Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

อวสานการจดมือ: ยกระดับมาตรฐานอาหารด้วย IoT และ AI

อวสานการจดมือ: ยกระดับมาตรฐานอาหารด้วย IoT และ AI

ประสบการณ์ของลูกค้าในร้านอาหารมักถูกตัดสินด้วยรสชาติและการบริการ หากบริการยอดเยี่ยมแต่อาหารรสชาติปานกลาง ลูกค้าก็อาจยินดีกลับมาใช้บริการซ้ำเพราะความประทับใจ หรือหากอาหารอร่อยเลิศแม้บริการจะธรรมดา ลูกค้าก็ยังคงแวะเวียนกลับมาเช่นกัน

ทว่าความสมบูรณ์แบบทั้งรสชาติและการบริการจะสูญเปล่าไปในทันที หากมื้ออาหารนั้นทำให้ลูกค้าต้องเจ็บป่วย โรงแรมหรือร้านอาหารแห่งนั้นจะถูกขึ้นบัญชีดำจากลูกค้าไปตลอดกาล สัจธรรมข้อนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความปลอดภัยทางอาหารคือกลไกสำคัญที่เกื้อหนุนธุรกิจได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความเสี่ยงที่สามารถทำลายล้างความน่าเชื่อถือของร้านอาหารและโรงแรมได้รวดเร็วกว่าสิ่งอื่นใด

วิกฤติที่ซ่อนอยู่ภายใต้ระบบกระดาษ

แดเนียล แมคโดออลล์ (Daniel McDouall) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Squizify ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันความเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารยังคงพบได้บ่อยและพุ่งสูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากยังคงมองเรื่องนี้เป็นเพียงการทำตามเกณฑ์แบบเชิงรับ มากกว่าการใช้ระบบปฏิบัติการที่รวบรวมและใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อดักจับและป้องกันความเสี่ยงอย่างถูกต้อง

บทเรียนราคาแพงในอุตสาหกรรมนี้เกิดขึ้นกับแบรนด์ใหญ่อย่าง Chipotle ในสหรัฐอเมริกา ที่ต้องสูญเสียยอดขายไปกว่าสามร้อยล้านดอลลาร์จากการระบาดของโรคที่เกิดจากอาหารเพียงสองครั้ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สามารถป้องกันได้อย่างง่ายดายหากมีระบบเข้าไปดักจับเมื่อเกิดความผิดพลาด ไม่มีแบรนด์ใดอยากพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งเพราะเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นในร้านอาหารของตนเอง

ปัญหาใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในอุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหารคือการพึ่งพาระบบกระดาษที่ล้าหลัง เฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโรงแรมถึงเก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์ที่ยังคงใช้กระดาษในการจัดการมาตรฐานความปลอดภัยในแต่ละวัน กระบวนการนี้กำหนดให้พนักงานต้องเดินตรวจสอบตู้เย็นและตู้แช่แข็งวันละหลายครั้งเพื่อจดบันทึกอุณหภูมิ

ธุรกิจต้องฝากความหวังไว้กับพนักงานในการกรอกข้อมูลให้ตรงเวลาและแม่นยำ เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน กว่าที่พนักงานจะรับรู้ ปัญหาก็บานปลายจนสินค้าและวัตถุดิบเสียหายไปแล้ว นอกจากนี้ เมื่อธุรกิจมีสาขาจำนวนมาก การบริหารจัดการสินทรัพย์เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันจึงกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

พลิกโฉมการจัดการด้วยโซลูชันดิจิทัลและ IoT

แดเนียล แมคโดออลล์ (Daniel McDouall) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Squizify
แดเนียล แมคโดออลล์ (Daniel McDouall) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Squizify

การยกระดับสู่ระบบความปลอดภัยทางอาหารแบบดิจิทัล จึงเป็นการเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำมือเหล่านั้นให้กลายเป็นรูปแบบที่จับข้อมูลได้อย่างแม่นยำและให้ข้อมูลเชิงลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร้านอาหารและโรงแรม โซลูชันของ Squizify ใช้ซอฟต์แวร์ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ IoT โดยการติดตั้งเซ็นเซอร์ในตู้เย็นและตู้แช่แข็งเพื่อตรวจสอบอุณหภูมิตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ระบบจะส่งข้อมูลการอ่านค่าเข้าสู่ซอฟต์แวร์ทุกสิบนาที

หากอุณหภูมิอยู่ในโซนปลอดภัยที่ศูนย์ถึงห้าองศาเซลเซียส จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อใดที่อุณหภูมิพุ่งสูงกว่าห้าองศาเซลเซียส ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังบุคคลสำคัญในองค์กรทันที พร้อมทั้งเตือนซ้ำในอีกสิบนาทีต่อมาหากอุณหภูมิยังไม่คงที่และมีแนวโน้มแย่ลง กลไกนี้ช่วยมอบเวลาอันมีค่าสองชั่วโมงให้พนักงานเข้าไปแก้ไขสินทรัพย์ก่อนที่จะต้องทิ้งผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัย

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงในการปกป้องแบรนด์ แต่ยังลดต้นทุนด้านเวลาที่พนักงานต้องใช้ไปกับการจัดการความปลอดภัยทางอาหาร ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงโดยเฉพาะเมื่อมีตู้เย็นและตู้แช่แข็งจำนวนมาก ระบบดิจิทัลจะทำให้กระบวนการเหล่านี้ทำงานโดยอัตโนมัติทั้งหมด

ตัวอย่างจากแบรนด์ชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำระบบนี้ไปใช้ชี้ให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แบรนด์อย่างเซเว่นอีเลฟเว่น สามารถลดความสูญเสียด้านอาหาร รวมถึงเวลาและประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมหาศาล ทั้งยังสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่นาที ทางด้าน Onyx Hospitality Group สามารถมองเห็นข้อมูลข้ามสาขาและสร้างมาตรฐานการทำงานให้ทีมงานทุกคนทำงานภายใต้แผนความปลอดภัยทางอาหารเดียวกัน ขณะที่กลุ่ม IHG Resorts อย่างคราวน์พลาซ่าในสิงคโปร์ ก็พบว่าความเร็วในการทำงานของพนักงานเพิ่มขึ้นพร้อมกับความเสี่ยงที่ลดลงทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ

AI กับอนาคตแห่งความปลอดภัยและความยั่งยืน

ในอนาคต การทำงานร่วมกันระหว่างข้อมูลจากเซ็นเซอร์ IoT และเทคโนโลยี AI จะเข้ามาเป็นกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งสำหรับโรงแรมและร้านอาหาร AI จะทำหน้าที่เสมือนคู่หูดิจิทัลที่คอยจับมือพนักงานให้ทำตามกระบวนการมาตรฐาน และเข้าใจว่าต้องทำอย่างไรแบบเรียลไทม์เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

รวมถึงการใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์ ที่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่าปัญหาใดอาจเกิดขึ้น เพื่อให้ทราบว่าตู้เย็นเครื่องใดเริ่มมีสุขภาพไม่ดีและจำเป็นต้องเรียกคนมาตรวจสอบก่อนที่จะพังเสียหายจนสูญเสียสต็อกสินค้า

ยิ่งไปกว่านั้น โซลูชันดิจิทัลยังช่วยตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนด้วยการลดขยะอาหาร ปรับปรุงการใช้พลังงาน และรับรองการพิมพ์ฉลากให้ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อปกป้องทั้งธุรกิจ แบรนด์ และลูกค้าให้ปลอดภัยอย่างแท้จริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ฟูจิฟิล์มรุก AI การแพทย์ ชูเอกซเรย์อัจฉริยะลดภาระสาธารณสุขไทย

ทรูชูแผน ‘Big Move’ สู่ Tech Company ด้วย AI และ ARPA

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar