Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

วิกฤติโภชนาการแมวไทย: ‘รักสวนทางความรู้’ ในตลาดพันล้านเหรียญ

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา โครงสร้างสังคมไทยได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง การขยายตัวของความเป็นเมืองและครอบครัวเดี่ยวที่เล็กลง ส่งผลให้ “แมว” ก้าวขึ้นมาเป็นสมาชิกคนสำคัญในบ้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนเกิดเป็นเทรนด์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัวหรือ “ลูก” (Pet Parents) ที่เน้นความผูกพันและใส่ใจดูแลในคุณภาพชีวิตระดับสูง แต่ภายใต้ความน่ารักและมูลค่าการตลาดของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในไทย ที่สูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ กลับมีช่องว่างขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ นั่นคือ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโภชนาการของเหล่าทาสแมวชาวไทย

เจาะอินไซต์ทาสแมว ยุค Pet Humanization

วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมและพื้นที่ขนาดเล็ก ส่งผลให้ความนิยมในการเลี้ยงแมวในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว -ข้อมูลจาก มาร์ส เพ็ทแคร์ ระบุว่า ปัจจุบันประชากรสุนัขในไทยมีมากกว่า 20 ล้านตัว ขณะที่แมวมีประมาณ 7 – 8 ล้านตัว แม้สุนัขจะมีจำนวนมากกว่า แต่ความนิยมในการเลี้ยงแมวกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด

เทรนด์การเลี้ยงสัตว์ของคนไทยที่เลี้ยงแมวเสมือนคนในครอบครัว ช่วยผลักดันให้ตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงในไทยกลายเป็นหมวดหมู่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเชิงลึกจากงานวิจัย WHISKAS Purr Study ซึ่งสำรวจกลุ่มผู้เลี้ยงแมวชาวไทยกว่า 2,000 คน เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 สะท้อนความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างเจ้าของและแมวที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดย 71% มองว่าแมวคือสมาชิกอันเป็นที่รักของครอบครัว มองว่าเป็นลูกหรือพี่น้อง นอกจากนี้ ผู้เลี้ยง 54% ยอมรับว่าแมวคือ “ผู้บำบัด” ที่ช่วยเยียวยาความเครียดจากการทำงาน และ 52% รู้สึกมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้เล่นหรือให้อาหารแมว

เมื่อความรักมาพร้อมความสับสน

แม้เจ้าของจะดูแลเอาใจใส่แมวเสมือนสมาชิกในครอบครัว แต่ข้อมูลจากงานวิจัยดังกล่าว กลับพบว่าความรักที่เจ้าของมีให้ อาจกลายเป็นดาบสองคมหากขาดความรู้ที่ถูกต้อง

งานวิจัยระบุว่า มีเจ้าของแมวชาวไทยเพียง 17% เท่านั้นที่มั่นใจว่าตนเองมีความรู้ด้านโภชนาการแมวอย่างถูกต้อง ขณะที่ส่วนใหญ่กว่า 60% เลือกที่จะฝากชีวิตของสัตว์เลี้ยงไว้กับคำแนะนำบนโลกโซเชียลมีเดีย และ 39% ยอมรับว่ารู้สึกสับสน จากข้อมูลที่ขัดแย้งกันบนอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ผู้เลี้ยง 36% เกิดความกังวลใจเกี่ยวกับสุขภาพของแมว

ปัญหาที่วิกฤติที่สุดคือการปรุงอาหารให้แมวทานเองที่บ้าน ด้วยความปรารถนาดีที่อยากให้ลูกกินของดีเหมือนคน แต่ในทางชีววิทยา แมวเป็นสัตว์กินเนื้อที่ต้องการสารอาหารจำเพาะถึง 41 ชนิด โดยเฉพาะ “ทอรีน” หรือกรดอะมิโนซึ่งจำเป็นต่อสายตาและการทำงานของหัวใจ สารอาหารเหล่านี้มักสูญเสียไปในกระบวนการปรุงอาหารของคน หรือมีปริมาณไม่สมดุล

โภชนาการไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่คือวิทยาศาสตร์

ดร. ซูซาน หว่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ และผู้อำนวยการกลุ่มประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย มาร์ส เพ็ทแคร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ฉายภาพความเข้าใจผิดนี้อย่างชัดเจนว่า เจ้าของแมวมักนำบรรทัดฐานของมนุษย์ไปตัดสินความต้องการของแมว

“เรามักคิดว่าอาหารที่เราปรุงเองจะสะอาดและมีประโยชน์ที่สุด แต่ความจริงแล้วระบบย่อยอาหารของแมวต่างจากเราสิ้นเชิง อาหารที่มนุษย์กินได้อาจเป็นพิษหรือทำให้แมวขาดสารอาหารเรื้อรัง โภชนาการที่ถูกต้องไม่ใช่แค่ความอิ่ม แต่คือความครบถ้วนและสมดุล (Complete & Balanced) 100%”
จากงานวิจัยสู่ ‘แมวนำโชค’

คุณซูซาน ให้มุมมองต่อตลาดไทยว่า มีเทรนด์ที่เพิ่มขึ้นของสัตว์เลี้ยงจากทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะแมว ถูกมองว่าเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัวมากยิ่งขึ้น ในบรรดา 3 ประเทศที่เธอดูแลอยู่ เจ้าของแมวชาวไทยมีความรู้เกี่ยวกับโภชนาการอาหารแมวดีที่สุด อย่างไรก็ตาม ปริมาณข้อมูลจำนวนมากบนโลกออนไลน์อาจทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์แยกแยะได้ยากว่าแหล่งข้อมูลใดเชื่อถือได้

การจะสื่อสารเรื่องโภชนาการของแมวให้ทาสแมวเข้าใจไม่ใช่เรื่องง่าย มาร์ส เพ็ทแคร์ จึงเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ผ่านแคมเปญ วิสกัส® แมวนำโชค (WHISKAS® Lucky Cat) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของโภชนาการแมวอย่างมีความรับผิดชอบ

แคมเปญนี้นำประติมากรรม “แมวกวักยักษ์สีม่วง” สูง 10 เมตร มาเป็นสัญลักษณ์ในการดึงดูดความสนใจ โดยนำไปตั้งไว้ที่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านสยามสแควร์ ในวันที่ 3 – 4 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด “แมวที่มีสุขภาพดี คือแมวที่โชคดี” มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารข้อความที่เรียบง่ายว่า โชคที่แท้จริงของแมว มาจากสุขภาพและความสุขที่เกิดจากโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุล ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการทางชีวภาพของแมว

ด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้มุมมองว่า ความสุขของคนเมืองส่วนหนึ่งผูกพันอยู่กับความสุขของสัตว์เลี้ยง การสร้างสภาพแวดล้อมที่สัตว์และคนอยู่ร่วมกันได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ และพื้นฐานที่ง่ายที่สุดคือการทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นภาระต่อสังคมและเจ้าของ

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar