บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดวิสัยทัศน์การลงทุนปี 2569 ชี้กระแส AI ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่กำลังเข้าสู่ยุค “Capex Supercycle” ดันเม็ดเงินไหลเข้ากลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวรับรัฐบาลใหม่ ให้เป้า SET 1,440 จุด ด้านกูรูธุรกิจแนะมองหาบริษัทที่มี “ROAI” วัดความสำเร็จการใช้ AI ได้จริง พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “Phillip Pocket” ชูแนวคิด “Just Right” แอปลงทุนที่ “พอดี” สำหรับคุณ เข้าถึงหุ้นระดับโลกได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 1 USD
มองเศรษฐกิจไทยฟื้นรับรัฐบาลใหม่
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจไทย นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ประเมินว่า การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งมีแนวโน้มเป็นไปอย่างราบรื่น ส่งผลให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าได้ต่อเนื่อง โดยให้เป้าหมายดัชนี SET Index ปี 2569 ที่ระดับ 1,440 จุด ภายใต้สมมติฐาน GDP เติบโต 1.7% แรงหนุนหลักมาจากการท่องเที่ยวและทิศทางดอกเบี้ยขาลง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนปี 2569 บล.ฟิลลิป แนะนำการจัดพอร์ตในสัดส่วน 50-30-20 แบ่งเป็น Theme Play 50% เน้นหุ้นและกองทุนที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐ ดอกเบี้ยขาลง และธีม AI รวมถึงพลังงานนิวเคลียร์, Resilient Play 30% เน้นหุ้นที่มีความมั่นคงและสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และ Alternative 20% เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยมีทองคำเป็นสินทรัพย์หลักในกลุ่มนี้
เจาะลึก “The New Wealth Code” มองหาบริษัทอยู่รอดยุค AI
ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “The New Wealth Code” โดย พงศธร ธนบดีภัทร เจ้าของช่องธุรกิจชื่อดัง Nop Pongsatorn เจาะลึกการบริหารความมั่งคั่งท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
คุณพงศธร ได้แนะนำให้นักลงทุนใช้ Framework “4 Archetypes” ในการคัดกรองบริษัทในยุค AI ได้แก่ 1) AI Infrastructure Owners หรือผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น NVIDIA 2) AI-First Operators หรือผู้สร้างบริษัทใหม่โดยใช้ AI เช่น Amazon 3) AI-Enhanced Incumbents (บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ปรับตัวโดยใข้ AI มาปรับปรุงกระบวนการทั้งหมด เช่น JPMorgan) และบริษัทที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนคือ และ 4) AI-Disrupted Companies หรือบริษัทที่โมเดลธุรกิจล้าสมัยไปแล้ว โดยสรุปถึงสิ่งสำคัญที่สุดคือการมองหา “ROAI” (Return on AI) เพื่อวัดว่าบริษัทนั้นใช้ AI สร้างกำไรได้จริงอย่างไร
เปิดแอป Phillip Pocket เทรดหุ้นนอกเริ่ม 1 ดอลลาร์
ภายในงาน สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ได้เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ “Phillip Pocket” ภายใต้คอนเซปต์ “Just Right” (พอดีสำหรับคุณ) ที่ออกแบบมาให้เป็น ‘ทางเลือก’ ที่เน้นความคล่องตัว ตัดสิ่งกวนใจออก เหลือแค่ฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับการเช็กพอร์ตและส่งคำสั่งซื้อขายที่รวดเร็ว เหมาะกับไลฟ์สไตล์นักลงทุนที่ทำการบ้านมาแล้วและต้องการ Action ทันที”
ฟีเจอร์เด่น: Multi-Asset & Multi-Portfolio ตอบโจทย์ทุกเป้าหมาย
จุดเด่นสำคัญของ Phillip Pocket คือความสามารถแบบ Multi-Asset ที่รวมหุ้นไทย หุ้นสหรัฐฯ และกองทุนรวมไว้ในที่เดียว พร้อมฟีเจอร์ Multi-Portfolio ที่ให้ผู้ลงทุนแยกพอร์ตได้ตามเป้าหมาย (เช่น พอร์ตเกษียณ, พอร์ตเที่ยว) โดยในแต่ละพอร์ตสามารถผสมสินทรัพย์ได้หลากหลาย ไม่จำกัดประเภท
นอกจากนี้ ยังปลดล็อกข้อจำกัดด้านเงินทุนด้วยฟีเจอร์ Fractional Share ลงทุนหุ้นระดับโลกอย่าง Apple หรือ Tesla ได้ เริ่มต้นเพียง 1 USD หรือ 0.001 หุ้น พร้อมฟังก์ชัน DCA เริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเดือน และบริการแชทกับที่ปรึกษาการลงทุนได้โดยตรง ครบจบทุกบริการการลงทุนในแอปเดียว

คุณสานุพงศ์ ยังทิ้งท้ายถึง Roadmap ในอนาคตสำหรับสายเทรดมืออาชีพว่า บล.ฟิลลิป กำลังเตรียมเปิดตัว “Phillip P3” แพลตฟอร์มเทรดที่ครบครันด้วย Advanced Chart และ Real-time News เพื่อให้ Ecosystem ของฟิลลิปตอบโจทย์นักลงทุนทุกกลุ่มอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ท๊อป จิรายุส สรุป 5 กระแสโลกจาก WEF 2026 ชี้ทิศทางอนาคตที่ไทยต้องรู้
เจาะลึกทิศทางการลงทุนปี 2569: ฝ่าคลื่นความผันผวนสู่โอกาสใน ‘ทองคำ-คริปโทฯ-หุ้น’
กสิกรไทยชี้ปี 69 เข้าสู่ยุค ‘The Great Repricing’ แนะจัดพอร์ต Go Global สู้กติกาโลกเปลี่ยน



