชิงปฏิบัติของมหานครต่าง ๆ ในยุค AI ซึ่งมีการนำข้อมูลบิ๊กดาต้าจากสายด่วนมาใช้ยกระดับการบริหารจัดการเมืองสู่ความทันสมัย พร้อมถอดบทเรียนเป็นรูปแบบการบริหารจัดการ ‘เมืองของประชาชน’ ที่สามารถนำไปปรับใช้และขยายผลได้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การบริหารจัดการอย่างประณีต และการมีส่วนร่วมของประชาชนในเชิงลึก”
งานฟอรัมดังกล่าวยังขยายขอบเขตการแลกเปลี่ยนไปสู่พื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยจะเชิญแขกผู้มีเกียรติเข้าเยี่ยมชม “ศูนย์สายด่วน 12345” เพื่อสัมผัสกระบวนการทำงานและกลไกการให้บริการสายด่วนในสถานที่จริง ตลอดจนเรียนรู้แนวปฏิบัติและผลสำเร็จด้านต่าง ๆ เช่น การยกระดับการบริหารจัดการเมืองสู่ความทันสมัยด้วยดิจิทัลอินเทลลิเจนซ์ ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมเสวนาซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่ต้นแบบด้านการบริหารจัดการเมือง เช่น ศูนย์ปฏิบัติงานสายด่วน ชุมชนที่นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ และเขตอนุรักษ์เมืองเก่า โดยมีการเชิญแขกจากนานาประเทศ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ บุคลากรระดับปฏิบัติการในพื้นที่ และตัวแทนภาคประชาชน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์จากพื้นที่จริงและแลกเปลี่ยนมุมมองในบรรยากาศที่เป็นกันเอง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเยี่ยมชมและศึกษาดูงานในเมืองภายใต้ 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ การบริการของกรุงปักกิ่ง การฟื้นฟูเมือง แกนกลางประวัติศาสตร์กรุงปักกิ่ง ความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
“กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยผสานการอภิปรายและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสถานที่จัดงาน เข้ากับประสบการณ์จากพื้นที่จริงในด้านการบริหารจัดการเมือง เปิดโอกาสให้แขกทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติได้ทำความเข้าใจการปฏิรูประบบ SRPC อย่างเป็นรูปธรรมและรอบด้านยิ่งขึ้น ตลอดจนสัมผัสถึงพัฒนาการด้านนวัตกรรม ความเปิดกว้าง และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในกรุงปักกิ่ง” เสิ่น ปินหัว กล่าวทิ้งท้าย