TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกBusinessเทรนด์ประกันภัยปี 2024 - 2025

เทรนด์ประกันภัยปี 2024 – 2025

ในปี 2024 วงการประกันภัยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ ในด้านประกันภัยสะท้อนให้เห็นการปรับตัวของผู้ให้บริการด้านประกันภัย สอดคล้องไปกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลก

สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการ ทิพยประกันภัย ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มของวงการประกันภัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตาม Global Trend การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน วงการประกันภัยต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ซึ่งมีปัจจัยหลายประการที่ต้องคำนึงถึง หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อวงการประกันภัยคือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ซึ่งมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มนี้

นอกจากนี้ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ การประกันภัยแบบ Personalized จะกลายเป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของตนเอง การทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละกลุ่มจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและปรับปรุงบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย อีกหนึ่งแนวโน้มที่สำคัญคือการประกันภัยแบบ Embedded Insurance ซึ่งเป็นการประกันภัยที่รวมอยู่กับสินค้าและบริการอื่น ๆ การประกันภัยแบบจ่ายตามการใช้งาน (Usage-Based Insurance) ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนประกันรถยนต์ให้ครอบคลุมเฉพาะช่วงเวลาที่มีการเดินทางเท่านั้น ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคจ่ายเบี้ยประกันเฉพาะเท่าที่ใช้งานจริง

แนวโน้มประกันภัยปี 2024 การปรับตัวกับเทคโนโลยีและความต้องการที่เปลี่ยนแปลง

  1. Adoption of AI and Generative Al : การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Generative AI เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมประกันภัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินความเสี่ยงและการจัดการข้อมูลของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น ทำให้สามารถมอบการบริการที่แม่นยำและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
  2. Embedded Insurance หรือการประกันภัยแบบฝังตัว เป็นการผนวกบริการประกันภัยเข้าไปในสินค้าและบริการอื่นๆ อาทิการ Collaboration กับแบรนด์ต่างที่ลูกค้าให้ความสนใจหรือใช้ประจำ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการขายที่มีประสิทธิภาพ
  3. Emerging of New Product EV Insurance, Solar Roof : การประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV Insurance) และการประกันภัยสำหรับหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Roof Insurance) จะมีอัตราส่วนที่เพิ่มมากขึ้น เป็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด ซึ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เหล่านี้จะช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น
  4. Health Insurance : ด้วยการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุ (Aging Society)และความตระหนักในเรื่องสุขภาพของผู้คน จึงส่งผลให้การเติบโตของประกันสุขภาพเป็นอีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บริษัทประกันภัยต้องเตรียมพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้อย่างมีนัยสำคัญ
  5. Digital Transformation : ดิจิทัลเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบันแทบกลายเป็นทุก Touchpoint ที่ลูกค้าสามารถติดต่อกับแบรนด์ประกันภัยได้ ดังนั้นบริษัทประกันภัยต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการ ทั้งในด้านการประเมินความเสี่ยง การเคลมประกัน และการสื่อสารกับลูกค้าให้มากขึ้นเพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป
  6. Partnership and Collaboration : การสร้างพันธมิตรและความร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด การทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทประกันภัยและองค์กรต่าง ๆ จะทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ได้เพิ่มขึ้น
  7. Sustainability and Climate Risk : ความยั่งยืนและการจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่รองรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากการคาดการณ์และสถิติการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ อาจมีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้ให้บริการประกันภัยจึงควรเตรียมแผนรับมือความเสี่ยงเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นด้วย

Customer Centric : กุญแจสู่ความสำเร็จในยุคการแข่งขันของธุรกิจประกันภัย

ปัจจุบัน ธุรกิจประกันภัยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทั้งในด้านเทคโนโลยีและกฎหมาย การปรับตัวให้ทันกับเทรนด์และข้อกฎหมายใหม่ ๆ รวมถึงการเสริมสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับการประกันภัย เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อความเจริญเติบโตและการก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลก หนึ่งในรากฐานที่สำคัญในปัจจุบันคือ การทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งให้บริการแบบ Customer Centric การปรับแต่งผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับลูกค้า และให้บริการที่มีคุณภาพและรวดเร็ว เนื่องจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จในตลาด การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาได้รับการดูแลและใส่ใจ

และเพื่อก้าวทันการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศการปรับตัวให้ทันกับเทรนด์และข้อกฎหมายใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับธุรกิจประกันภัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกฎหมายบางอย่างอาจทำให้การเติบโตเป็นไปอย่างช้าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน การติดตามและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้การให้ความรู้และความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการประกันภัยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การทำให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์ของการประกันภัยในการดูแลคุณภาพชีวิตและการป้องกันความเสี่ยงสามารถช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและการยอมรับในการทำประกันภัยได้มากขึ้นและจะสามารถช่วยเพิ่ม GDP ของประเทศได้ เมื่อทุกภาคส่วนของสังคมเข้าใจและพร้อมที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับการประกันภัย จะทำให้ธุรกิจประกันภัยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

เทรนด์ ประกันการเดินทาง

สิรวิชญ์ ฉายะวาณิชย์ Head of Priceza Money กล่าวว่า ปี 2023 เป็นปีที่คนไทยออกเดินทางไปต่างประเทศอย่างคึกคัก หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศถูกจำกัด ในปีนี้ คนไทยจำนวนมากถึง 7 ล้านคนได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อประกันการเดินทางอย่างชัดเจน สถิติพบว่าคนไทยเกือบ 1 ล้านคนเลือกไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในฝั่งเอเชีย รองลงมาคือเกาหลีใต้และจีนตามลำดับ ในฝั่งยุโรป ประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวมากที่สุดคือฝรั่งเศส และออสเตรเลียก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยม ส่งผลให้ประกันการเดินทางได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน ทำให้บริษัทประกันภัยต้องเตรียมพร้อมในการให้บริการที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองเรื่องการยกเลิกการเดินทาง การสูญหายของสัมภาระ หรือการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง การเสนอแพ็คเกจประกันการเดินทางที่หลากหลายและตรงกับความต้องการของลูกค้า

ภาพรวมของการท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในปี 2023 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มและพฤติกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. จำนวนทริปที่คนไทยเที่ยวต่างประเทศ
    • เที่ยวต่างประเทศ 1 ทริปต่อปี (53%)
    • เที่ยวต่างประเทศ 2 ทริปต่อปี (31%)
    • เที่ยวต่างประเทศ 3 ทริปต่อปี (11%)
  2. ช่วงเวลาที่ไปเที่ยวอยู่ที่
    • 5-7 วัน (39%) 
    • 8-10 วัน (22%)
    • เกิน 2 สัปดาห์ (12%)
  3. แรงจูงใจคือ
    • ไปเที่ยว (67%)
    • ช็อปปิ้ง (47%)
    • ลองสิ่งใหม่ ๆ (37%)
    • ให้รางวัลชีวิต (26%)
    • ผจญภัย (25%)

นอกจากสถิติการเดินทางดังกล่าว ยังมีการรายงานว่าการเคลมประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และค่ารักษาพยาบาลมีอัตราการเคลมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีนี้ คาดว่าจะมีการเคลมประกันเพิ่มขึ้นอีกถึง 15,000 เคลม ซึ่งเป็นจำนวนที่มากและสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของความต้องการในการประกันภัยด้านสุขภาพและชีวิต คาดการณ์ได้ว่าในปีหน้า นักเดินทางจะเพิ่มขึ้นอีก 5-10% ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการประกันภัย ความต้องการในการประกันสุขภาพและประกันชีวิตจะยังคงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เทรนด์ประกันในยุค EV และเทคโนโลยีดิจิทัล

รัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล CEO MSIG Insurance Thailand PCL กล่าวว่า วงการประกันภัยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการประกันภัย การปรับตัวให้เข้ากับเกณฑ์ใหม่ๆ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ได้นี้

  1. มีการออกเกณฑ์ใหม่ที่ให้ระบุพฤติกรรมผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน ด้วยระบบ Insurance Bureau System (IBS) หรือ ระบบฐานข้อมูลการประกันภัย ที่ช่วยในการติดตามข้อมูลการขับขี่ของลูกค้า และให้ส่วนลดในกรณีย้ายเจ้าประกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดการเทรนโอเวอร์ที่สูงขึ้น บริษัทประกันภัยต้องติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตของผู้บริโภค
  2. ความท้าทายด้านการเคลมประกัน เรื่องของแบตเตอรีรถยนต์ไฟฟ้ายังมีความไม่แน่นอนและการลดความคุ้มครองในบางกรณี ส่งผลให้เกิดภาพลบต่อประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า การขาดเกณฑ์ที่ชัดเจนในการประเมินค่าประกันทำให้ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในการเลือกใช้บริการ
  3. Personalized Insurance และการจ่ายเบี้ยตามความเสี่ยงที่ลูกค้าเลือกได้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานประกันของลูกค้าแต่ละคน ด้วยการประยุกต์ใช้ Data เพื่อออกแบบประกันภัยเพื่อลูกค้า โดยศึกษาพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้า เช่น หากรถประเภทนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยหรือผู้ขับขี่มีพฤติกรรมไม่ดี ค่าเบี้ยประกันจะสูงขึ้น เป็นต้น
  4. ประกันภัยออนไลน์ กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นแม้ว่าการซื้อประกันรถยนต์แบบออนไลน์อาจยังไม่แพร่หลายในทันที แต่แนวโน้มในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน การขายผ่านตัวแทนอาจลดลง เนื่องจากผู้บริโภคคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและประหยัดกว่า อย่างไรก็ตาม บทบาทของตัวแทนจำหน่ายยังคงมีความสำคัญในการให้คำแนะนำและความรู้แก่ลูกค้าอยู่

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ไทยเนื้อหอม ยักษ์ใหญ่ไอทีปักหมุดลงทุน Data Center มูลค่ากว่า 98,000 ล้านบาท

อว. จับมือ กระทรวงอุตฯ ยกระดับมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า ดันไทยเป็น EV Hub ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ