ไอออน เอนเนอร์ยี่ คว้าทุนสนับสนุนนวัตกรรมพลังงานสะอาดจาก “กองทุนอินโนเวชั่นวัน” ติดสปีดพัฒนา “Smart Energy Platform” ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานและระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดของไทย เดินหน้าลุยระบบ Behind-the-Meter และ Energy Payment Tech Solutions ยกระดับการใช้โซลาร์ภาคที่อยู่อาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส คุ้มค่า รองรับการซื้อ-ขายไฟฟ้าเมื่อกฎหมายรองรับ มองโอกาสสร้างรากฐานขับเคลื่อนบริษัทเข้าตลาด mai ตามโรดแมป 5 ปี
บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ได้รับทุนสนับสนุนนวัตกรรมพลังงานสะอาดจาก “กองทุนอินโนเวชั่นวัน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) เพื่อนำไปพัฒนา “Smart Energy Platform” สำหรับบริหารจัดการพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคที่อยู่อาศัยและธุรกิจขนาดเล็ก
พีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ “กองทุนอินโนเวชั่นวัน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนา Smart Energy Platform เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานและสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
“เราเป็นผู้ประกอบการด้านพลังงานสะอาดและโซลาร์รายแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอินโนเวชั่นวัน การได้รับทุนครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมต่อบทบาทของ ION Energy ในฐานะผู้พัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดรุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี Smart Energy Platform จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดพลังงานสะอาดไทย ทั้งในแง่ประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการยกระดับมาตรฐานของการใช้พลังงานในที่อยู่อาศัยและธุรกิจขนาดเล็ก” คุณพีรกานต์ กล่าว
ทั้งนี้ เงินทุนที่ได้รับจะถูกนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค อาทิ เทคโนโลยี Behind-the-Meter (BTM) และ ระบบเทคโนโลยีชำระเงินด้านพลังงาน (Energy Payment Tech Solutions) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ของครัวเรือนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้โซลาร์รูฟท็อปสามารถตรวจสอบปริมาณไฟฟ้าที่ผลิต–ใช้จริงได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเลือกใช้พลังงานจากโซลาร์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดโดยอิงจากสภาพอากาศและช่วง off-peak/on-peak รวมถึงรองรับการซื้อ–ขายไฟฟ้าระหว่างครัวเรือนเมื่อกฎหมายอนุญาตในอนาคตได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นก้าวสำคัญในการทำให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้สะดวกและโปร่งใสมากกว่าเดิม และกลายเป็นรากฐานขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ตามโรดแมป 5 ปีของบริษัทต่อไป
ด้าน เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า “เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต โดย ION Energy เป็นบริษัทที่มีความโดดเด่นทั้งด้านเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และฐานติดตั้งมากกว่า 6,000 หลังทั่วประเทศ จึงมีความพร้อมที่จะสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรมของประเทศ”
ทั้งนี้ ส.อ.ท. คาดหวังว่าการสนับสนุนครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพของ ION Energy ในการพัฒนาระบบ Smart Energy Platform ให้เกิดผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและเชิงอุตสาหกรรม ทั้งการยกระดับมาตรฐานบริหารจัดการพลังงานของภาคครัวเรือน ความพร้อมต่อการเชื่อมต่อเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่ และการสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดที่มีความยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่ ธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (Beacon VC) กล่าวเสริมว่า “การที่ ION Energy เป็นบริษัทแรกในพอร์ตของ Beacon VC ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอินโนเวชั่นวัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันสตาร์ตอัปด้านพลังงานของไทยสู่ระดับภูมิภาค เงินทุนและเครือข่ายเชิงกลยุทธ์จะช่วยเร่งการขยายตลาดให้เติบโตได้รวดเร็วขึ้น พร้อมเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงกับกลุ่มสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย”
โครงการ “กองทุนอินโนเวชั่นวัน” เป็นโครงการของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในกรอบงบประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับการดำเนินการระยะเวลา 3 ปี (2566-2569) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมทั้งที่เป็นสตาร์ตอัปและ SMEs ให้เติบโตด้วยการนำงานวิจัยและความคิดสร้างสรรค์ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในภูมิภาค
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
คลังไฟเขียว เพิ่ม ‘คาร์บอนเครดิต’ เป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์
ความมั่นคงทางอาหาร: ทางรอดวิกฤติโลกเพื่อ Longevity ของคนและโลก





