TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกBusinessNew Normal แห่งสนามการค้า อี-คอมเมิร์ซ

New Normal แห่งสนามการค้า อี-คอมเมิร์ซ

คงไม่มีใครในตอนนี้ ที่ไม่สนใจโลกการค้าบนออนไลน์ หรือ E-Commerce เพราะต้นเหตุที่มาจากไวรัสโควิด-19 ที่เร่งสปีดความเร็วของธุรกิจค้าขายบนออนไลน์ เป็น 100 เป็น 1,000 เท่า ทั้งที่จริง ๆ แล้ว สปีดของการค้าออนไลน์ไม่ได้ช้ามากนัก แต่สปีดนี้มันถูกเร่งขึ้น เปรียบเหมือนความเร็วแสงเลยทีเดียว ซึ่งมี 2-3 ปัจจัย ที่เป็นตัวเร่ง

-เสียวหมี่ เผยรายได้ไตรมาส 1 ปี 63 โต 13.6% YoY
-สธ. จับมือ Airbnb สนับสนุนโครงการที่พักแก่เจ้าหน้าที่สู้โควิด-19 ในไทย

ปัจจัยแรก คือ คนออกไปไหนไม่ได้ พฤติกรรมการซื้อจึงต้องพึ่งออนไลน์ … คนซื้อ เข้ามาออนไลน์ คนขายเดิมที่อยู่บนออฟไลน์ ตามร้านค้าปลีก และห้างสรรพสินค้า ก็มาขายออนไลน์

ปัจจัยที่สอง คือ คนตกงานสูงมาก ดังนั้นจึงต้องหาอาชีพใหม่ ซึ่งหนีไม่พ้นการทำธุรกิจ และส่งสินค้าขึ้นขายบนโลกออนไลน์ หรือธุรกิจซื้อขายสินค้าบนออนไลน์ ในลักษณะตัวแทนจำหน่าย ซึ่งปัจจัยที่สองนี้ จะทำให้เกิดความรุนแรงในการแข่งขันในสนามการค้าออนไลน์

เมื่อสปีดการค้าถูกเร่ง…ไม่เพียงแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ที่จะเติบโต แต่แพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดีย ก็ทิ้งโอกาสนี้ไม่ได้ และผู้เล่นรายใหญ่ของโลกโซเชี่ยลมีเดีย ก็คงไม่นิ่งดูดายแน่นอน

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก CEO แห่งเฟซบุ๊ก ผู้เคยปั้นให้เฟซบุ๊ก เป็นช่องทางการขาย ที่ทรงประสิทธิภาพ ด้วยการขายโฆษณาเพิ่มการมองเห็นสินค้า แต่เมื่อเวลาที่จะปิดการขาย กลับออกไปบนแพลตฟอร์มอื่น หรือ บนเว็บไซต์ จึงได้พัฒนา Marketplace บนเฟซบุ๊ก จะเพื่อสามารถปิดการขายโดยไม่ต้องออกจากเฟซบุ๊ก

มาวันนี้เฟซบุ๊ก เปิดตัวเครื่องมือตัวใหม่ ที่จะมาแข่งกับแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ เฟซบุ๊กได้ซุ่มพัฒนาเครื่องมืออี-คอมเมิร์ซ ที่มีความแข็งแกร่งและทรงพลังมากขึ้นไปอีก โดยตั้งชื่อง่ายๆ ตรงๆ ว่า “Facebook Shops” ตอนนี้เปิดตัวแล้ว และทยอยให้สมาชิกได้ใช้งาน โดยจะทดสอบกับธุรกิจเกือบ 1 ล้านธุรกิจ ก่อนเปิดกว้างการใช้งาน

“Facebook Shops” มีเป้าหมายคือเมื่อแมลงนักช้อปหลงบินเข้าไปในดูสินค้า จะบินวนเวียนอยู่ในหลุมดำของสินค้าแบบแทบหาออกไม่ได้ โดยเฉพาะแมลงที่มักจะสติหลุด เมื่อเจอสินค้าถูกใจ ราคาโดนใจ

ไม่เพียงแต่แมลงนักช้อป แต่เจ้าของสินค้าก็หนีไม่พ้นจะโดน “Shops” ในเฟซบุ๊กดูดเข้าไปในหลุมดำนี้เช่นเดียวกัน เพราะหลุมดำของ customer ก็ใหญ่ไม่แพ้ หลุมดำของ products

นอกจากเฟซบุ๊กแล้ว WhatsApp และ Instagram ภายใต้เงาของเฟซบุ๊ก ก็จะถูกพัฒนาให้เป็นช่องทางขายของและปิดการค้าแบบเบ็ดเสร็จด้วยเช่นเดียวกัน

งานนี้ต้องมาดูว่า “แจ๊ค หม่า” เจ้าพ่ออี-คอมเมิร์ซ เชื้อชาติจีน สัญชาติจีน กับ “มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ค” เชื้อชาติอเมริกัน ลูกเขยแดนมังกร ใครจะสามารถยึดครองส่วนแบ่งอี-คอมเมิร์ซ ไปครองได้มากกว่ากัน แต่ก็ต้องไม่ลืมโซเชี่ยลมีเดียเจ้าอื่นด้วย อย่างไลน์ หรือ วีแชท และแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ซ เจ้าอื่น ที่ก็คงสู้ยิบตาไม่แพ้กัน

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ