บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ “Must Win” เพิ่ม 2 สายการผลิตใหม่ ณ โรงงานจังหวัดสระบุรี ภายใต้เงินลงทุนกว่า 2 พันล้านบาท ยกระดับศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย รองรับการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเติบโตระยะยาวผ่านการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมุ่งสู่ความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น “บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภค”
การก่อสร้างส่วนต่อขยายโรงงานสระบุรีในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในการเสริมความพร้อมด้านการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้สอดรับกับการเติบโตระยะยาวของตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการเติบโต 3% ภายใน 3 ปีข้างหน้า
บริษัทฯ ได้ลงทุนกว่า 2 พันล้านบาทติดตั้งสายการผลิตใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวน 2 สาย เพื่อเสริมศักยภาพการผลิต ครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟพร้อมดื่ม ได้แก่ ทีพลัส และบอส คอฟฟี่ ซึ่งได้ย้ายฐานการผลิตมาผลิตเองที่โรงงานสระบุรี (In-house production) โดยยังคงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานของซันโทรี่จากประเทศญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับการเพิ่มกำลังการผลิตของเป๊ปซี่ และผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมอื่น ๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเพิ่มสายการผลิตดังกล่าว ยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ และรองรับการขยายไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นในอนาคต
มาทิแอส วอลลิน รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายซัพพลายเชน บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจต้องดำเนินควบคู่ไปกับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทาง ‘Insulated Long-Term’ ภายใต้กลยุทธ์ ‘Must Win’ ที่มุ่งส่งเสริมการเติบโตระยะยาวผ่านการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมุ่งสู่ความยั่งยืน การขยาย 2 สายการผลิตใหม่ที่โรงงานสระบุรี ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและเสริมความแข็งแกร่งของระบบซัพพลายเชนในระยะยาว โดยการนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเข้ามาใช้ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต
2 สายการผลิตใหม่นี้มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,500 ขวดต่อนาที ส่งผลให้โรงงานสระบุรีมีขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 800 ล้านลิตรต่อปี ความพร้อมด้านการดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงรองรับเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจในอนาคต แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในการสร้างรากฐานการเติบโตที่มั่นคง สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) ที่ยึดมั่นมาโดยตลอด”
อากิระ โนจิมะ รองประธานบริหารฝ่ายการผลิต โรงงานสระบุรี บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า สายการผลิตที่ 5 และ 6 ของโรงงานสระบุรี ถูกออกแบบขึ้นด้วยความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพเครื่องดื่มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติขั้นสูงที่สามารถควบคุมทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ตั้งแต่การขึ้นรูปขวด PET การผสมเครื่องดื่ม การบรรจุขวด ปิดฝา ติดฉลาก ไปจนถึงกระบวนการบรรจุและจัดเรียงผลิตภัณฑ์ปลายสายการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน
สำหรับสายการผลิตที่ 5 ซึ่งรองรับผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟพร้อมดื่ม บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีระบบปิดและกระบวนการฆ่าเชื้อแบบปลอดเชื้อ (Aseptic) มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การสกัดใบชาและเมล็ดกาแฟคั่วบดด้วยกระบวนการสกัดแบบชงร้อนและล็อกเย็น เพื่อรักษาคุณภาพ กลิ่น และรสชาติของเครื่องดื่มให้ใกล้เคียงกับการชงสดมากที่สุด ควบคู่ไปกับการควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารในระดับสากล และที่สำคัญ
ทั้ง 2 สายการผลิตยังได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการผสานเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องเป่าขวดปลอดเชื้อแรงดันต่ำที่รองรับการใช้พลาสติกรีไซเคิล ระบบจัดการน้ำและพลังงานที่ช่วยลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต รวมถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาคุณภาพสินค้า ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
จูนิชิโร ทาคาตะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ซันโทรี่ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวปิดท้ายว่า “การขยายสายการผลิตใหม่ที่โรงงานสระบุรีนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย โดยต่อยอดจากแบรนด์หลักอย่างเป๊ปซี่และผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มชาและกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ ทีพลัส และบอส คอฟฟี่ การลงทุนครั้งนี้ช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ผ่านโรงงานผลิตของบริษัทฯ เอง และเพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงความรวดเร็วในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น”
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
DITTO x NETBAY ปั้น E-VRT สแกน QR Code คืนภาษีจบใน 2 นาที
กรุงศรีชู Human-Centric ผนวก AI-Data พลิกโฉมบริการสู่อนาคต





