บีโอไอพร้อมขานรับมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบ “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” เตรียมทบทวนกรอบการพิจารณาและยกระดับการคัดกรองโครงการ Data Center อย่างเข้มข้น ทั้งด้านความคุ้มค่า ประโยชน์ต่อประเทศ และการดูแลการใช้พลังงาน น้ำ รวมถึงสิ่งแวดล้อมไม่ให้กระทบต่อชุมชน
บีโอไอรับลูกระเบียบใหม่ ยกระดับการคัดกรอง Data Center
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ เพื่อตั้งคณะกรรมการระดับชาติที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเลขาธิการบีโอไรร่วมเป็นกรรมการ ทำหน้าที่เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บีโอไอเตรียมทบทวนกรอบการพิจารณาเพื่อยกระดับความเข้มข้นในการคัดกรองโครงการ ให้สอดคล้องกับทิศทางของคณะกรรมการนโยบายฯ ในด้านความคุ้มค่า ประโยชน์ต่อประเทศ และการใช้ทรัพยากร
ที่ผ่านมา การลงทุน Data Center ขยายตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ทว่าก่อให้เกิดข้อกังวลเรื่องปริมาณการใช้ไฟฟ้า น้ำ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่า บีโอไอจึงเห็นว่าต้องออกแบบกติกาให้ประเทศและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด มากกว่าการเลือกระหว่างการปฏิเสธทั้งหมดหรือเปิดรับโดยไม่มีเงื่อนไข
ประโยชน์ของ Data Center ต่อโครงสร้างพื้นฐานและกำลังคน
Data Center ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่รองรับบริการ Cloud การประมวลผลข้อมูลความเร็วสูง การจัดเก็บข้อมูลความปลอดภัยสูงของธนาคาร โรงพยาบาล หรือหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงการพัฒนา AI และการยกระดับภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังช่วยดึงดูดการลงทุน บุคลากรทักษะสูง และลดต้นทุนการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างประเทศ
ปัจจุบันผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่อย่าง AWS และ Google ได้เข้ามาลงทุนในไทย พร้อมร่วมพัฒนาบุคลากร เช่น การจัดทำหลักสูตรวิศวกรรมศูนย์ข้อมูล ทุนการศึกษา โครงการ ThaksaAI โครงการสะพานดิจิทัล และโครงการ Samart Skills ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการลงทุนนำไปสู่การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล
ยืนยันฐานนักลงทุนหลากหลาย ไม่กระจุกตัว
ข้อมูลบีโอไอระบุว่า โครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนระหว่างปี 2567–2569 มีจำนวน 42 โครงการ กำลังประมวลผลรวม 3,400 เมกะวัตต์ เงินลงทุนรวม 750,000 ล้านบาท โดยมาจากกลุ่มบริษัทไทยมากที่สุด 15 โครงการ ที่เหลือเป็นบริษัทเทคโนโลยีจากจีน 10 โครงการ, สหรัฐฯ 5 โครงการ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 โครงการ, ญี่ปุ่น 2 โครงการ, มาเลเซีย–ฮ่องกง 1 โครงการ และสัญชาติอื่น ๆ อีก 5 โครงการ ยืนยันว่าฐานผู้ลงทุนมีความหลากหลาย และไม่มีคำขอรับการส่งเสริมรายใหม่เข้ามาตั้งแต่เดือนเมษายน 2569
เดินหน้ากติกาใหม่ คัดกรองเข้ม 4 มิติ
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบให้ทบทวนกรอบพิจารณาให้เข้มข้นขึ้น โดยบีโอไอจะยกระดับการคัดกรองโครงการก่อนเข้าสู่กระบวนการขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกับคณะกรรมการนโยบายฯ ซึ่งครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่
- การสร้างประโยชน์ต่อประเทศไทย: เน้นการจ้างงานทักษะสูง การพัฒนาวิศวกรและช่างเทคนิค การใช้อุปกรณ์ในประเทศและพัฒนา Vendor ไทย การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการสนับสนุนระบบนิเวศ AI ให้ผู้ประกอบการและ SMEs ไทยเข้าถึงกำลังประมวลผล
- ความพร้อมและความมั่นคงด้านพลังงาน: พิจารณากำลังผลิตและสายส่ง เพื่อไม่ให้กระทบผู้ใช้ไฟฟ้าอื่น โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้เห็นชอบให้แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า Data Center เพื่อกำหนดค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่ากลุ่มอื่น ให้สะท้อนต้นทุน และกำหนดให้วางหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า เพื่อกลั่นกรองผู้ประกอบการที่พร้อมจริง พร้อมส่งเสริมสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด
- ความพร้อมและประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรน้ำ: พิจารณาแหล่งน้ำ เทคโนโลยีหล่อเย็น การรีไซเคิลน้ำ การกำหนดค่าน้ำในอัตราสูงพิเศษ และการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้ง เพื่อไม่ให้กระทบภาคเกษตรและชุมชน
- ผลกระทบและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม: ดูแลเรื่องผังเมือง ป้องกันอัคคีภัย ความร้อน เสียง และน้ำเสีย ตลอดวงจรชีวิตโครงการ
นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจัดทำแผนที่ศักยภาพระบบไฟฟ้า (Power Map) และแผนที่ระบบน้ำ (Water Map) เพื่อกำหนดพื้นที่โซนนิ่งที่เหมาะสม
การเชื่อมโยงซัพพลายเชนอุปกรณ์ในประเทศ
ข้อมูลบีโอไอในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีบริษัทชั้นนำเข้ามาตั้งฐานผลิตอุปกรณ์สำคัญสำหรับ Data Center ในไทย อาทิ Hard Disk Drive (ซีเกท, เวสเทิร์น ดิจิตอล), AI Server (อินเวนเทค, คิวเอ็มบี), อุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางแสง (อินโนไลท์, อีออปโตลิงค์, ซิเลซติกา, ฟาบริเนท), แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ PCB, ระบบทำความเย็น (เดลต้า) รวมถึงระบบเครือข่ายและสวิทช์
แม้ปัจจุบันอุปกรณ์บางชนิดยังต้องส่งออกไปประกอบหรือจัดชุดในต่างประเทศก่อนนำกลับเข้ามา แต่บีโอไอจะเดินหน้าส่งเสริมให้เกิดการลงทุนครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน และผลักดันให้เกิดการซื้อขายอุปกรณ์ภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อจัดระเบียบการลงทุนให้สร้างประโยชน์ต่อคนไทยและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Bitkub แนะผู้ใช้ Coldcard ย้ายสินทรัพย์ หลังพบช่องโหว่ทำบิตคอยน์สูญเกือบ 89 ล้านดอลลาร์
สวทช. ชู NQI ปลดล็อกการทดสอบมาตรฐาน หนุนนวัตกรรมไทยฝ่ามาตรการค้าโลก



