บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด แถลงความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ “ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ” โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างความตระหนักรู้ด้านภัยไซเบอร์แก่ประชาชน ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล และสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพที่สร้างความเสียหายรวมกว่า 100,000 ล้านบาท รวมถึงเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่อย่างการใช้เทคโนโลยี Deepfake
ภัย Deepfake จุดชนวนแคมเปญเตือนภัย
เหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้ เกิดจากกรณีที่มิจฉาชีพนำเทคโนโลยีเอไอและดีพเฟกมาสร้างตัวตนปลอมในชื่อ “สมชาย แซ่ตั้ง” มิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้นำภาพใบหน้าของ อรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ ไปแอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อชักชวนให้ประชาชนคลิกลิงก์สมัครแพลตฟอร์มหลอกลวง จากเหตุการณ์ดังกล่าว บิทคับ ออนไลน์ จึงแก้ไขความเข้าใจผิดด้วยการออกแคมเปญ “#ผมไม่ใช่สมชายแซ่ตั้ง” เพื่อสื่อสารเตือนภัยบนสื่อสังคมออนไลน์ แคมเปญนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจนมียอดเข้าชมรวมทุกช่องทางถึง 10 ล้านครั้งภายในระยะเวลาไม่กี่วัน
คุณอรรถกฤต กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาครั้งนี้ว่า “ที่ผ่านมาเราได้พบเจอการกระทำจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อบิทคับเป็นจำนวนมาก ซึ่งทีมงานและผู้เชี่ยวชาญของเราได้ส่งเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการหยุดโฆษณาจากมิจฉาชีพมาโดยตลอด เราตระหนักดีว่าการไล่ตามปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ วันนี้กลุ่มบริษัทบิทคับ รวมถึง บิทคับ ออนไลน์ จึงต้องการใช้ความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรามีเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตามกระบวนการทางกฎหมาย ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนเท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ เพราะเกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือการที่ประชาชนคนไทยมีความเข้าใจและระมัดระวังตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่ต้น”
สถิติอาชญากรรมไซเบอร์พุ่ง เสียหายเฉลี่ยวันละ 70 ล้านบาท
สถิติจาก บช.สอท. สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในปัจจุบัน ประชาชนชาวไทยได้รับความเสียหายจากภัยไซเบอร์เฉลี่ยถึงวันละ 70 ล้านบาท การหลอกลงทุนหรือไฮบริดสแกมเป็นรูปแบบที่สร้างความเสียหายสูงสุด โดยมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 30,000 ล้านบาทในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีประชาชนตกเป็นเหยื่อกว่า 1 ล้านคน และมูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรวมทั้งหมดทะลุ 100,000 ล้านบาท
ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน ยกระดับการสืบสวนด้วยเทคโนโลยี

สำหรับแนวทางการทำงานร่วมกัน บิทคับ ออนไลน์ จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง หรือ “ผู้การแจ้” รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) เน้นย้ำถึงความสำคัญของเรื่องนี้ว่า“ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือกับบิทคับ ออนไลน์ เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าใจข้อมูลเทคนิคเชิงลึก ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและเก็บรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานดิจิทัล สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวผู้กระทำผิดและคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหาย เช่น ปฏิบัติการ Operation 293 ที่ผ่านมา
“ความร่วมมือนี้ถือเป็นตัวอย่างอันดีในการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเกี่ยวกับการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันภัยมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนตระหนักและระมัดระวังภัยไซเบอร์ได้ดียิ่งขึ้น และเป็นแนวทางที่ลดความเสียหายของพี่น้องประชาชนจากภัยมิจฉาชีพอย่างยั่งยืน”
ทางด้าน พลตำรวจตรี จิรวิวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 กล่าวเสริมว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวดเร็วที่สุดเมื่อได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการ และทางตำรวจไซเบอร์มีแผนที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากบิทคับมาเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล ขณะที่ ชัญฎิกา ชมโฉม ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ ได้กล่าวยืนยันความพร้อมของบริษัทในการสนับสนุนการทำงานเชิงรุกของ บช.สอท. เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน
แอปพลิเคชัน Cyber Check เครื่องมือตรวจสอบมิจฉาชีพ
ในโอกาสนี้ เจ้าหน้าที่ บช.สอท. ยังได้แนะนำแอปพลิเคชัน Cyber Check ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ตำรวจไซเบอร์พัฒนาขึ้นสำหรับใช้ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนการโอนเงินหรือรับสาย ปัจจุบัน บิทคับ ออนไลน์ ได้ลงทะเบียนยืนยันตัวตนบนแอปพลิเคชันดังกล่าวจนได้รับสถานะสีเขียว เพื่อเป็นเครื่องยืนยันความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งานที่ต้องการติดต่อช่องทางทางการของบริษัท
ประชาชนที่พบเห็นเหตุผิดปกติหรือเบาะแสเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชันบิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ที่ต้องการสอบถามข้อมูล โทรศัพท์หมายเลข 1518 และ 02-032-9555



