บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กางแผนธุรกิจปี 2569 ประกาศเป้าหมายผลประกอบการเติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 เตรียมจัดสรรงบประมาณ 50-70 ล้านบาท เดินหน้าปรับโฉมและขยายสาขาเพื่อรองรับการให้บริการ โดยชูความสำเร็จจากการฝ่าความท้าทายทางเศรษฐกิจจนทำสถิติกำไรสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาสเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งมีหัวใจหลักคือการใช้ข้อมูล (Data-Driven) พลิกกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนที่มีกำลังซื้อสูง ผสานเข้ากับการทำการตลาดผ่านประสบการณ์ (Emotional Marketing) เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเพียงแค่เรื่องเพชร แต่ยังเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้สวมใส่เพชรอย่างแม่นยำ
ทุ่มงบขยายสาขาจ่อเปิดแฟลกชิปสโตร์ระดับโลก
อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าผลประกอบการปี 2569 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% เตรียมทุ่มงบ 50-70 ล้านบาทปรับปรุงสาขาเดิมจำนวน 10-15 แห่ง ขยายพื้นที่ให้บริการเพื่อรองรับการดูแลลูกค้าให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดสาขาใหม่อีก 2-3 แห่ง จากปัจจุบันที่มีเครือข่ายครอบคลุม 129 สาขาทั่วประเทศ เป็น 52 สาขาในกรุงเทพมหานคร และพัฒนาระบบร้านค้าออนไลน์รูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความสะดวกและนำเสนอสิทธิประโยชน์ด้านการผ่อนชำระระยะยาว
ก้าวสำคัญในปีนี้คือการเตรียมเปิดตัวสาขาหลัก (Flagship Store) ของแบรนด์ Love 100 Diamonds ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนกับตระกูลทอลคอฟสกี้ (Tolkowsky) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจียระไนเพชรระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี
แบรนด์นี้นำเสนอความแตกต่างด้วยเพชรทรงกลมที่ผ่านการเจียระไน 100 เหลี่ยม จากปกติที่เจียระไน 57 เหลี่ยม ส่งผลให้เพชรมีประกายความสว่างมากกว่าปกติถึงร้อยละ 25 และสามารถเปล่งประกายได้แม้อยู่ในที่มืด โดยบริษัทได้ส่งคอลเลกชันสเตลลาเรียส (Stellarias) ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์นำร่อง และเตรียมเปิดเผยโครงการความร่วมมือใหม่เพิ่มเติมในระยะเวลาอันใกล้นี้
ฝ่าวิกฤติดันกำไรนิวไฮรอบ 8 ไตรมาส
คุณอัญรัตน์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ยูบิลลี่สามารถกำหนดทิศทางเชิงรุกในปี 2569 ได้อย่างชัดเจน มีรากฐานมาจากความสำเร็จในการปรับกลยุทธ์ช่วงปลายปีที่ผ่านมา แม้ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่กระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบทองคำและเพชรจากเมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ตลอดจนเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นสาขาเชิงยุทธศาสตร์ที่ทำให้บริษัทขาดโอกาสในการจัดกิจกรรมใหญ่ แต่ผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 กลับสามารถทำกำไรสุทธิได้ 43.13 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ทำได้ 37.11 ล้านบาท และเติบโตจากไตรมาสที่ 3 ถึงร้อยละ 153 นับเป็นสถิติกำไรสุทธิที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับ 8 ไตรมาสที่ผ่านมา
“ที่ผ่านมาบริษัทประเมินว่าไม่มีสถานการณ์ใดยากไปกว่าปีที่ผ่านมาแล้ว ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ แต่ภายใต้สภาวะที่มีความท้าทาย บริษัทยังคงปรับตัวอย่างสม่ำเสมอและศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคมาโดยตลอด จึงสามารถก้าวผ่านและสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้” คุณอัญรัตน์ กล่าว
ชู Data-Driven เจาะกำลังซื้อระดับบน
คุณอัญรัตน์ เผยว่า กุญแจสำคัญเบื้องหลังการเติบโต คือการใช้ข้อมูล (Data) เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ บริษัทอาศัยระบบ CRM Automation วิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าสมาชิก The Sparkling Club กว่า 220,000 ราย โดยแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 8 กลุ่มอย่างละเอียด ข้อมูลเชิงลึกนี้สอดคล้องกับทิศทางของสถาบันการเงิน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการระมัดระวังการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่าง ยูบิลลี่จึงปรับกลยุทธ์ในไตรมาสที่ 4 โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนที่มีกำลังซื้อและมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป ไปจนถึงกลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าระดับมาสเตอร์พีซมูลค่าหลายสิบล้านบาท
“ธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลในการบริหารจัดการและเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้า รูปแบบการรับรู้ข่าวสารเปลี่ยนไป ดังนั้นในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจจึงต้องพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูบิลลี่ ย้ำถึงความสำคัญของดาต้า
รุก Emotional Marketing ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
ด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ บริษัทแบ่งกลุ่มสินค้าออกเป็น 6 กลุ่มหลักที่มี 50,000 SKUs เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และเดินหน้าส่งผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับเทศกาลสำคัญลงสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงต้นปี
เริ่มจากการนำเสนอจี้เพชร Lucky Bear สองดีไซน์ สำหรับเป็นของขวัญในเทศกาลวาเลนไทน์ ต่อเนื่องด้วยคอลเลกชัน The Grand Monarch สำหรับเทศกาลตรุษจีน ที่นำเสนอเครื่องประดับเพชรรูปม้าในดีไซน์แฟชั่น รวมไปถึงการนำเสนอคอลเลกชัน Radiance Me เพชรน้ำร้อยขนาดครึ่งกะรัตที่ออกแบบให้มิกซ์แอนด์แมตช์รูปทรงได้ตามต้องการ
“พฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีคุณภาพดีระดับเวิลด์คลาสแล้ว อีกสิ่งหนึ่งคือประสบการณ์ที่ลูกค้าต้องการได้รับจากแบรนด์ ดังนั้นยูบิลลี่จึงได้สร้างกิจกรรมร่วมกับลูกค้า เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์เพิ่มมากขึ้น”
นอกเหนือจากการพัฒนาสินค้า บริษัทยังมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตร อาทิ การร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช มอบจี้เพชรปีม้าที่ผสานเทคโนโลยี iMoment สำหรับบันทึกความทรงจำของเด็กแรกเกิด พร้อมมอบสิทธิพิเศษระดับ VIP ให้กับลูกค้าสมาชิก รวมถึงการเตรียมจัดกิจกรรมพาลูกค้าเดินทางด้วยรถไฟขบวน Royal Blossom แบบเหมาขบวนสู่พื้นที่อำเภอหัวหิน
ขณะเดียวกันยังมีการจัดกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ทั้งการจัดงานรับประทานอาหารระดับมิชลินสตาร์ คอนเสิร์ตส่วนตัวสำหรับลูกค้า การสนับสนุนคอนเสิร์ตมารายห์ แครี (Mariah Carey) การสนับสนุนงาน World Gourmet การขยายฐานลูกค้าร่วมกับป๊อปมาร์ท (Pop Mart) ตลอดจนการเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์เดอ เบียร์ส ฟอร์เอเวอร์มาร์ค (De Beers Forevermark) เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และการร่วมมือกับศิริราชมูลนิธิ จัดทำ “เข็มกลัดสิริภูษาอาลัย” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายผ้ามัดหมี่ของสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งได้รับการตอบรับจนจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว
ความสำเร็จในการพลิกกลยุทธ์ธุรกิจ ตลอดจนการต่อยอดผลิตภัณฑ์ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ เป็นภาพสะท้อนที่ตอกย้ำให้เห็นว่า ยูบิลลี่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่เข้าใจแค่ความงดงามของเพชร แต่เป็นองค์กรที่เข้าใจความต้องการและตัวตนของผู้สวมใส่เพชรในทุกมิติ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เจาะยุทธศาสตร์ UOB ปั้นเยาวชนผ่าน 3 โครงการหลัก วางรากฐานเศรษฐกิจไทย
SHA’HAL ยกระดับ ‘น้ำมันเทียนดำ’ สู่นวัตกรรมคุมน้ำตาล-เสริมภูมิคุ้มกัน สู้ภัยเบาหวาน



