การเปลี่ยนผ่านของประธานธนาคากลางสหรัฐฯ (Fed) อาจส่งผลกระทบต่อตลาดโลกมากกว่าครั้งไหนในรอบหลายทศวรรษ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เสนอชื่อ Kevin Warsh อย่างเป็นทางการในการสืบทอดการดำรงตำแหน่งจาก Jerome Powell
การเสนอชื่อครั้งนี้สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนในตลาดการเงินการธนาคารอย่างน่าสนใจ เพราะ Warsh เป็นส่วนสำคัญของวอลล์สตรีท เริ่มต้นเส้นทางจาก Morgan Stanley เป็น “สายเหยี่ยว” ผู้เจนจัดจากวิกฤตปี 2008 และปัจจุบันเขากำลังจะกลายเป็นผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงระเบียบการเงินใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและอำนาจในการกำหนดนโยบายการเงิน
Kevin Warsh คืออะไรใคร?
ในวัย 55 ปี ของ Warsh อาจจะไม่ใช่ผู้ที่จะเข้ามาเป็นประธาน Fed สายวิชาการแบบพิมพ์นิยม เขาไม่มีปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ แต่มาพร้อมกับปริญญาโทด้านกฎหมาย (J.D.) จาก Harvard ซึ่งทำให้เขามีมุมมองที่เน้นการปฏิบัติและอิงตามกลไกตลาด เขาเป็นผู้ว่าการ Fed ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ (ได้รับแต่งตั้งตอนอายุ 35 ปี ในปี 2006) และทำหน้าที่เป็นตัวประสานงานหลักกับวอลล์สตรีทในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
นับตั้งแต่ลาออกจาก Fed ในปี 2011 เนื่องจากคัดค้านนโยบาย QE2 เขาได้ดำรงตำแหน่งนักวิชาการอาวุโสที่ Hoover Institution ของสแตนฟอร์ด ที่นั่นเขาได้ขัดเกลาโลกทัศน์ที่มองว่า งบดุลมหาศาลของ Fed ไม่ใช่เครื่องมือสร้างเสถียรภาพ แต่เป็นสิ่งที่บิดเบือนกลไกเศรษฐกิจที่แท้จริง
ระเบียบการเงินใหม่ การจับมือระหว่าง Fed-คลัง และความเสี่ยงที่ตลาดเฝ้าระวัง
หัวใจสำคัญของ Warsh Blueprint คือข้อเสนอ Fed-Treasury Accord ฉบับใหม่ นี่ไม่ใช่การยุบรวมกัน แต่เป็นการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อจัดการหนี้สาธารณะของอเมริกาที่สูงถึง 35 ล้านล้านดอลลาร์ด้วยแนวทางสำคัญ ดังนี้
- อาจจะมียุทธศาสตร์ใหม่ที่ Fed และกระทรวงการคลังจะคุยกันล่วงหน้า ทั้งเรื่องการปรับงบดุลของ Fed และแผนการออกพันธบัตรของคลัง เพื่อไม่ให้เกิดการเดินหมากที่ขัดแย้งกันเอง
- Fed มีเป้าหมายในการค่อย ๆ ถอนตัวลดการเข้าซื้อในตลาดพันธบัตร โดยยังต้องประคองให้รัฐบาลสามารถระดมทุนไปจ่ายหนี้ได้โดยที่ระบบการเงินไม่เกิดภาวะขาดสภาพคล่อง
- นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่คือดาบสองคม เพราะหาก Fed ใกล้ชิดการเมืองเกินไปจนกลายเป็นเครื่องมือช่วยรัฐบาลจ่ายหนี้ (Fiscal Dominance) ความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์อาจสั่นคลอนได้
AI คือตัวแปรสำคัญในมุมมองของ Warsh
วิวัฒนาการทางความคิดที่โดดเด่นที่สุดของ Warsh คือการยอมรับ Artificial Intelligence (AI) ในฐานะพลังที่ช่วยลดเงินเฟ้อ (Disinflationary force) เขาแย้งว่าเรากำลังเข้าสู่ productivity cycle คล้ายคลึงกับยุค 90 เพราะที่ผ่านมาเงินเฟ้อเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลใช้จ่ายเกินตัวและพิมพ์เงินมากเกินไป ไม่ใช่เมื่อคนงานมีรายได้สูงขึ้น” Warsh กล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้
การมองว่า AI เป็นส่วนหนึ่งที่อาจช่วยลดเงินเฟ้อ ทำให้ Warsh สามารถหาเหตุผลสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยได้แม้เศรษฐกิจจะยังร้อนแรง ตราบใดที่การเติบโตขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพไม่ใช่หนี้สิน การเดิมพันในสไตล์ “Greenspan-style” ที่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่ประธานาธิบดีทรัมป์โปรดปราน
ดอลลาร์ดิจิทัล VS Bitcoin การเดิมพันเรื่องอำนาจอธิปไตยการเงินโลก
ในภาคส่วนคริปโทเคอร์เรนซี Warsh เป็นบุคคลที่มีมุมมองที่ซับซ้อน เขาเป็นผู้สนับสนุน Wholesale CBDC หรือเงินดอลลาร์ดิจิทัลสำหรับสถาบัน ออกแบบมาเพื่อการชำระบัญชีความเร็วสูงระหว่างธนาคาร มากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือสอดส่องภาคประชาชน พร้อมกับท่าที่สำคัญหลากหลายเรื่อง เช่น
- ท่าทีของเขาต่อ Bitcoin ยังคงเป็นการวิเคราะห์มากกว่าอุดมการณ์ เช่น การมองว่า Bitcoin คือ ซอฟต์แวร์ที่ใหม่และเจ๋งที่สุด โดยมองว่าเป็นสินทรัพย์สะสมมูลค่า (ทองคำดิจิทัล) มากกว่าจะเป็นสกุลเงินใช้จ่าย
- สัญญาณ ของ Canary Bird หรือ นกในเหมืองถ่านหิน เขามักอ้างถึงคริปโทเคอร์เรนซีในฐานะสัญญาณเตือนถึงความไม่สมดุลของตลาดและการด้อยค่าของเงินกระดาษ (Fiat)
- Warsh มีมุมมองเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติเป็นสำคัญ ด้วยความพยายามรักษาความเป็นเจ้าโลกของเงินดอลลาร์ มองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชน จะเป็นเครื่องที่สหรัฐฯ ต้องใช้เพื่อเอาชนะสงคราโครงสร้างพื้นฐาน ในการเอาชนะเงินหยวนดิจิทัลของจีน
บทสรุป
ปฏิกิริยาแรกของตลาดต่อการเสนอชื่อ Warsh คือสภาวะ Bear Steepening ของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve) โดยดอกเบี้ยระยะสั้นลดลงตามความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย ในขณะที่ดอกเบี้ยระยะยาวพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความกังวลว่า Fed จะเลิกซื้อพันธบัตร
สำหรับผู้ถือคริปโทฯ ในอนาคตสำหรับยุคของ Warsh เปรียบเสมือนดาบสองคม แม้ความมุ่งมั่นที่จะลดขนาดงบดุลและอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ที่สูงขึ้นอาจบีบคั้นสภาพคล่อง แต่การโฟกัสที่การเติบโตผ่าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัย อาจให้ความชัดเจนด้านกฎระเบียบและเทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมรอคอยมานาน
เมื่อการพิจารณาแต่งตั้งในเดือนพฤษภาคมใกล้เข้ามานี้ Kevin Warsh จะสามารถนำพาการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยหนี้ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัติกรรม โดยไม่ทำให้ระบบการเงินโลกได้หรือไม่
บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน
เก็บทองคำด้วย XAUT (Tether Gold) บน Bitkub ซื้อขายได้ 24 ชม.
5 เหรียญคริปโทที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปี 2568
เดินหน้าสู่ปี 2026 ‘การลดดอกเบี้ยแบบเหยี่ยว’ ของ Fed กำลังกำหนดนิยามใหม่สภาพคล่อง



