Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Lost Souls Meet Under a Moon – การพบปะครั้งสุดท้ายใต้แสงจันทร์

Lost Souls Meet Under a Moon - การพบปะครั้งสุดท้ายใต้แสงจันทร์

หน้าแรกๆของหนังสือเล่มนี้ทำให้นึกถึงพล็อตเรื่อง Before the Coffee Gets Cold ที่คนเป็นใช้ร้านกาแฟเล็กๆใต้ถุนตึกในการเดินทางไปพบกับคนที่ล่วงลับไปแล้ว และต้องกลับก่อนที่กาแฟในแก้วจะเย็น ไม่อย่างนั้นจะต้องติดอยู่ในโลกแห่งความตาย

ใน Lost Souls Meet Under a Moon ของ Mizuki Tsujimura พล็อตเรื่องคือการไปพบคนตายเหมือนกัน แต่ด้วยการนัดหมายผ่านคนกลางแล้ววิญญาณจะมาพบคุณในร่างคนเป็น และพูดคุยกับคุณในคืนพระจันทร์เต็มดวงจนถึงรุ่งเช้า และที่มากกว่านั้นคือการเล่าถึงความเป็นมาของคนกลางและสิ่งที่พวกเขาต้องแลกเพื่อช่วยให้คนที่มีความทุกข์ได้พบกับคนที่จากไปแล้วภายใต้กฏที่ว่า ทั้งคนเป็นและคนตายจะใช้บริการนี้ได้แค่ครั้งเดียว (คนเป็นจะขอพบวิญญาณอื่นอีกไม่ได้ และคนตายจะพบคนเป็นคนอื่นไม่ได้อีก) เมื่อคนเป็นแจ้งความประสงค์ว่าอยากพบใคร พวกเขาจะสมประสงค์ก็ต่อเมื่อคนตายตอบตกลง ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเขาไม่ต้องจ่ายค่าบริการใดๆ รวมถึงเครื่องดื่มมินิบาร์ในโรงแรมหรูที่เป็นที่นัดพบ 

ไม่แปลกใจที่ผลงานของ Mizuki Tsujumura นักเขียนชื่อดังเล่มนี้ขายได้มากกว่าหนึ่งล้านเล่ม และทำออกมาเป็นภาพยนตร์ในประเทศญี่ปุ่น

หนังสือแยกเป็น 5 บท 4 บทแรกเป็นเรื่องราวของลูกค้า เริ่มจาก

มานามิ ฮิราเสะ (Manami Hirase) พนักงานบริษัทที่ขอพบ Saori Mizushiro เซเลบทีวีชื่อดังที่เสียชีวิตจากภาวะหัวใจ 

ล้มเหลวเมื่ออายุแค่ 38เพื่อขอบคุณความเมตตาของเธอ ต่อด้วยยาซุฮิโกะ ฮาตาดะ (Yasuhiko Hatada) ลูกชายคนโตของครอบครัวบริษัทก่อสร้างที่อยากพบแม่ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง มิสะ อาราชิ (Misa Arashi) เด็กนักเรียนม.ปลายที่ขอพบเพื่อนชื่อนัตสึ มิโซโน (Natsu Misono) ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยาน และ โคอิจิ ซึชิยะ (Koichi Tsuchiya) พนักงานบริษัทที่ขอพบ (คิราริ ฮิมูกาอิ) คู่หมั้นที่หายตัวไปเมื่อ 7 ปีก่อน หลังจากที่เขาขอเธอแต่งงาน

บทที่ 3 น่าจะเป็นตอนที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์มากที่สุด มิสะเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่ค่อยมีเพื่อนและคิดว่าตัวเองเก่งด้านการแสดงละครเวที เมื่อเพื่อนคนแรกของเธอคือนัตสึออดิชั่นบทนำแข่งกับเธอ เธอโกรธ ใจเธอเต็มไปด้วยความริษยาเมื่อนัตสึได้บทไป และเข้าใจผิดว่านัตสึตั้งใจเข้าออดิชั่นเพื่อแข่งกับตน จนก่อนแสดงเธอเปิดก๊อกน้ำบนเนินเขาที่ทั้งคู่ใช้เป็นทางผ่านตอนขี่จักรยานไปโรงเรียนเพื่อให้น้ำแข็งตัวและลื่น แต่เมื่อนัตสึเสียชีวิต ใจเธอรู้สึกผิด เมื่อพบกับวิญญาณนัตสึเธอกลับขอโทษโดยไม่อธิบายอะไร นัตสึเองก็ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องก๊อกน้ำ และก่อนลาบอกเธอว่าฝากข้อความไว้กับคนกลาง ข้อความนั้นคือ ‘น้ำบนถนนไม่ได้จับตัวเป็นน้ำแข็ง’ ซึ่งข้อความนั้นทำให้มิสะรู้ว่านัตสึเห็นสิ่งที่เธอทำและเป็นคนปิดก๊อกน้ำ อุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดจากเบรคจักรยานไม่ดีไม่ใช่น้ำแข็ง ข้อความนี้ทำให้มิสะรู้ว่าที่นัตสึไม่บอกเรื่องนี้ด้วยตัวเองเป็นเพราะนัตสึไม่คิดจะให้อภัยเธอที่ประสงค์ร้าย ต่อมามิสะกลายเป็นนักแสดงชื่อดัง แต่ใจเธอมีแต่ความรู้สึกผิดและตั้งใจชดใช้ด้วยการทำงานอย่างหนักเสมือนกำลังเผื่อนัตสึด้วย 

บทสุดท้ายเป็นเรื่องของ อายุมิ ชิบูยา (Ayumi Shibuya) เด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่เป็นคนกลาง เขาสูญเสียทั้งพ่อและแม่เมื่ออายุ 6 ขวบและอาศัยอยู่กับลุง เขาจัดการการพบปะทั้ง 4 ครั้งในฐานะตัวแทนของย่าที่เข้าโรงพยาบาลด้วยโรคหัวใจ เธอรู้สภาพร่างกายและหาคนในครอบครัวที่เธอจะถ่ายทอดพลังการติดต่อกับคนตายให้ด้วยการติดต่อผ่านกระจกทองเหลืองอันเล็กๆ เธอบอกความลับกับเขาว่าถ้ามีคนอื่นนอกจากคนกลางมองกระจกอันนี้ ทั้งคนกลางและคนมองจะต้องตาย จากการที่ย่ารู้สึกผิดที่ลูกชายและลูกสะใภ้ตาย ทำให้เขารู้ว่าพ่อตายเนื่องจากย่าเคยส่งต่อพลังและกระจกให้พ่อและกำชับว่าอย่าให้ลูกสะใภ้เห็นกระจก แต่พ่อไม่เคยมีความลับกับแม่และยอมออกจากบ้านเพื่อให้ได้อยู่กินกับแม่ แม่ของเขาคงอยากใช้กระจกเรียกวิญญาณปู่มาสะสางความไม่เข้าใจกันโดยไม่รู้ว่าเป็นเรื่องต้องห้าม แม้ว่าอายุมิจะสามารถขอพบวิญญาณพ่อหรือแม่ได้ 

แต่เขาเลือกที่จะเก็บโอกาสนั้นไว้จนกว่าเขาจะเข้าสู่วัยชราเพื่อเจอกับวิญญาณของย่าและบอกเธอว่าเขามีชีวิตที่ดี 

ในแต่ละบท เหมือนเราได้สำรวจความคิดของคนเป็นหลายคนที่ยังทรมาณกับความเศร้า ความผิดหวัง ความสับสน ความรู้สึกผิด ทุกอารมณ์ของมนุษย์ในโลกที่เหมือนจะวิ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา จากการพบคนตาย บางคนก็ได้คำตอบที่ทำให้พวกเขาเกิดความสงบในใจ บางคนก็กลับไปด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง ต้องบอกว่าผู้เขียน (และผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษ) อธิบายสภาวะทางจิตใจของแต่ละคนได้อย่างละเอียดอ่อนมาก

ความโด่งดังของ Lost Souls Meet Under a Moon ทำให้ภาคต่อชื่อ How to Hold Someone in Your Heart (จะเก็บใครสักคนไว้ในใจได้อย่างไร) โด่งดังไปด้วย Tujimura ได้รับรางวัลมากมายในประเทศญี่ปุ่น และมีผลงานที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษหลายเล่มรวมถึง Arrogance and Virtue และ True Mothers 

เฉพาะเล่มนี้มีการแปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว 

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

The Group – เพื่อนมหา’ลัย [Book Review]

Power and Progress – อำนาจของเทคโนโลยีต่อมนุษยชาติ [Book Review]

The Wedding People – งานแต่งสุดป่วน [Book Review]

×

Share

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้เขียน

Achara Deboonme Avatar