ผ่าทางตันเศรษฐกิจไทย: เมื่อ “รถติดหล่ม” ทางรอดเดียวคือเครื่องยนต์ดิจิทัลและ AI
“หากเปรียบเศรษฐกิจไทยเป็นรถยนต์ วันนี้รถคันนั้นไม่ได้กำลังวิ่งฉิวบนทางด่วน แต่กำลัง ‘ติดหล่ม’ ลึกจนยากจะถอนตัว” ถ้อยคำเปรียบเทียบของ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือ FTI บนเวทีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Go Digital & AI for Thai Industries” ในงานเสวนา AI Innovation Summit 2025 สะท้อนภาพความเป็นจริงอันน่ากังวลของภาคการผลิตไทยที่กำลังเผชิญวิกฤติเชิงโครงสร้างรุมเร้ารอบด้าน จนตัวเลขจีดีพีทรุดตัวลงอย่างน่าใจหาย ท่ามกลางการถูกไล่กวดจากเพื่อนบ้าน การเดิมพันครั้งสุดท้ายเพื่อกู้รถคันนี้ให้กลับมาวิ่งแซงหน้าคู่แข่งได้อีกครั้ง จึงหนีไม่พ้นการผ่าตัดใหญ่ด้วยยุทธศาสตร์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคใหม่ ก่อนที่จะตกขบวนรถด่วนสายเทคโนโลยีอย่างถาวร
สัญญาณชีพที่แผ่วลงและทศวรรษที่สูญหาย
สัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนที่สุดปรากฏขึ้นผ่านตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของปี 2567 ที่พลิกผันอย่างรุนแรง จากที่เคยประคองตัวได้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ระดับเฉลี่ยร้อยละ 3 กลับดิ่งลงเหวในไตรมาสที่ 3 เหลือเพียงร้อยละ 1.2 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้อย่างมาก และที่น่าตระหนกยิ่งกว่าคือการคาดการณ์แนวโน้มไตรมาสสุดท้ายของปีที่อาจเหลือการเติบโตเพียงร้อยละ 0.3 เท่านั้น
ภาวะเครื่องยนต์ดับกลางอากาศเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลพวงจาก “ทศวรรษที่สูญหาย” ของประเทศไทย ที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยตลอด 10 ปีที่ผ่านมาวนเวียนอยู่ต่ำกว่าร้อยละ 2 สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่ทะยานขึ้นไปแตะระดับร้อยละ 5-8 อย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์ยังคงดำเนินไปในทิศทางนี้โดยไร้การแก้ไข ภายในปี 2573 ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะร่วงลงไปเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 5 ของภูมิภาค ซึ่งหมายถึงการสูญเสียขีดความสามารถในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนอย่างถาวร
–AI Innovation Summit 2025: ปูพรมโครงสร้างพื้นฐาน ดันไทยสู่ยุค AI-First
6 ภูเขาและ 8 มรสุม: น้ำหนักส่วนเกินที่ถ่วงรถประเทศไทย

สาเหตุที่ทำให้ “รถยนต์ประเทศไทย” ไม่สามารถเร่งความเร็วได้ ไม่ได้เกิดจากน้ำมันหมด แต่เกิดจากเครื่องยนต์ที่ชำรุดและน้ำหนักบรรทุกส่วนเกินจากปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน 6 ประการ หรือ “6 ภูเขา” ที่กดทับอยู่ ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) ที่ขาดแคลนแรงงานคนรุ่นใหม่ กับดักรายได้ปานกลางที่ติดหล่มมานานหลายสิบปี ระบบการศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ทำให้ขาดความต่อเนื่องทางนโยบาย และกฎหมายล้าสมัยกว่าแสนฉบับที่เป็นต้นทุนแฝงของภาคธุรกิจ
ซ้ำร้าย สถานการณ์ยังถูกซ้ำเติมด้วยปัจจัยภายนอก หรือ “8 มรสุม” ที่โถมกระหน่ำ ตั้งแต่สงครามการค้าโลกที่ทวีความรุนแรงจากการกลับมาของนโยบาย America First ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ การทะลักเข้ามาของสินค้าจีนราคาถูกที่ทำลายผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีไทย จนตัวเลขการค้าชายแดนหดตัวเหลือเพียงร้อยละ 0.5 รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่วเกือบร้อยละ 90 ของจีดีพี และภัยธรรมชาติจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล
ยุทธศาสตร์ 4 Go: พิมพ์เขียวผ่าทางตันสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่

เพื่อกู้สถานการณ์วิกฤตินี้ สภาอุตสาหกรรมฯ ได้ประกาศยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรม (Industry Transformation) เพื่อเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เน้นรับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-Gen Industries) ภายใต้รหัส “4 Go” โดยหัวใจสำคัญที่สุดคือ “Go Digital & AI” ซึ่งนายเกรียงไกรย้ำว่าไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” เดียวของอุตสาหกรรมไทย การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในกระบวนการผลิตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความสูญเสีย และสร้างความแม่นยำในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ
ควบคู่ไปกับดิจิทัล คือการมุ่งสู่ “Go Innovation” หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นของตนเอง เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตที่ได้ส่วนแบ่งกำไรน้อยนิด ให้กลายเป็น “Innovator” ที่เป็นเจ้าของสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง ตามมาด้วย “Go Global” การบุกตลาดโลกเพื่อหาโอกาสใหม่ในขณะที่กำลังซื้อในประเทศหดตัว และสุดท้ายคือ “Go Green” การปรับกระบวนการผลิตสู่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเป้าหมาย Net Zero เพื่อทลายกำแพงกีดกันทางการค้ายุคใหม่
เดิมพันสุดท้ายของการ “Re-invent Thailand”
วิกฤติครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่ภาคเอกชนจะแบกรับไว้ฝ่ายเดียว ประธาน FTI จึงได้ยื่นสมุดปกขาว “Re-invent Thailand” ให้แก่รัฐบาล เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย (Regulatory Guillotine) และการออกมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) อย่างเป็นรูปธรรม
คุณเกรียงไกร กล่าวว่า แม้สถานการณ์จะดูมืดมนเหมือนรถที่ติดหล่มลึก แต่หากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา ผนึกกำลังกันนำเทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาใช้อย่างจริงจัง และเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ เราก็ยังมีโอกาสที่จะ “กู้” รถยนต์ประเทศไทยคันนี้ ให้กลับมาวิ่งแซงหน้าคู่แข่งและยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรีอีกครั้ง แต่เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเริ่มลงมือทำทันที เพราะในโลกยุคดิจิทัล เวลาและโอกาสไม่เคยคอยใคร
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
SCB EIC ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2026 โตต่ำสุดรอบ 3 ทศวรรษ เหลือ 1.5% แนะธุรกิจใช้กลยุทธ์ ‘READY’ สู้
พาณิชย์ ผนึก 4 ยักษ์เทคโนโลยี เปิดตัว ‘MOC Plus’ ทรานส์ฟอร์มบริการรัฐด้วย AI-Cloud



